home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รกเกาะต่ำ ภาวะต้องระวังในหญิงตั้งครรภ์กับวิธีรักษา

รกเกาะต่ำ ภาวะต้องระวังในหญิงตั้งครรภ์กับวิธีรักษา

รกเกาะต่ำ ถือว่าเป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะภาวะรกเกาะต่ำนี้อาจส่งผลต่อการเสียชีวิตของลูกน้อยได้ คุณแม่จึงควรดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด พร้อมสำรวจอาการเบื้องต้น หมั่นสังเกตร่างกายตนเองว่ามีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ ทั้งนี้ คุณแม่ควรศึกษาสัญญาณเตือนและอาการของรกเกาะต่ำ เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณแม่และลูกในครรภ์

รกเกาะต่ำคืออะไร

รกเกาะต่ำ (Placenta Previa) เกิดขึ้นได้ต่อเมื่อรกของทารกในครรภ์ที่เป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อกับสายสะดือมีหน้าที่ช่วยลำเลียงสารอาหาร และออกซิเจน กลับมีการเจริญเติบโตจนปกคลุมบริเวณปากมดลูกของคุณแม่ ซึ่งอาจปิดกั้นได้ทั้งในบางส่วน หรือบริเวณปากมดลูกทั้งหมด

อีกทั้งภาวะรกเกาะต่ำนี้อาจยังเกิดได้จากปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ ที่คุณแม่อาจปฏิบัติโดยไม่รู้ตัว หรือเกิดขึ้นเองตามภาวะทางสุขภาพของคุณแม่แต่ละบุคคล

  • สูบบุหรี่ หรือสารเสพติดมาก่อน
  • มีประวัติการผ่าตัดเกี่ยวข้องกับมดลูกก่อนการตั้งครรภ์
  • มีประวัติการขูดมดลูก
  • ตำแหน่งทารกในครรภ์ผิดปกติ
  • ทารกมีรกขนาดใหญ่
  • ตั้งครรภ์ในช่วงอายุมาก
  • มดลูกมีลักษณะผิดปกติ

สัญญาณเตือนของภาวะ รกเกาะต่ำ

คุณแม่ตั้งครรภ์อาจเริ่มสังเกตตนเองได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกว่ารกเกาะต่ำหรือไม่ โดยร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนบางอย่างถึงอาการดังต่อไปนี้

  • มีเลือดออกทางช่องคลอดเป็นเวลาหลายวัน
  • อาการปวดเกร็งในช่องท้องอย่างรุนแรง
  • เลือดออกทางช่องคลอดในช่วงใกล้คลอด และระหว่างคลอด

การรักษารกเกาะต่ำโดยแพทย์

เมื่อคุณแม่รู้สึกว่าตนเองเข้าข่ายอยู่ในเกณฑ์ภาวะรกเกาะต่ำ ควรรีบเข้ารับการตรวจสอบจากแพทย์อีกครั้งในทันที โดยที่ไม่ต้องรอการนัดหมายในครั้งถัดไป ซึ่งแพทย์จะเริ่มวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการอัลตร้าซาวด์ เพื่อเผยภาพถึงปัญหาภายในยังบริเวณช่องท้อง ช่องคลอด และปากมดลูก

จากนั้นหากคุณแม่ประสบกับภาวะรกเกาะต่ำ แพทย์อาจมีการแบ่งเกณฑ์ถึงความรุนแรงของรกเกาะต่ำอีกครั้ง เพื่อค้นหาวิธีรักษาที่เหมาะสม และปลอดภัย โดยแบ่งออกได้ดังนี้

1. สำหรับผู้ที่มีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด

แพทย์ผู้ดูแลอาจแนะนำให้เป็นการพักผ่อน พร้อมหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่หนักหน่วงจนเกินไป ทั้งการออกกำลังกายและการมีเพศสัมพันธ์

2. สำหรับกรณีที่เลือดออกหนักทางช่องคลอด

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่จัดอยู่ในเกณฑ์นี้ แพทย์อาจมีการวางแผนเพื่อผ่าคลอดในทันที เมื่อเล็งเห็นว่าการเจริญเติบโตของทารกเหมาะสมที่จะคลอดออกมาได้ โดยไม่รีรอให้ถึงวันนัดคลอด เพราะอาจล่าช้าจนส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งทารกในครรภ์ และตัวคุณแม่เอง

3. สำหรับอาการเลือดออกจากช่องคลอดไม่หยุด

แพทย์อาจมีการผ่าตัดฉุกเฉิน หรือคลอดก่อนกำหนด เพื่อนำทารกออกในทันที

หากคุณแม่ตั้งครรภ์ท่านใดไม่อยากเผชิญกับภาวะรกเกาะต่ำ อาจต้องมีการดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์หลังการนัดหมายทุกครั้งอย่างเคร่งครัด พร้อมปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างที่สามารถส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์โดยสิ้นเชิงร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น การงดสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ร่างกายหักโหม รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เป็นต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 26/10/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet