backup og meta

พัฒนาการทารกในครรภ์ แต่ละไตรมาส

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์ · สุขภาพทางเพศ · โรงพยาบาลนครพิงค์


เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ · แก้ไขล่าสุด 31/03/2022

พัฒนาการทารกในครรภ์ แต่ละไตรมาส

พัฒนาการทารกในครรภ์ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิฝังตัวในผนังมดลูก พัฒนาการเป็นตัวอ่อนและทารกในครรภ์ โดยการตั้งครรภ์มีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน แบ่งออกเป็น 3 ไตรมาสแต่ละไตรมาสแบ่งออกเป็น 3 เดือน ซึ่งระยะเวลาการตั้งครรภ์มักอยู่ระหว่าง 38-42 สัปดาห์

พัฒนาการทารกในครรภ์ แต่ละไตรมาส

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทารกในครรภ์แต่ละไตรมาส มีดังนี้

ไตรมาสแรก คือ ระยะเวลาตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึง 12 สัปดาห์ หรือช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์  

เดือนที่ 1

  • การปฏิสนธิ เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2-4 นับจากวันแรกของรอบเดือนรอบสุดท้าย โดยไข่จะทำการผสมกับอสุจิและสร้างเป็นตัวอ่อน ค่อย ๆ เคลื่อนไปตามท่อนำไข่ เพื่อสร้างเอนทิตี (Entity) หรือไซโกต (Zygote) ที่ประกอบด้วยโครโมโซม 46 แท่ง โดยรับมาจากแม่และพ่ออย่างละ 23 แท่ง ซึ่งช่วยกำหนดเพศและลักษณะทางกายภาพของทารก จากนั้นไซโกตจะเคลื่อนตัวจากท่อนำไข่ไปยังมดลูกพร้อมกับแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนหรือที่เรียกว่าโมรูลา (Morula) เมื่อเซลล์แบ่งตัวแล้วจะเข้าไปฝังในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยจะเจริญไปเป็นตัวอ่อนเอ็มบริโอ (Embryo) เรียกว่ากระบวนการฝังตัวอ่อน
  • รกที่มีหน้าที่ในการลำเลียงสารอาหารจากแม่สู่ทารกในครรภ์ กำลังพัฒนาขึ้น

เดือนที่ 2

  • เนื้อเยื่อหัวใจเริ่มพัฒนา
  • ลักษณะภายนอก เช่น แขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้า จมูก หู ใบหน้า กำลังพัฒนา
  • เนื้อเยื่อชั้นใน เช่น ปอด ลำไส้ กระเพาะอาหาร เริ่มพัฒนาขึ้น
  • ระบบประสาทเริ่มพัฒนา เช่น สมอง กระดูกสันหลัง รวมถึงเนื้อเยื่อประสาทอื่น ๆ ของระบบประสาทส่วนกลาง

เดือนที่ 3

  • ศีรษะส่วนบนมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • อวัยวะบนหน้าของทารกเกือบจะสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า จมูก หู ริมฝีปากบนเป็นรูปร่างมากขึ้น รวมถึงแขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้า แต่ดวงตายังคงปิดอยู่ 
  • ทารกเริ่มสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบางส่วน เช่น กำมือ ขยับแขนขา
  • เริ่มเห็นพัฒนาการของอวัยวะเพศ แต่ยังไม่มากพอที่จะบอกเพศของทารกในครรภ์
  • เริ่มมีการสร้างเซลล์เม็ดแดงในตับ
  • ทารกในครรภ์อาจมีความยาวประมาณ 2 ½ นิ้ว น้ำหนักประมาณ 14 กรัม

หากผ่านช่วงไตรมาสแรก ความเสี่ยงในการแท้งบุตรอาจลดลง

ไตรมาสที่ 2 อาการแพ้ท้องและอาการของการตั้งครรภ์ในระยะแรกเริ่มลดลง

เดือนที่ 4

  • ลำคอ แขน ขาของทารกพัฒนาสมบูรณ์มากขึ้น
  • ดวงตาอาจเริ่มสามารถขยับได้เล็กน้อย
  • ขนและเส้นผมเริ่มงอก
  • ทารกเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น เช่น เริ่มดูดนิ้วมือได้ แต่อาจยังไม่เพียงพอที่คุณแม่รับรู้ได้
  • เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและกระดูกยังคงก่อตัว ทำให้โครงกระดูกสมบูรณ์และแข็งแรง
  • อวัยวะเพศของทารกเริ่มชัดเจนขึ้น อาจสามารถรับรู้ได้เมื่ออัลตราซาวด์
  • ร่างกายของทารกเริ่มมีการผลิตและขับปัสสาวะ
  • ทารกในครรภ์มีความยาวประมาณ 6 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 110 กรัม

เดือนที่ 5

  • ทารกเริ่มพลิกตัวไปมาในน้ำคร่ำ
  •  หัวใจเริ่มสูบฉีดเลือด
  • เริ่มมีเล็บเท้าขึ้น
  • เริ่มมีการสร้างไขมันสีขาวขุ่นที่เรียกว่าไขทารก ห่อหุ้มภายนอกเพื่อปกป้องผิวหนังของทารก
  • ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงาน
  • ทารกอาจเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอก ซึ่งคุณแม่และคุณพ่ออาจสามารถพูดหรือคุยเล่นกับทารกในครรภ์ได้
  • ทารกในครรภ์มีความยาวประมาณ 6 ⅓ นิ้ว น้ำหนักประมาณ 320 กรัม

ส่วนมากคุณหมอจะแนะนำให้อัลตราซาวด์ในช่วงครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบรก และพัฒนาการต่าง ๆ ของโครงสร้างทารกในครรภ์ รวมถึงการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหวของร่างกาย

เดือนที่ 6

  • เคลื่อนไหวดวงตาได้เร็วขึ้น
  • เริ่มมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ส่งผลให้ผิวหนังมีรอยย่นและแดง
  •  ปอด ระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มพัฒนา
  • มีเส้นผมและคิ้วขึ้นมาชัดเจน
  • เริ่มเห็นรอยบนฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นลายนิ้วมือ ลายมือ และลายเท้า
  • สำหรับทารกเพศชาย อัณฑะอาจเริ่มมีการพัฒนาขึ้นในช่วงนี้
  • คุณแม่อาจเริ่มรู้สึกถึงแรงดิ้นของทารกในครรภ์
  • ทารกในครรภ์มีความยาวประมาณ 8 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 630 กรัม

ไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์

เดือนที่ 7

  • ทารกในครรภ์สามารถตอบสนองต่อเสียงได้ โดยการเคลื่อนไหวร่างกาย และปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อตอบสนองต่อเสียงที่ได้ยินได้
  • ทารกเริ่มลืมตาและมองเห็น
  • เริ่มควบคุมจังหวะการหายใจและอุณหภูมิของร่างกายได้
  • ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อมีไขมันมากขึ้น
  • ปอดของทารกจะเริ่มผลิตสารลดแรงตึงผิวในปอด ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ถุงลมภายในปอดขยายตัว และป้องกันถุงลมยุบตัวมากเกินไป
  • ระบบประสาทของทารกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ทารกในครรภ์มีความยาวประมาณ 9-10 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 820-1,000 กรัม

เดือนที่ 8

  • เริ่มมีการสร้างเม็ดเลือดแดงภายในไขกระดูก
  •  รูม่านตาของทารกสามารถเปลี่ยนขนาด เพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เกิดจากแสง
  • ระบบกล้ามเนื้อพัฒนามากขึ้น ทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ประสานงานกันได้ดีขึ้น
  • อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเริ่มพัฒนาอย่างสมบูรณ์
  • เริ่มหันศีรษะไปยังปากทางมดลูก หากทารกยังไม่กลับหัว คุณหมออาจให้คำแนะนำถึงสิ่งที่ควรทำ และแนวทางในการรับมือ
  • ทารกในครรภ์อาจมีความยาวประมาณ 12 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 2,100 กรัม

เดือนที่ 9

  • เล็บของทารกจะยาวขึ้นจนถึงปลายนิ้ว
  • เห็นหน้าอกของทารก
  • ต่อมหมวกไตจะสร้างฮอร์โมนเร่งความสมบูรณ์ของปอด เพื่อเตรียมการหายใจครั้งแรกหลังคลอด รวมถึงอวัยวะและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายพัฒนาอย่างสมบูรณ์
  • ทารกในครรภ์อาจดิ้นน้อยลงแต่ไม่มากนัก
  • ทารกอาจจะเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งพร้อมคลอด
  • ทารกในครรภ์มีความยาวประมาณ 14 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 3,400 กรัม

อย่างไรก็ตาม พัฒนาการทารกในครรภ์อาจมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้น จึงควรเข้ารับการตรวจครรภ์กับคุณหมอเป็นประจำ เพื่อคอยสังเกตดูพัฒนาการของทารกและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น หากคุณแม่ตั้งครรภ์สังเกตมีอาการที่ผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างเหมาะสม

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์

สุขภาพทางเพศ · โรงพยาบาลนครพิงค์


เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ · แก้ไขล่าสุด 31/03/2022

advertisement iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

advertisement iconโฆษณา
advertisement iconโฆษณา