สมาธิกับเด็กวัยเรียน วิธีสร้างสมาธิให้เด็กในวัยเรียน

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ช่วงวัยเรียน เด็กหลายคน คงเคยถูกให้ฝึกนั่งสมาธิในชั้นเรียน มีบางคนที่รู้สึกเบื่อหน่ายไม่ใช่น้อย รู้หรือไม่ว่า?สมาธิกับเด็กวัยเรียน

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ การทำสมาธิให้ประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร ติดตามได้จากบทความที่ทาง Hello คุณหมอนำมาฝากกัน

ประโยชน์ของการทำสมาธิ

การทำสมาธิ ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อน นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ร่างกาย สามารถป้องกัน และรักษาโรคได้ด้วย จากการศึกษาในสถานศึกษา การทำสมาธิ ยังทำให้เด็ก มีความสนใจในห้องเรียนยิ่งขึ้น และปรับพฤติกรรมของเด็กให้ดีขึ้นตามลำดับด้วย

อ้างอิงจากผลงานวิจัย ยังแสดงให้เห็น ถึงประโยชน์ของการฝึกสมาธิ ที่มีประโยชน์ต่อ โรคสมาธิสั้น (ADHD) ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ผลการเรียน การนอนหลับ ปัญหาพฤติกรรม และความผิดปกติในการรับประทานอาหาร

โดยทดลองกับ เด็กมัธยม อย่างน้อยจำนวน 300 ราย ด้วยการใช้การเรียน การสอน แบบใช้สมาธิเข้ามาร่วมด้วย ผลปรากฏว่า การทำงานทางด้านจิตใจดีขึ้น นอกจากนั้น สมาธิยังมีประโยชน์ ต่อระบบประสาท ในเรื่องของการช่วยลดฮอร์โมนความเครียดของเด็ก

สมาธิกับเด็กวัยเรียน สมาธิช่วยอะไรบ้าง?

การฝึกสมาธิ มีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกาย ดังนี้

  • ลดความวิตกกังวล
  • ลดภาวะซึมเศร้า
  • เพิ่มทักษะการเผชิญปัญหา
  • ลดความหงุดหงิดและความเครียด
  • ปรับปรุงความสามารถในการเรียนรู้
  • ปรับปรุงความสามารถในการจำ
  • เพิ่มความสุขให้แก่จิตใจ
  • เพิ่มความมั่นคงทางอารมณ์
  • เพิ่มความสามารถในการจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำให้รู้สึกนับถือตัวเองมากขึ้น
  • ระบบการหายใจดีขึ้น
  • อัตราการเต้นของหัวใจลดลง
  • ช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือด
  • ปรับปรุงการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ลดการตอบสนองความเครียดทางกายภาพ
  • นอนหลับดีขึ้น
  • ช่วยให้จัดการกับอาการทางกาย เช่น ความเจ็บปวด ได้ดีขึ้น

วิธีการฝึกสมาธิให้แก่เด็ก

จากการศึกษา โดยศูนย์วิจัยสุขภาพจิตแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (CIHM) การฝึกสมาธิ คือการให้ความสำคัญกับความคิด ความรู้สึก และสิ่งแวดล้อม อย่างระมัดระวัง ซึ่งวิธีการฝึกสมาธิมีดังนี้

  • เริ่มต้นด้วยการให้เด็ก ฝึกหายใจ : เมื่อเด็กรู้สึกเครียด หรืออารมณ์เสีย พยายามบอกให้พวกเขา หายใจเข้าลึกๆ เพียงไม่กี่ครั้ง โดยปกติแล้ว สถานการณ์ที่ท้าทาย มักทำให้เกิดอาการทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจถี่กว่าปกติ และเหงื่อออก ดังนั้น การหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ จะช่วยหลีกเลี่ยง การตื่นตระหนก และลดปฏิกิริยาที่หุนหันพลันแล่นได้อีกด้วย นอกจากนั้นการฝึกหายใจ เป็นประจำทำทุกวัน ยังช่วยทำให้ความคิดพัฒนาเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น
  • พยายามหยุดและคิด : หากเด็กกำลังเจอสถานการณ์ที่ยุ่งยากหรือเผชิญหน้ากับคำถามที่ยาก แล้วไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที ลองบอกให้พวกเขา หยุดและคิดก่อนตอบเสมอ โดยการหยุดและคิดก่อนตอบนั้น จะช่วยให้เด็กๆ มั่นใจว่าได้คิดคำตอบ อย่างรอบคอบแล้ว โดยการการฝึกฝนเช่นนี้ มีประโยชน์สำหรับการสนทนา โต้ตอบและการตอบกลับอีเมลอีกด้วย
  • หาเครื่องดื่มมาจิบ : การกระทำเช่นนี้เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก ให้ห่างจากอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น นอกจากนั้น ยังช่วยทำให้ร่างกายของพวกเขาผ่อนคลาย สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ด้วยความคิดเชิงบวกมากขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน