home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

คาร์ซีท กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ก่อนใช้งาน

คาร์ซีท กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ก่อนใช้งาน

คาร์ซีท หรือ เบาะนิรภัยสำรับเด็ก เป็นอุปกรณ์ที่อาจช่วยป้องกันลูกจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่ออยู่บนรถยนต์ เนื่องจากอาบุติเหตุอาจเกิดขึ้นได้อย่างกระทันหัน และอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา การเลือกคาร์ซีทอาจต้องเลือกน้ำหนัก ขนาด ให้เหมาะสมกับเด็ก รวมถึงยังอาจต้องเลือกให้เหมาะกับอายุ และเหมาะกับรถยนต์ที่ใช้อยู่ด้วย

คาร์ซีท คืออะไร

คาร์ซีท หรือ เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก คือ อุปกรณ์ที่อาจช่วยปกป้องลูกเมื่ออยู่ในรถยนต์ จากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างกระทันหัน เช่น การชนกันของรถยนต์ คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเลือกคาร์ซีทให้ถูกต้อง ทั้งน้ำหนัก ขนาด และอาจต้องเลือกให้เหมาะกับอายุของเด็ก รวมทั้งเหมาะกับรถยนต์ที่ใช้อยู่ด้วย สำหรับการเลือกคาร์ซีทที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องรู้ อาจมีดังนี้

  • เลือกคาร์ซีทที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์
  • เรียนรู้วิธีติดตั้งเบาะและการใช้สายรัดก่อนที่จะให้เด็กได้นั่ง
  • หากต้องการความช่วยเหลือหรือตรวจสอบว่าติดตั้งคาร์ซีทได้ถูกต้องหรือไม่ อาจต้องไปยังที่สถานที่ที่ซื้อคาร์ซีท เพื่อให้ผู้ขายช่วยตรวจสอบอีกครั้ง
  • ทารกอาจเริ่มต้นการใช้คาร์ซีทด้วยการหันหน้าไปทางด้านหลังของรถยนต์ หรือใช้เบาะแบบที่เปลี่ยนได้ และเมื่อเด็กโตขึ้น อาจเปลี่ยนให้เด็กนั่งหันหน้าไปทางด้านหน้าของรถยนต์

นอกจากสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อาจมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องรู้ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อคาร์ซีท ดังนี้

1.ซื้อคาร์ซีทมือสองมาใช้งานโดยไม่ยอมทำการบ้านมาก่อน

หากกำลังพิจารณที่จะซื้อคาร์ซีทมาใช้งาน อาจจะต้องแน่ใจเสียก่อนว่า

  • คาร์ซีทมือสองอาจต้องมาพร้อมกับคำแนะนำ ฉลากแสดงวันที่ผลิต และหมายเลขรุ่น
  • ยังไม่ได้รับการเรียกคืน
  • ไม่หมดอายุ หรือมีอายุมากกว่า 6 ปี
  • ไม่มีความเสียหายที่มองเห็น หรือไม่มีชิ้นส่วนที่หายไป
  • หากไม่ทราบประวัติที่ชัดเจนของคาร์ซีท อาจไม่ควรเลือกมาใช้งาน

2.วางเบาะรถยนต์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง

สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในการวางคาร์ซีท คือ เบาะหลังซึ่งห่างจากถุงลมนิรภัย หากวางคาร์ซีทเอาไว้ที่ด้านหน้า เมื่อถุงลมนิรภัยพองขึ้น อาจทำให้เบาะที่นั่งด้านหลังไปกระแทกกับหัวของเด็ก ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดอาการบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น เด็กที่นั่งอยู่ในคาร์ทซีทที่หันไปทางด้านหน้า อาจได้รับอันตรายจากถุงลมนิรภัยได้

หากจำเป็นต้องเดินทางด้วยยานพาหนะ เช่น รถปิ๊กอัพที่มีที่นั่งแถวเดียว อาจปิดการใช้งานถุงลมนิรภัยด้านหน้า หรือติดตั้งสวิตช์เปิด-ปิด เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงลมนิรภัยเกิดการชน และหากต้องวางคาร์ซีทอาจวางเอาไว้ที่เบาะหลัง ในช่วงกึ่งกลางของที่นั่ง แทนที่จะวางเอาไว้ติดกับประตู ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บระหว่างเกิดอุบัติเหตุ

3.ติดตั้งเบาะรถยนต์อย่างไม่ถูกต้อง

ก่อนที่จะติดตั้งคาร์ซีทกับเบาะรถยนต์ อาจอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตและส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ในคู่มือสำหรับเจ้าของรถ และอาจตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่นั่งนั้นมีความแน่น สามารถเคลื่อนไหวได้ไม่เกิน 1 นิ้ว หรือ 25 เซนติเมตร โดยวัดจากทางด้านข้าง หรือด้านหน้าไปด้านหลัง เมื่อจับพบจุดที่จะติดตั้งแล้ว อาจต้องหันหน้าคาร์ซีทไปในทิศทางที่ถูกต้อง

หากคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหันคาร์ซีทไปยังด้านหลังของรถยนต์ อาจต้องทำตามสิ่งเหล่านี้

  • ใช้ช่องใส่สายรัดตามที่คู่มือการใช้งานระบุเอาไว้ โดยเบาะติดสายคาดนิรภัยจะอยู่ที่ด้านล่าง หรือที่ไหล่ของเด็ก วางสายรัดเหนือไหล่ของลูก
  • หัวเข็มขัดของสายรัดและคลิปในการรัดสาย ควรอยู่บริเวณหน้าอก โดยอาจตรวจสอบให้แน่ใจว่า สายรัดและคลิปในการรัดสายนั้นราบไปกับหน้าอกและสะโพกของเด็กโดยไม่หย่อน อาจต้องวางผ้าห่มเล็ก ๆ ที่ม้วนแน่นไว้ข้างเด็ก เพื่อใช้ในการรองรับศีรษะและคอ

4.เบาะรถยนต์สำหรับเด็กอยู่ในมุมที่ไม่ถูกต้อง

ความจริงแล้วตำแหน่งที่ถูกต้องของการวางคาร์ซีท คือ ควรปรับเบาะให้หันไปทางด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กพลิกไปข้างหน้า อาจต้องรัดเข็มขัดนิรภัย โดยเปิดทางเดินหายใจของเด็กให้สะดวก แต่เมื่อเด็กโตขึ้นอาจต้องปรับคาร์ซีทให้เหมาะสมอีกครั้ง โดยดูรายละเอียดได้จากคำแนะนำของผู้ผลิต

5.การย้ายตำแหน่งเบาะไปข้างหน้าเร็วเกินไป

การวางคาร์ซีทในตำแหน่งหันไปข้าหน้า ก็เพียงเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นเด็ก ๆ ได้จากกระจกมองหลัง แต่การหันหน้าไปทางข้างหลังรถยนต์ให้เป็นเวลานานที่สุด จนกว่าเด็กจะมีน้ำหนักและส่วนสูงเป็นไปตามที่ผู้ผลิตเบาะรถยนต์กำหนด อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การเปลี่ยนตำแหน่งของคาร์ซีทไปทางด้านหน้า อาจต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ติดตั้งคาร์ซีทตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยใช้เข็มขัดนิรภัย หรือจุดยึดที่อยู่ด้างล่างของเบาะ
  • ใช้สายรัดเกี่ยวกับด้านบนของเบาะรถยนต์ เพื่อให้เกิดความมั่นคง
  • ปรับสายรัดให้อยู่ที่ไหล่ หรือสูงกว่าไหล่ของเด็ก อาจปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับเด็กจะเป็นการดีที่สุด

6.ไม่ถอดแจ็คเก็ตหนา ๆ หรือเอาผ้าห่มของเด็กออก

แจ็คเก็ตหนา ๆ หรือผ้าห่ม อาจป้องกันการรัดของเข็มขัดนิรภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น หากนำแจ็คเก็ตหนา ๆ หรือผ้าห่มมาคลุมเอาไว้บนตัวเด็ก อาจช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับเด็กได้ด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Car Seat Safety. https://kidshealth.org/en/parents/auto-baby-toddler.html. Accessed March 19, 2020

Car Seats: Information for Families. https://www.healthychildren.org/English/safety-prevention/on-the-go/Pages/Car-Safety-Seats-Information-for-Families.aspx. Accessed March 19, 2020

Car seat safety: Avoid 9 common mistakes. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/infant-and-toddler-health/in-depth/car-seat-safety/art-20043939. Accessed March 19, 2020

Car Seats and Booster Seats. https://www.nhtsa.gov/equipment/car-seats-and-booster-seats. Accessed September 25, 2021

Keep Child Passengers Safe. https://www.cdc.gov/injury/features/child-passenger-safety/index.html. Accessed September 25, 2021

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ