ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ในช่วงนี้ทารกจะมีขนาดเท่าถั่วขาว คือมีความยาวมากกว่าเดิม 2.7 เซนติเมตร ทารกจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของคุณ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือพัฒนาการนิ้วมือและนิ้วเท้า ตัวอ่อนจะเริ่มดูเหมือนทารกมากขึ้น เมื่อก่อนนี้นิ้วมือและนิ้วเท่าจะเชื่อมต่อกัน แต่ตอนนี้จะเริ่มแยกออกจากกัน ริมฝีปากบน จมูกอันน้อยๆ และเปลือกตาขนาดจิ๋ว จะเริ่มก่อรูปก่อร่างขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น ทั้งสำหรับตัวคุณเองและลูกน้อย ในการอำนวยความสะดวกให้กับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ น้ำคร่ำก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณสัปดาห์ละ 30 มิลลิลิตร

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นใช่มั้ย? อาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นถ้าคุณยังไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่เรียกว่าโปรเจสเตอโรน คือตัวการที่ทำให้คุณรู้สึกเวียนหัว เวลาที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้าคุณก็ควรต้องพัก บางครั้งการงีบหลับก็จะช่วยเพิ่มพลังที่สามารถใช้ไปได้ทั้งวัน อย่าพยายามฝืนร่างกาย คุณควรสังเกตอาการของร่างกายให้ดี จงจำไว้นะว่าร่างกายของคุณกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อโอบอุ้มตัวคุณและลูกน้อยในครรภ์ที่กำลังเติบโต

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

อาการแพ้ท้องอาจทำให้คุณรู้เหนื่อยอ่อน นี่คือเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้คุณจัดการกับอาการแพ้ท้องได้

  • เลือกอาหารให้เหมาะ: คุณควรเลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมันต่ำ และย่อยง่าย ของทานเล่นอื่นๆก็มีประโยชน์ต่อคุณด้วย คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ รสจัด และมีไขมันเยอะ
  • แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ และกินบ่อยๆ: อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะกินอาหารแค่วันละสามมื้อ ฉะนั้นจึงควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ และทานบ่อยๆ ก็จะช่วยเยียวยาอาการคลื่นไส้ให้คุณได้ ลองเปลี่ยนจาก 3 มื้อเป็น 5 มื้อดูนะ นี่อาจจะช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น และดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้นด้วย
  • ดื่มน้ำมากๆ: อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ คุณอาจลองดื่มจิงเจอร์เอล (Ginger Ale) หรือชาขิง เพื่อช่วยเยียวยาอาการคลื่นไส้ดูก็ได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารหรือกลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้: และควรอยู่ในห้องที่ไร้กลิ่นและสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี อาการคลื่นไส้จะได้ไม่แย่ลง
  • สูดอากาศบริสุทธิ์: ถ้าสภาพอากาศเป็นใจ ก็เปิดหน้ารับอากาศบริสุทธิ์ซะ การเดินเล่นนอกบ้านทุกวันก็จะช่วยให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้นด้วย
  • ทานวิตามินบำรุงครรภ์: วิตามินบำรุงครรภ์อาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้ได้ จึงไม่ควรทานวิตามินในขณะท้องว่าง ทานของขบเคี้ยวนู่นนี่ก่อน แล้วค่อยทานวิตามิน
  • ลองกดจุดหรือฝังเข็มดู: แม้ว่าจะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใช้ได้ผลหรือเปล่า แต่ช่วยให้ผู้หญิงที่มีอาการแพ้ท้องบางคนรู้สึกดีขึ้นได้ การกดจุดเป็นการใช้แรงกดกระตุ้นจุดต่างๆ บนร่างกาย คุณสามารถซื้อสร้อยข้อมือกดจุดได้ที่ร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ สร้อยข้อมือนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นจุดที่ข้อมือ และคาดว่าจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

คุณควรบอกคุณหมอถ้ามีอาการปวดหัว อาการปวดหัวในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องปกติ แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายได้ ปริมาณเลือดจะเพิ่มขึ้น 40 – 50 เปอร์เซ็นต์ และนั่นจะทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาได้ คุณควรปรึกษาคุณหมอว่าจะรักษาอาการปวดหัวยังไงดีถึงจะปลอดภัย ซึ่งคุณหมออาจแนะนะวิธีทางธรรมชาติแทนการกินยาก็ได้

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณอาจสั่งให้ทำการตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear Test) ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคน ทำการตรวจแบบนี้เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากมายที่สามารถรักษาด้วยยาปฎิชีวะนะ ยิ่งรักษาได้เร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ก็จะลดลง

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

เวลาที่คุณตั้งครรภ์นั้น การวิตกกังวลในเรื่องต่างๆนั้นถือเป็นเรื่องปกติ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าสัญชาตญานของความเป็นแม่กำลังพัฒนาขึ้น เหตุผลที่ทำให้คุณวิตกกังวลก็คือ คุณต้องการปกป้องลูกจากอันตราย ถ้าคุณยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่ คุณก็อาจจะสงสัยว่าคุณสามารถจะเล่นกีฬาได้มั้ย การเคลื่อนไหวร่างรายช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้เสมอ แต่ก็มีกิจกรรมบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกของคุณได้ ซึ่งนี่คือกิจกรรมที่คุณควรหลีกเลี่ยง:

  • ขี่จักรยาน: การขี่จักรยานไม่เหมาะสำหรับนักปั่นจักรยานมือใหม่ แต่นักขี่จักรยานที่มีประสบการณ์สามารถขี่จักรยานจนถึงเดือนที่ 6 เพราะในช่วงเวลานั้นอาจทำให้เสียสมดุล และเป็นอันตรายได้
  • กีฬาที่มีการปะทะ: อย่างเช่น ฟุตบอลหรือบาสเกตบอล จะทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับบาดเจ็บ แถมยังมีโกาสหกล้มในระหว่างเล่นกีฬาด้วย
  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายก็ทำให้คุณมีความเสี่ยงจะหกล้ม แถมยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณท้องด้วย ฉะนั้นจึงต้องระวังให้ดี
  • การขี่ม้า: แม้คุณจะขี่ม้าเก่ง แต่ก็คงไม่คุ้มจะเอาชีวิตของคุณและลูกไปแลกหรอกนะ คุณควรหยุดขี่ม้าทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์
  • การอาบน้ำและอบซาวน่าก่อนออกกำลังกาย: การนอนแช่น้ำร้อนหรือนั่งอยู่ในห้องซาวน่า อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ เพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำเด็กพิการแต่กำเนิดได้
  • วิ่งออกกำลังกาย: ถ้าคุณไม่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อน นี่ก็ไม่ใช่เวลามาเริ่มหัดวิ่ง ถ้าคุณเคยวิ่งมาก่อน กิจกรรมนี้จะส่งผลดีต่อคุณ แต่ไม่ควรวิ่งหลังตั้งครรภ์หกเดือน เพราะความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการหกล้ม จึงควรวิ่งอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ก็ควรระวังเรื่องอุณหภูมิที่ร้อนเกินไป เวลาออกไปวิ่งข้างนอก และควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อ
  • ดำน้ำ: นี่เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเวลาตั้งครรภ์ เมื่อคุณขึ้นมาบนผิวน้ำ จะทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในเลือด ซึ่งจะเป็นอันตรายทั้งต่อคุณและลูกน้อย
  • ตีเทนนิส: กีฬาที่ใช้พลังปานกลางอย่างการตีเทนนิสนี้ เป็นอะไรที่ดีอยู่หรอกถ้าคุณเล่นก่อนตั้งครรภ์ แต่ถ้าเล่นในระหว่างตั้งครรภ์ อาจก่อให้เกิดปัญหาในการทรงตัวได้ จึงควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • สไลเดอร์ในสวนน้ำ: นี่เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหกล้ม และได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้อง จึงไม่ควรเล่นเป็นอย่างยิ่ง

ไม่ว่าคุณจะชอบเล่นกีฬาขนาดไหนในช่วงก่อนตั้งครรภ์ คุณก็ควรลดการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อมีอายุครรภ์เกิดหกเดือนไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด หรือภาวะทารกเจริญเติบโตช้า แพทย์สามารถช่วยคุณจัดตารางการออกกำลังกาย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณและลูกในครรภ์

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน