อยากสอนให้ลูกรักกินแบบ BLW คุณแม่ควรเริ่มต้นได้อย่างไร

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

เมื่อลูกน้อยที่มีอายุตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป จากนมที่เคยเป็นอาหารหลักเพียงอย่างเดียว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ควรจะปรับเปลี่ยนอาหารเสียที โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเปลี่ยนเป็นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ แต่ยังคงใช้เทคนิคการให้โดยการบดอย่างละเอียดเพราะกังวลว่าอาหารเหล่านี้จะเข้าไปเป็นอันตรายได้ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้มีแนวทางใหม่ในการหัดให้เด็กเล็กรู้จักกับการรับประทานอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า Baby Led Weaning (BLW) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการพัฒนาอวัยวะร่างกายของลูกรักให้แข็งแรงขึ้น มาฝากทุกครอบครัวกัน

BLW (Baby Led Weaning) คืออะไร

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูก ๆ ได้ทานอาหารด้วยมือของเขาเอง อาหารที่จะนำมาฝึกให้ลูกของคุณจะค่อนข้างแข็งเล็กน้อย และควรผ่านการปรุงสุกเพื่อช่วยลดความแข็งนี้ลงให้เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่มักเลือกผัก ผลไม้ ที่ให้คุณประโยชน์เสริมสร้างร่างกายแก่ลูก เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล มะเขือเทศ แครอท เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้จะแตกต่างจากการใช้วิธีบดอาหารแบบเดิม

โดยช่วงอายุที่แนะนำให้มีการเริ่มเลี้ยงลูกของคุณแบบBLW คือตั้งแต่ช่วง 6 เดือนขึ้นไป เพราะช่วง 6 เดือนนี้เป็นช่วงที่ลูกเริ่มมีความสนใจในอาหาร เริ่มหยิบจับคว้าอะไรได้บ้างแล้ว และสามารถเริ่มนั่งตัวตรงได้ การใช้เทคนี้สอนลูกรักของคุณเป็นการเสริมทักษะอย่างหนึ่งให้พวกเขาได้เริ่มหัดช่วยเหลือตนเองต่อไปได้ในอนาคต และที่สำคัญยังทำให้คุณแม่ประหยัดเวลาในการบดอาหาร หรือการป้อนอาหารมากขึ้นอีกด้วย

เช็กลูกรักของคุณ ว่าพร้อมเริ่มการฝึก BLW ได้เมื่อใด

  • ลูกของคุณต้องมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยที่สามารถนั่งบนเก้าอี้แบบทรงตัวตรง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพราะต้องกินอาหารได้เองแบบที่ไม่ต้องมีคนคอยช่วย เพียงแค่คอยสังเกตพฤติกรรมเท่านั้น การนั่งเองได้เป็นสิ่งที่สำคัญมากกับการกินแบบBLW เมื่อเด็กสามารถนั่งเองได้ก็จะง่ายต่อการกิน
  • หยิบจับของได้ การกินแบบนี้ส่วนใหญ่เน้นให้เด็ก ๆ กินด้วยตัวเอง คุณพ่อ หรือคุณแม่ควรสังเกตจากขั้นพื้นฐานของลูกในเรื่องการเริ่มหยิบจับสิ่งของ
  • เริ่มเคี้ยวอาหารได้ แม้ว่าฟันของเด็ก ๆ จะยังไม่ขึ้นเต็มที่ แต่เขาก็มีเหงือกที่แข็งแรงพอที่จะเคี้ยวบดอาหารได้แล้ว

คุณพ่อคุณแม่ สามารถเริ่มต้นได้อย่างไร

  • ให้ลูกนั่งร่วมโต๊ะอาหารในทุก ๆ มื้ออาหาร แม้เขาอาจจะไม่ได้กินอาหารในทุก ๆ มื้อ แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างนิสัยที่ดีให้กับเขาได้ และปรับให้เขาชินคุ้นเคย
  • หั่นอาหารเป็นชิ้น ๆ ให้พอเหมาะกับมือเล็ก ๆ ของเขา เพื่อที่จะได้หยิบจับเข้าปากได้อย่างง่าย นอกจากนี้ควรหั่นเป็นรูปทรงที่ง่ายต่อการหยิบจับ เช่น ชิ้นแบบยาว เป็นริ้ว ๆ
  • เตรียมพื้นที่ สำหรับการกิน เพราะอาจจะมีความยุ่งยากในระหว่างที่ลูก ๆ รับประทานอาหาร เพราะอาจเกิดความเลอะเทอะไปทั่วทั้งโต๊ะ พื้นบ้าน หรือแม้แต่ใบหน้า ลำตัวของเขาเอง แต่นั้นเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขากำลังสนุกกับการกิน
  • คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมให้เขาด้วยการล้างมือก่อนกินอาหาร หลังอาหาร เป็นการสอนเสริมไปในตัวถึงความสะอาด เพื่อให้เขาจดจำ และทำต่อมาเมื่อเติบโต
  • เลือกอาหารที่เหมาะกับวัยของเด็ก อาจจะเริ่มต้นมื้อแรกของลูก ๆ ด้วยอาหารที่ไม่แข็งจนเกินไป เช่น อะโวคาโดบดหยาบ ๆ ไม่ถึงกับละเอียด มันฝรั่งต้ม หรือผักที่ปรุงสุกอื่น ๆ เช่น แครอท บร็อคโคลี่
  • นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเนื้อสัตว์ที่มีความนิ่มในแต่ละมื้ออาหารลงไปได้ด้วย เช่น เนื้อปลานึ่งสุก ตับ หมูเนื้อ เพื่อให้ลูก ๆ ได้ สารอาหารอย่างครบถ้วน และควรให้แต่พอดีในสัดส่วนที่พอดีกับผัก ผลไม้

ประโยชน์ของการฝึกให้ลูกทานอาหารแบบ BLW

การกินแบบนี้จะเป็นการเน้นให้เด็ก ๆ ได้กินด้วยตัวเอง หยิบจับอาหารในจานของตัวเอง อย่างแรกคือ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเสียเวลาป้อน หรือบังคับให้เด็ก ๆ กินอาหาร เพราะเขาจะเป็นคนเลือกเองว่าอยากทานแบบไหนที่เราได้จัดเตรียม และได้ลองเลือกหยิบจับสิ่งนั้นกิน ถือได้ว่าเป็นการบ่งบอกว่าสิ่งไหนที่ลูกของคุณชอบหรือไม่ชอบ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยนวัตถุดิบในมื้อต่อไปได้ และมากไปกว่านั้นลูกของคุณจะได้การเรียนรู้ด้านการเคลื่อนไหว พัฒนาทักษะของนิ้ว มือ การเคี้ยว ในระหว่างที่หยิบจับอาหารรับประทาน

ข้อควรระวัง

อย่างไรก็ตามนมแม่ก็ยังเป็นอาหารที่มีความสำคัญกับเด็ก ๆ มากที่สุด ด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่มากมาย ดังนั้น เราควรเลือกการกินแบบ BLW เพียงวันละ 1 มื้อ ในแต่ละวัน และไม่ควรให้เด็ก ๆ กินในช่วงที่เขากำลังมีอารมณ์เชิงลบ หรือร้องไห้ งอแงอยู่ เพราะอาจทำให้พวกเขาคัดค้านการฝึกนี้ แถมเสี่ยงที่จะทำให้เขาเกิดการสำลัก

ดินา ดิมาจกิโย (Dina DiMaggio) ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ได้กล่าวในนิตรสารฉบับหนึ่งว่า เด็้กเล็กยังคงมีความล่าช้าในพัฒนาการด้านระบบประสาท ควรให้อาหารแบบอ่อนในมื้อแรก ๆ และค่อย ๆ เพิ่มความแข็งขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับคุณแม่ที่เตรียมอาหารให้เล็กน้อยนี้ควรจะต้องระวัง หรือตรวจสอบดูความผิดปกติของลูกเรื่องการแพ้อาหารเป็นพิเศษ รวมทั้งอาหารที่อาจส่งผลให้ลูกรักสำลัก ติดคอได้ เช่น ถั่ว องุ่น ลูกเกด ข้าวโพดคั่ว และผักดิบ

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจ หรือมีข้อกังวลเพิ่มเติม เกี่ยวกับอาหารที่ควรฝึกให้ลูกของคุณเริ่มทานอาหารด้วยตนเอง หรืออยากได้เทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วย สามารถเข้าขอคำปรึกษาจากนักโภชนาการ หรือแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ได้เช่นกัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

“ประณามแม่” (Mom Shaming) ช่วยทำให้แม่ที่ไม่ดี กลายเป็นแม่ที่ดีได้ จริงเหรอ

ประณามแม่ เป็นเทรนด์หนึ่งที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป ตั้งแต่จากคนใกล้ตัว เพื่อนบ้าน ไปจนถึงภายในโลกออนไลน์ เรามักจะตัดสินแม่ที่เลี้ยงลูกแบบผิดๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ประคบประหงมลูกเกินไป คุณเข้าข่ายเป็น “พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์” รึเปล่า?

“พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์” คือพ่อแม่ที่ประคบประหงมลูกจนเกินไป พ่อแม่ทุกคนย่อมรักลูก แต่บางครั้งการรักลูกมากจนเกินพอดีก็อาจส่งผลเสียต่อตัวเด็กเองได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เด็กขี้อาย พ่อแม่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกได้อย่างไร

ความขี้อายกับเด็กๆเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน ทุกคนต่างก็เคยเป็น เด็กขี้อาย มาก่อน เช่น อายเมื่อต้องไปพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียน อายที่ถูกล้อ และอีกหลายเหตุการณ์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

พ่อแม่ โกหกลูก อาจส่งผลต่อเด็กมากกว่าที่คิด

งานวิจัยพบว่าเด็กสามารถรู้ได้ว่าผู้ใหญ่กำลังโกหก  Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าหากพ่อแม่ โกหกลูก จะส่งผลต่อเด็กๆ หรือไม่ ดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

บทความแนะนำ

blw-เทคนิคการเลี้ยงลูก-ทานเอง-ตั้งแต่มื้อแรก

BLW สอนลูกคนเก่ง ให้ ทานเอง ตั้งแต่มื้อแรก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ เมษายน 28, 2020
น้ำนมเหลือง-น้ำนมจากคุณแม่-โคลอสตรุม-เด็กทารก

น้ำนมเหลือง คุณค่าของนมหยดแรกจากอกคุณแม่ ที่ลูกรักคู่ควร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 8, 2020
ลักษณะ-เด็กอัจฉริยะ

ลักษณะของ เด็กอัจฉริยะ ที่พ่อแม่ควรสังเกต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 21, 2020
ลูกคิดบวก

ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไร ถ้าอยากให้ ลูกคิดบวก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 8, 2020