home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ออราโนฟิน (Auranofin)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา
ออราโนฟิน (Auranofin)

ข้อบ่งใช้

ยา ออราโนฟิน ใช้สำหรับ

ยา ออราโนฟิน (Auranofin) มักจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษา เพื่อบรรเทาอาการจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) ยานี้จะใช้ร่วมกับการบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยา เช่น การพักผ่อน การทำกายภาพบำบัด นอกจากนี้ ยาออราโนฟินยังใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ระดับรุนแรง ที่ไม่ตอบสนองหรือไม่สามารถใช้ยาอื่นได้ ยาออราโนฟินนั้นจัดว่าเป็นสารประกอบทองคำ (gold compound)

ยาออราโนฟิน ไม่ใช่ยาแก้ปวดเหมือนอย่างยาแอสไพริน แต่ยานี้สามารถช่วยลดอาการปวดที่เกิดขึ้นพร้อมกับโรคข้ออักเสบได้โดยการลดอาการอักเสบ ยานี้จะช่วยลดอาการแข็งเกร็งของข้อในตอนเช้า และช่วยลดอาการปวดหรือบวมที่ข้อต่อได้

วิธีการใช้ยา ออราโนฟิน

รับประทานยานี้ โดยปกติคือวันละหนึ่งหรือสองครั้ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร หรือรับประทานยาตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยานั้นจะขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะให้คุณเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำ (วันละครั้ง) และค่อยๆ เพิ่มไปเป็นวันละสองครั้งเพื่อลดอาการปวดท้อง อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยานี้บ่อยกว่าที่แพทย์สั่ง อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้น และความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้น ขนาดยาสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่คือ 9 มก. ต่อวัน

ผู้ป่วยเกือบครึ่งหนึ่งจะมีอาการท้องร่วงขณะที่กำลังใช้ยานี้ หากอาการนี้ไม่หายไปหรือกลายเป็นปัญหา แพทย์อาจจะลดขนาดยาหรือให้คุณหยุดใช้ยาชั่วคราว อย่าหยุดหรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ปรึกษากับแพทย์

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

หากคุณได้รับยานี้จากการฉีดยา คุณสามารถเริ่มรับประทานยานี้ต่อได้ทันทีหลังจากหยุดฉีดยา หากคุณเคยใช้ยาเพนิซิลลามีน (penicillamine) แล้วเปลี่ยนมาใช้ยานี้ คุณอาจจะต้องรอนานอย่างน้อย 1 เดือนหลังจากหยุดใช้ยาเก่า ก่อนที่จะเริ่มใช้ยาออราโนฟินได้ โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

คุณอาจต้องใช้ยานี้นานกว่า 3 ถึง 4 เดือน กว่าจะเห็นผลของยาอย่างเต็มที่

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่หายไปหรือมีอาการแย่ลง

การเก็บรักษายา ออราโนฟิน

ยาออราโนฟินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาออราโนฟินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาออราโนฟินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาออราโนฟิน

ก่อนใช้ยาออราโนฟิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ แพ้ทองคำ หรือสารประกอบโลหะหนักอื่นๆ รวมทั้งหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณเป็นโรคบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เคยมีปฏิกิริยาต่อสารประกอบทองคำ เช่น มีความผิดปกติของเลือด มีปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหาเกี่ยวกับปอด ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับอาการเลือดออก ความผิดปกติของเลือด เช่น การกดไขกระดูก โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ หรือโรคลำไส้อักเสบ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) ปัญหาเกี่ยวกับปอดบางชนิด อย่างโรคพังผืด (fibrosis) โรคไต โรคตับ โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (systemic lupus erythematosus) เพิ่งผ่านการฉายรังสีบำบัด

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ไม่ควรอยู่ใต้แสงแดดเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการอาบแดดและโคมไฟแสงอาทิตย์ ควรทาครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณเกิดอาการแดดเผาหรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ไม่แนะนำการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานี้สามารถซึมผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้และอาจส่งผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารก โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาออราโนฟินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาออราโนฟิน

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ โดยปกติมักจะเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังจากรับประทานยา และยังอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร แสบร้อนกลางอก และปวดหัว หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ตาแดงหรือปวดตา ผมร่วง มีอาการเหน็บหรือชาที่แขนหรือขา

ยานี้อาจทำให้เกิดแผลที่ปาก ริมฝีปาก หรือลำคอ อย่างภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (stomatitis) โปรดแจ้งให้แพทย์ให้ทราบหากคุณสังเกตว่ารู้สึกถึงรสชาติเหล็กภายในปาก เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณแรกของภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออ่อนๆ อาจจะช่วยบรรเทาอาการได้บางส่วน โปรดปรึกษากับแพทย์

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นยากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ สัญญาณของภาวะเซลล์เม็ดเลือดต่ำ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือรัว ผิวซีด เหนื่อยล้าผิดปกติ มีอาการเลือดออกหรือรอยช้ำง่าย อุจจาระสีดำหรือมีเลือดปน มีอาการไอบ่อยครั้ง มีเสมหะ มีหนองหรือเลือดในอาการท้องร่วงที่อุจจาระไหลเป็นน้ำ หายใจติดขัดหรือมีอาการปวดขณะหายใจ วิงเวียน สัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง ปวดท้องอย่างรุนแรง เหนื่อยล้าผิดปกติ มีความเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณหรือสีของปัสสาวะ อาเจียนคล้ายกากกาแฟ ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ผดผื่นผิวหนังเป็นอาการที่พบได้มากจากการใช้ยานี้และอาจจะมีอาการรุนแรงได้ อาการคันนั้นมักจะเป็นสัญญาณแรกของอาการแพ้อย่างรุนแรง ดังนั้น จึงควรรับการรักษาทันทีหากคุณมีผดผื่นหรืออาการคัน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้เนื่องจากอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ ยาเพนิซิลลามีน (penicillamine) หากคุณกำลังใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนเริ่มใช้ยาออราโนฟิน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาเฟนิโทอิน (phenytoin)

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด รวมถึงการทดสอบวัณโรคบนผิวหนัง (tuberculin skin test) และอาจทำให้ผลตรวจเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งบุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนให้ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ยาออราโนฟินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาออราโนฟินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาออราโนฟินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาออราโนฟินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาเริ่มต้น 3 มก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เป้าหมายของการรักษาคือค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึงรับประทาน 6 มก. ต่อวัน เพื่อลดอาการท้องร่วง

ขนาดยาปกติ รับประทาน 6 มก. ต่อวัน รับประทานครั้งเดียวหรือแบ่งรับประทานครั้งละ 3 มก. วันละสองครั้งเพื่อลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

การตอบสนองของการรักษาต่อยาออราโนฟินอาจจะยังไม่ปรากฏภายใน 3 ถึง 6 เดือนหลังจากเริ่มต้นการรักษา ถ้าหลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วการตอบสนองจะถือว่าไม่เพียงพอ อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 3 มก. รับประทานวันละสามครั้ง หากใช้ขนาดยา 9 มก./วัน หลังจากผ่านไป 2 ถึง 3 เดือน แต่การตอบสนองยังคงไม่เพียงพอ ควรพิจารณาทางเลือกอื่นในการรักษา

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) น้อยกว่า 50 มล./นาที ห้ามใช้ยาออราโนฟินในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 50 ถึง 80 มล./นาที ควรลดขนาดยาลงมา 50%

การปรับขนาดยา

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องร่วง ควรให้ยาในขนาด 3 มก. วันละครั้ง ภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก สามารถเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 3 มก. รับประทานวันละสามครั้งถ้าหลังจากผ่านไป 6 เดือนแล้วการตอบสนองยังไม่เพียงพออยู่

คำแนะนำอื่นๆ

ขนาดยาสูงสุดคือ 9 มก./วัน อาจจะยังมองไม่เห็นการตอบสนองต่อการรักษาเป็นเวลา 3-6 เดือน

ขนาดยาออราโนฟินสำหรับเด็ก

อายุมากกว่า 1 ถึง 12 ปี

ขนาดยาเริ่มต้น 0.1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 2 ครั้งในขนาดที่เท่ากัน

อายุมากกว่า 1 ถึง 12 ปี

ขนาดยาปกติ 0.15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 2 ครั้งในขนาดที่เท่ากัน โดยมีขนาดยาสูงสุดที่ 0.2 มก./กก./วัน รับประทานหนึ่งครั้งหรือแบ่งรับประทานในขนาดที่เท่ากันโดยเว้นเวลานาน 12 ชั่วโมง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Auranofin Capsule. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-7010/auranofin-oral/details. Accessed January 4, 2018.

Auranofin Dosage. https://www.drugs.com/dosage/auranofin.html. Accessed January 4, 2018.

Auranofin. https://www.drugbank.ca/drugs/DB00995. Accessed 21 November 2019

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล เมื่อ 04/06/2019
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
x