home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เบตาแคโรทีน (Beta-Carotene)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา
เบตาแคโรทีน (Beta-Carotene)

เบตาแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถได้รับจากการรับประทานอาหารจำพวกผลไม้และผักต่างๆ หรืออาจได้รับจากการรับประทานเบตาแคโรทีนในรูปแบบสังเคราะห์จำพวกอาหารเสริม หรือวิตามินเสริมต่างๆ

ข้อบ่งใช้

เบตาแคโรทีน ใช้สำหรับ

เบตาแคโรทีน (Beta-carotene) พบได้ตามธรรมชาติในผลไม้และผักต่างๆ สำหรับรูปแบบสังเคราะห์นั้นอาจผลิตได้จากเชื้อราหรือสาหร่าย เบตาแคโรทีนนั้นจะแปลงเป็นวิตามินเอภายในร่างกาย ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับบำรุงดวงตาและบำรุงผิวหนังให้สุขภาพดี

เบตาแคโรทีนนั้นใช้เพื่อรักษา

  • โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic fibrosis)
  • อาการท้องร่วง
  • โรคเรื้อรัง
  • โรคตับ โรคตับอ่อน
  • ปัญหาการดูดซึมอาหารทางลำไส้
  • โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • โรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
  • แดดเผา
  • ภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ (Cervical dysplasia)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง

เบตาแคโรทีนนั้นยังใช้ในผู้หญิงที่ขาดสารอาหารเพื่อลดโอกาสในการเสียชีวิตและอาการตาบอดในตอนกลางคืนขณะตั้งครรภ์ เช่นเดียวกันกับอาการท้องร่วงและเป็นไข้ขณะคลอดบุตร

การทำงานของเบตาแคโรทีน

ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับการทำงานของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรนี้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แต่มีงานวิจัยบางชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าเบตาแคโรทีนนั้นจะเปลี่ยนแปลงเป็นวิตามินเอ สารอาหารสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์เกิดความเสียหาย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ เบตาแคโรทีน

  • โปรดแจ้งให้ทราบหากผู้ป่วยเคยสัมผัสรับแร่ใยหิน (asbestos) เพิ่งผ่านการผ่าตัดขยายเส้นเลือด (angioplasty) หรือสุบบุหรี่ เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ควรใช้อาหารเสริมเบตาแคโรทีน
  • โปรดแจ้งให้ทราบหากผู้ป่วยดื่มสุรา alcohol, ใช้โอเลสตรา (olestra) ยาไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ (bile acid sequestrants) ยามินเนอรอลออย (mineral oil) ยานีโอมัยซินสำหรับรับประทาน (neomycin) ยาออริสแตท (orlistat) ยาโปรตอนปั๊ม อินฮิบิเตอร์ (proton pump inhibitors) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะลดระดับของเบตาแคโรทีนได้
  • เก็บเบตาแคโรทีนไว้ในที่แห้ง ห่างจากแสงแดด
  • กฏข้อบังคับในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรนั้นมักเข้มงวดน้อยกว่ากฏข้อบังคับในการใช้ยา และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาความปลอดภัยของอาหารเสริมนี้ ควรพิจารณาคุณประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรอย่างรอบคอบ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยของเบตาแคโรทีน

  • เบตาแคโรทีนจะปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่ไม่แนะนำให้ใช้อาหารเสิรมเบตาแคโรทีนในขนาดสูงสำหรับการใช้ทั่วไปขณะตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • สำหรับผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ อาหารเสริมเบตาแคโรทีนนั้นอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่าใช้อาหารเสริมเบตาแคโรทีนหากคุณสูบบุหรี่
  • ผู้ที่เคยสัมผัสกับแร่ใยหิน อาหารเสริมเบตาแคโรทีนอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง อย่าใช้เบตาแคโรทีนหากคุณเคยมีประวัติสัมผัสกับแร่ใยหินมาก่อน
  • หลีกเลี่ยงการใช้อาหารเสริมเบตาแคโรทีนเพียงชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในทันทีหากและหลังจากการผ่าตัดขยายเส้นเลือด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้เบตาแคโรทีน

  • ผลหลักจากการใช้เบตาแคโรทีนคือการมีผิวหนังเป็นสีส้มอมเหลือง
  • เบตาแคโรทีนอาจทำให้เรอ ท้องผูก ท้องร่วง วิงเวียน ปวดหัว เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค (ทั้งโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคหวัด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งปอด การเสียชีวิต โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร) ปวดข้อต่อ ปัญหาเกี่ยวกับปอด ปวดกล้ามเนื้อ ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ระดับคอเลสเตอรอลแย่ลง มีจุดสีเหลืองในดวงตา และผิวหนังเป็นสีเหลือง
  • มีข้อกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้อาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างเบตาแคโรทีนในขนาดสูงนั้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่าประโยชน์ นักวิจัยบางรายได้แสดงให้เห็นว่าการใช้อาหารเสริมเบตาแคโรทีนในขนาดสูงนั้นอาจจะเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด และอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่าการรับประทานวิตามินรวมในขนาดสูงร่วมกับอาหารเสริมเบตาแคโรทีนนั้นจะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระดับรุนแรงในผู้ชาย

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้นกับ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรนี้อาจจะมีปฏิกิริยากับยาที่คุณกำลังใช้หรือโรคที่คุณเป็น โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์นี้
  • เบตาแคโรทีนอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกหรือรอยช้ำ ควรระมัดระวังการใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับอาการเลือดออกหรือการใช้ยาที่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออก อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของเบตาแคโรทีน

  • ปริมาณของวิตามินเอที่คุณต้องการนั้นขึ้นอยู่กับอายุและการเติบโตในแต่ละคน ปริมาณการบริโภควิตามินเอที่แนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 14 ปีขึ้นไปคือระหว่าง 700 ถึง 900 ไมโครกรัมของปริมาณเทียบเท่าของวิตามินเอ (retinol activity equivalents) ในแต่ละวัน ปริมาณการบริโภคที่แนะนำสำหรับผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตรคือ 1,200 ถึง 1,300 ไมโครกรัมของปริมาณเทียบเท่าของวิตามินเอ และนำให้ใช้ยาในขนาดที่ต่ำกว่าสำหรับทารกและเด็กที่อายุน้อยกว่า 14 ปี
  • คุณสามารถเปลี่ยนแปลงปริมาณของเบตาแคโรทีนที่คุณต้องการจะบริโภค โดยยึดคุณค่าทางโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์เป้นหลัก โดยปกติแล้วคุณสามารถบริโภคเบตาแคโรทีนขนาด 15 มก. พร้อมกับวิตามินซีขนาด 500 มก. ซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide) ขนาด 80 มก. และวิตามินอี 400 หน่วย ต่อวัน
  • ขนาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละคน ขนาดยาของคุณจะขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และภาวะอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรนั้นไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับขนาดยาที่เหมาะสมกับคุณ

รูปแบบของ เบตาแคโรทีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทสมุนไพรนั้นมีทั้งรูปแบบยาเม็ดและยาแคปซูล โดยมีทั้งรูปแบบที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่ระบุว่าเบตาแคโรทีนที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบพื้นฐานนั้นจะดูดซึมได้ดีกว่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Skidmore-Roth, Linda. Mosby’s Handbook Of Herbs & Natural Supplements. St. Louis, MO: Mosby, 2001. Print version. Page 63.

Beta-carotene. http://www.drugs.com/cons/beta-carotene.html. Accessed on August 5, 2016.

Beta-carotene. https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/999.html. Accessed on August 5, 2016.

Beta-carotene. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/beta-carotene/safety/hrb-20058836. Accessed on August 5, 2016.

Beta-carotene. https://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminA-Consumer/. Accessed on August 5, 2016.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 09/02/2021
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
x