ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 34

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยของคุณมีขนาดเท่าลูกแคนตาลูป ซึ่งหนักประมาณ 2.15 กิโลกรัม และยาวจากศีรษะถึงส้นเท้าประมาณ 46 เซ็นติเมตร เมื่อมาถึงตอนนี้ทารกส่วนใหญ่จะอยู่ในท่าที่พร้อมจะคลอดแล้ว และคุณหมอจะบอกคุณด้วยว่า ทารกอยู่ในท่าเอาหัวลงหรือเอาก้นลง

การกินอาหารเสริมชนิดแคลเซี่ยมในช่วงตั้งครรภ์นับเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากลูกน้อยของคุณจะดึงแคลเซี่ยมจากคุณไปใช้ทำให้กระดูกมีความแข็งขึ้น ถ้าคุณมีแคลเซี่ยมไม่พอเพียงในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกของคุณเอง เนื่องจากพัฒนาการของลูกน้อยจะใช้แร่ธาตุจากโครงสร้างกระดูกของคุณได้ตามต้องการ

ไขสีขาวที่เคลือบผิวของลูกน้อยของคุณอยู่นั้นจะมีความหนาขึ้น ในขณะที่ขนตามร่างกายก็หลุดร่วงไปเกือบจะหมดแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ในช่วงสัปดาห์นี้อาการอ่อนเพลียจะกลับมาเยี่ยมเยียนคุณอีกแล้ว แต่จะไม่ค่อยเป็นปัญหารุนแรงเหมือนในช่วงไตรมาสแรก ความเหนื่อยอ่อนในครั้งนี้เป็นอะไรที่พอเข้าใจได้ เนื่องจากมีความปวดเมื่อยตามร่างกาย และไม่ได้พักผ่อนในช่วงกลางคืน เนื่องจากต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ และต้องนอนพลิกไปพลิกมา เพื่อหาท่าที่ทำให้รู้สึกสบายตัวมากที่สุด

ตอนนี้คือเวลาเหมาะที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตแบบช้าๆ และประหยัดพลังงานเอาไว้ใช้ในวันคลอดและหลังจากนั้น ถ้าคุณนั่งหรือนอนเป็นเวลานานๆ ก็อย่ารีบร้อนลุกขึ้น เลือดอาจไหลไปกองอยู่ที่ขาและเท้า ทำให้ความดันโลหิตลดลง เวลาที่คุณลุกขึ้นจึงอาจทำให้รู้สึกหน้ามืดได้ ถ้าคุณมีตุ่มคันหรือรอยแดงเกิดขึ้นบริเวณพุง ต้นขา หรือบั้นท้าย คุณก็อาจมีอาการที่เรียกว่า ผื่นลมพิษที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์

มีผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่มีอาการของผื่นลมพิษที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ก่อนให้เกิดอันตราย แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อตัวได้ ไปให้คุณหมอตรวจสอบอาการเพื่อความแน่ใจซะว่านี่ไม่ใช่อาการรุนเแรงอะไร และอาจส่งต่อคุณไปให้แพทย์ผิวหนังในกรณีจำเป็น นอกจากนี้ก็ควรโทร.ไปปรึกษาคุณหมอ ถ้าคุณมีอาการคันอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย ถึงแม้จะไม่มีผื่นคันเกิดขึ้นก็ตาม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าตับกำลังมีปัญหาอยู่ก็ได้

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 34

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

มีผู้หญิงมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ที่การคลอดไม่ได้ทำให้เนื้อเยื้อที่ปิดปากมดลูกไว้ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกเกิดความเสียหาย แต่ถึงแม้คุณจะอยู่ในกลุ่มผู้หญิง 15 เปอร์เซ็นต์ ที่สูญเสียเนื้อเยื้อที่ปิดปากมดลูกไว้ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกก่อนคลอด น้ำคร่ำก็จะไม่ไหลออกมาถ้าคุณเอนตัวนอน แต่ถ้าลำตัวตั้งตรงก็มีสิทธิ์ที่น้ำคร่ำจะไหนหยดออกมาได้ ศีรษะของลูกน้อยจะทำหน้าที่เหมือนฝาจุกที่คอยอุดมดลูกเอาไว้ และป้องกันไม่ให้น้ำคร่ำไหลออกมา

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ในการไปพบคุณหมอในครั้งต่อไปนั้น คุณก็ควรพูดคุยในเรื่องการใช้บริการต่างๆ ในการทำการคลอด คุณควรจดรายละเอียดที่จำเป็นเอาไว้ เนื่องจากคุณมีสิทธิ์ที่จะลืมเมื่อมีการบีดรัดตัวของมดลูกเกิดขึ้น คุณควรตรวจสอบระยะทางและหาทางที่สะดวกที่สุดในการไปยังสถานที่ในการทำคลอด ในกรณีที่คุณไม่มีคนช่วยพาคุณไปส่งยังโรงพยาบาล

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณต้องใช้เวลาอยู่ในห้องตรวจของคุณหมอในช่วงเดือนนี้บ่อยเป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ โดยคุณหมอจะประเมินขนาดของลูกน้อย และอาจคาดการณ์เวลาคลอดด้วยซ้ำไป ซึ่งอาจทำให้มีการตรวจสอบหลายอย่าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์การทำงานของคุณหมอด้วย ซึ่งก็ได้แก่

  • ชั่งน้ำหนัก (น้ำหนักจะคงที่หรือลดลงในช่วงนี้)
  • วัดความดันโลหิต (อาจอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 )
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดที่ขา รวมทั้งอาการบวมที่มือและเท้า
  • วัดขนาดมดลูก โดยการตรวจภายใน เพื่อดูว่าบางขนาดไหน และเริ่มยืดออกหรือยัง
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดทารก ตรวจสอบท่าทางก่อนคลอด (อยู่ในท่าเอาหัวลงหรือเอาก้นลง และก้มหน้าหรือเงยหน้าขึ้น)
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยที่คุณอยากซักถามคุณหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับการคลอด อย่างเช่นจะมีการบีบรัดตัวของมดลูกถี่และนานแค่ไหน รวมทั้งอาการต่างๆ ที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

ตราบใดที่มีการตรวจวัดระดับสารเคมีในสระว่ายน้ำอย่างเหมาะสม คุณก็สามารถลงว่ายน้ำในสระที่ผสมคลอรีนได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลย การว่ายน้ำจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ เนื่องจากเวลาอยู่ในน้ำคุณก็จะมีสภาพไร้น้ำหนัก

จวบจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีข้อมูลที่บ่งบอกว่า ลูกน้อยของคุณมีความเสี่ยงจะพิการแต่กำเนิดจากการว่ายน้ำในสระคลอรีน ซึ่งจริงๆ แล้ว การว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ผสมคลอรีนน่าจะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากนักว่ายน้ำมักจะมีอาการติดเชื้อบนผิวหนังได้บ่อยๆ

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน