backup og meta

เดพาคอต® (Depakote®)

เดพาคอต® (Depakote®)

เดพาคอต® (Depakote®) คือชื่อยี่ห้อของตัวยาไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม ที่ใช้เพื่อรักษาอาการชัก อาการปวดหัวไมเกรน และอาการที่เกิดจากโรคไบโพลาร์ ซึ่งข้อมูลของยามีดังนี้

ข้อบ่งใช้

ยาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม) ใช้สำหรับ

  • ยาเดพาคอต® (Depakote®) ส่งผลกระทบกับสารเคมีภายในสมอง ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการชัก
  • ยาเดพาคอต® ใช้เพื่อรักษาอาการชักประเภทต่างๆ ยานี้ในบางครั้งจะใช้ร่วมกับยารักษาอาการชักอื่นๆ
  • ยาเดพาคอต® ยังใช้เพื่อรักษาช่วงจิตอารมณ์คลุ้มคลั่ง (manic episodes) ที่เกี่ยวข้องกับโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) หรือจิตอารมณ์คลุ้มคลั่งและซึมเศร้า (manic depression) และยังใช้เพื่อป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน
  • ยาเดพาคอต® ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้ยาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม)

  • รับประทานยาเดพาคอต® ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา ในบางครั้งแพทย์อาจจะเปลี่ยนขนาดยา เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับผลที่ดีที่สุด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ
  • ควรดื่มน้ำให้มากขณะที่กำลังใช้ยานี้ ขนาดยาของคุณอาจจะต้องเปลี่ยน หากคุณได้รับน้ำในแต่ละวันไม่เพียงพอ
  • อย่าบด เคี้ยว หัก หรือแกะเปิดยาเม็ด หรือแคปซูลแบบออกฤทธิ์ช้าหรือออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด
  • ขณะที่กำลังใช้ยาเดพาคอต® คุณอาจจะต้องทำการตรวจเลือดเป็นประจำ
  • หากคุณต้องรับการผ่าตัด โปรดแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบล่วงหน้าว่า คุณกำลังใช้ยาเดพาคอต®
  • อย่าหยุดใช้ยาเดพาคอต® อย่างกะทันหัน แม้ว่าคุณจะรู้สึกสบายดี การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน อาจทำให้เกิดอาการชักที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ ในการลดขนาดยาของคุณลงมา

การเก็บรักษายาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม)

ยาเดพาคอต®ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเดพาคอต® บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเดพาคอต® ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม)

1. ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาเดพาคอต® หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

2. คุณไม่ควรใช้ยาเดพาคอต® หากคุณมีอาการ

  • โรคตับ
  • ความผิดปกติของวัฏจักรยูเรีย (urea cycle disorder)
  • โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในไมโทคอนเดรีย (genetic mitochondrial disorder) เช่น โรคอัลเพอร์ (Alpers’ disease) หรือกลุ่มอาการอัลเพอร์-ฮัทเทนโลเคอร์ (Alpers-Huttenlocher syndrome) โดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี

3. ยาเดพาคอต® สามารถทำให้เกิดภาวะตับวายที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปีและผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับที่เกิดจากโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในไมโทคอนเดรีย

4. ผู้ที่อายุน้อยบางส่วนอาจจะมีความคิดอยากจะฆ่าตัวตาย เมื่อเริ่มใช้ยาเดพาคอต® แพทย์จะต้องนัดเพื่อตรวจความคืบหน้าของคุณเป็นประจำขณะที่กำลังใช้ยานี้ ครอบครัวและผู้ดูแลของคุณ ควรจะตื่นตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หรืออาการของคุณ

5. อย่าใช้ยาเดพาคอต® เพื่อป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน หากคุณตั้งครรภ์

6. หากคุณใช้ยาเดพาคอต® เพื่อรักษาอาการชักหรือช่วงอารมณ์จิตคลุ้มคลั่ง ยานี้สามารถเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และอาจจะส่งผลประทบต่อความสามารถทางปัญญา (การใช้เหตุผล สติปัญญา การแก้ปัญหา) ในชีวิตของเด็กต่อมาภายหลัง แต่การมีอาการชักขณะตั้งครรภ์ อาจเป็นอันตรายทั้งกับแม่และเด็ก อย่าเริ่มหรือหยุดใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแทพย์

7. ควรใช้การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่กำลังใช้ยานี้ และโปรดแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณตั้งครรภ์

8. โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเริ่มหรือหยุดใช้ยาคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจน (estrogens) เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด และวงแหวนสอดช่องคลอดคุมกำเนิด เอสโทรเจนนั้นสามารถทำปฏิกิริยากับไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม (divalproex sodium) และทำให้ยามีประสิทธิภาพในการป้องกันการชักได้น้อยลง

9. การควบคุมอาการชักนั้นสำคัญมากขณะตั้งครรภ์ ประโยชน์จากการป้องกันอาการชักนั้น อาจจะมากกว่าความเสี่ยงใดๆ ที่เกิดจากการใช้ยาเดพาคอต® อาจจะมียาอื่นที่ปลอดภัยมากกว่าที่จะใช้ขณะตั้งครรภ์ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยานี้ ขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์

10. ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียมสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และทำอันตรายต่อทารก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานข้อมูลที่เพียงพอ เกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอ เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • สับสน เหนื่อยล้า รู้สึกหนาว อาเจียน สภาวะจิตใจเปลี่ยนแปลง
  • มีรอยช้ำง่าย เลือดออกผิดปกติ (ที่จมูก ปาก หรือเหงือก) มีจุดสีม่วงหรือแดงใต้ผิวหนัง
  • ง่วงซึมอย่างรุนแรง
  • อาการชักรุนแรงขึ้น
  • สัญญาณของการอักเสบที่ร่างกาย – ต่อมบวม อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ เหน็บหรือชาอย่างรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดหน้าอก อาการไอครั้งใหม่หรือแย่ลงพร้อมกับเป็นไข้ หายใจติดขัด
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง – เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ เป็นไข้ ต่อมบวม มีแผลที่ปาก หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากผู้ที่ใช้ยานี้มีสัญญาณแรกของปัญหาเกี่ยวกับตับหรือตับอ่อ เช่น เบื่ออาหาร ปวดท้องส่วนบน (ที่อาจจะแพร่ไปยังหลัง) กำลังมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน ปัสสาวะสีคล้ำ มีอาการบวมที่ใบหน้า หรือโรคดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีอาการใหม่หรืออาการแย่ลง เช่น มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรือพฤติกรรม ซึมเศร้า วิตกกังวล อาการแพนิคกำเริบ (panic attacks) นอนไม่หลับ หรือหากคุณรู้สึกหุนหันพลันแล่น หงุดหงิด กระวันกระวาย ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว ร้อนรน อยู่ไม่สุข (ทางจิตใจหรือร่างกาย) หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเดพาคอต® อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเดพาคอต® อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเดพาคอต® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ปัญหาเกี่ยวกับตับที่เกิดจากโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในไมโทคอนเดรีย
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า อาการป่วยทางจิต หรือมีความคิดหรือการพยายามฆ่าตัวตาย
  • คนในครอบครัวเคยมีความผิดปกติของวัฏจักรยูเรีย หรือมีทารกที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ติดเชื้อเอชไอวี หรือซีเอ็มวี (cytomegalovirus)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยา เดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม) สำหรับผู้ใหญ่

จิตอารมณ์คลุ้มคลั่ง

ยาเม็ดเดพาคอตมักจะให้โดยการรับประทาน ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 750 มก.ต่อวัน โดยแบ่งรับประทาน ควรเพิ่มขนาดยาขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ได้รับขนาดยาสำหรับการรักษาต่ำที่สุดที่ให้ผลทางการแพทย์ที่ต้องการ หรือได้รับความเข้มข้นของพลาสมาอยู่ในระดับที่ต้องการ

ในการทดลองทางการแพทย์แบบควบคุม โดยใช้ยาหลอกเพื่อรักษาภาวะอารมณ์จิตคลุ้มคลั่งเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีการตอบสนองทางการแพทย์ ในระดับความเข้มข้นของพลาสม่าช่วงระหว่าง 50 และ 125 ไมโครกรัม/มล.

มักจะได้รับระดับความเข้มข้นสูงสุดภายใน 14 วัน ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 60 มก./กก./วัน

อาการชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (Complex Partial Seizures)

สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป

การรักษาด้วยยาชนิดเดียว (ช่วงเริ่มต้นการรักษา)

  • ยังไม่มีการวิจัยทั่วร่างกาย เกี่ยวกับการใช้ยาเดพาคอตในช่วงเริ่มต้นของการรักษา ผู้ป่วยควรเริ่มต้นการรักษาในขนาดยา 10 ถึง 15 มก./กก./วัน
  • ควรเพิ่มขนาดยา 5 ถึง 10 มก./กก/สัปดาห์ เพื่อรับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด
  • โดยปกติแล้ว มักจะได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ในขนาดยาต่อวันที่ต่ำกว่า 60 มก./กก./วัน
  • หากยังไม่ได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ต้องการ ควรวัดระดับพลาสมาเพื่อดูว่า อยู่ในช่วงขนาดยาที่ได้รับการยอมรับตามปกติหรือไม่ (50 ถึง 100 ไมโครกรัม/มล.)
  • ยังไม่มีคำแนะนำสำหรับความปลอดภัย ในการใช้ยาเดพาคอตในขนาดที่สูงกว่า 60 มก./กก./วัน

การเปลี่ยนมาเป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียว

  • ผู้ป่วยควรเริ่มต้นการรักษาในขนาดยา 10 ถึง 15 มก./กก./วัน
  • ควรเพิ่มขนาดยา 5 ถึง 10 มก./กก/สัปดาห์ เพื่อรับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด
  • โดยปกติแล้ว มักจะได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ในขนาดยาต่อวันที่ต่ำกว่า 60 มก./กก./วัน
  • หากยังไม่ได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ต้องการ ควรวัดระดับพลาสม่าเพื่อดูว่า อยู่ในช่วงขนาดยาที่ได้รับการยอมรับตามปกติหรือไม่ (50 ถึง 100 ไมโครกรัม/มล.)
  • ยังไม่มีคำแนะนำสำหรับความปลอดภัยในการใช้ยาเดพาคอต® ในขนาดที่สูงกว่า 60 มก./กก./วัน
  • การใช้ร่วมกับยากันชัก (antiepilepsy drug) โดยปกติแล้ว สามารถลดขนาดยาลงมาประมาณ 25% ทุกๆ 2 สัปดาห์
  • การลดขนาดยานี้อาจเริ่มตั้งแต่เริ่มใช้ยาเดพาคอต® หรือหลังจากผ่านไป 1 ถึง 2 สัปดาห์ หากมีข้อกังวลว่าจะเกิดอาการชักขึ้น หากลดขนาดยา
  • ความเร็วและระยะเวลาในการหยุดการใช้ยาร่วมกับยากันชักนั้น อาจจะแตกต่างกันอย่างมาก และควรเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้ เพื่อเฝ้าระวังความถี่ในการเกิดอาการชักที่เพิ่มขึ้น

การเสริมการรักษา

  • อาจเพิ่มยาเดพาคอต® เข้าไปในสูตรยาของผู้ป่วย ที่ขนาดยา 10 ถึง 15 มก./กก./วัน
  • ควรเพิ่มขนาดยา 5 ถึง 10 มก./กก/สัปดาห์ เพื่อรับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด
  • โดยปกติแล้ว มักจะได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ในขนาดยาต่อวันที่ต่ำกว่า 60 มก./กก./วัน
  • หากยังไม่ได้รับการตอบสนองทางการแพทย์ที่ต้องการ ควรวัดระดับพลาสม่าเพื่อดูว่า อยู่ในช่วงขนาดยาที่ได้รับการยอมรับตามปกติหรือไม่ (50 ถึง 100 ไมโครกรัม/มล.)
  • ยังไม่มีคำแนะนำสำหรับความปลอดภัย ในการใช้ยาเดพาคอต® ในขนาดที่สูงกว่า 60 มก./กก./วัน หากขนาดยาต่อวันเกิน 250 มก. ควรแบ่งให้ยา

อาการชักแบบเหม่อลอย (Absence Seizures) ชนิดธรรมดาและชนิดซับซ้อน

ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 15 มก./กก./วัน เพิ่มขนาดยาโดยเว้นหนึ่งสัปดาห์ที่ขนาด 5 ถึง 10 มก./กก./วัน จนกระทั่งสามารถควบคุมอาการชักได้ หรือสามารถขัดขวางไม่ให้ผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น

ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 60 มก./กก./วัน.

หากขนาดยาต่อวันเกิน 250 มก. ควรแบ่งให้ยา

โรคไมเกรน

ยาเดพาคอต® มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนในผู้ใหญ่

ยาเม็ดเดพาคอต® ให้โดยการรับประทานเท่านั้น ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง ในบางครั้งผู้ป่วยอาจจะได้ประโยชน์จากขนาดยาสูงถึง 1,000 มก./วัน ในการทดลองทางการแพทย์ ยังไม่มีหลักฐานว่า ขนาดยาที่สูงกว่านั้นจะได้ประสิทธิภาพมากกว่า

ขนาดยาเดพาคอต® (ไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม) สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดออกฤทธิ์นานไดวาลโปรเอ็กซ์ โซเดียม 125 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา เดพาคอต®

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

[embed-health-tool-bmi]

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Depakote®. https://www.drugs.com/depakote.html. Accessed July 17, 2017

Depakote®. https://www.depakote.com/. Accessed July 17, 2017

Depakote. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-1788/depakote-oral/details. Accessed July 17, 2017

เวอร์ชันปัจจุบัน

15/09/2020

เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

อัปเดตโดย: Nattrakamol Chotevichean


บทความที่เกี่ยวข้อง

5 พฤติกรรมกระตุ้นไมเกรน ที่คุณควรหลีกเลี่ยง

ไมเกรนกำเริบ! อาจมาจากอาหารก็ได้ มาเช็ก อาหารกระตุ้นไมเกรน กัน


ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ยาและอาหารเสริม · Hello Health Group


เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล · แก้ไขล่าสุด 15/09/2020

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา