นาพรอกเซน (naproxen)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้

นาพรอกเซน ใช้สำหรับ

นาพรอกเซน (naproxen) ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ (Tendinitis)  ปวดฟัน และปวดประจำเดือน และยังใช้เพื่อลดอาการปวด บวม และข้อยึดติด ซึ่งเกิดจากข้ออักเสบ (Arthritis) อาการบวมอักเสบของข้อต่อบริเวณหัวไหล่ (bursitis) และโรคเกาต์ (gout attacks) นาพรอกเซนยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drug) ทำหน้าที่โดยการปิดกั้นไม่ให้ร่างกายสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ

วิธีการใช้ นาพรอกเซน

  • รับประทานตามที่แพทย์กำหนด ปกติแล้วคือ 2 – 3 ครั้ง ต่อวัน พร้อมกับดื่มน้ำให้เพียงพอในปริมาณ 8 ออนซ์ / 240 มิลลิลิตร ห้ามล้มตัวลงนอนทันที ควรเว้นระยะอย่างน้อย 10 นาทีหลังจากรับประทานนาพรอกเซน
  • ปริมาณในการใช้นาพรอกเซนขึ้นอยู่กับอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือผลข้างเคียงอื่นๆ
  • ควรรับประทานในปริมาณที่น้อยที่สุดในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยานานเกินกว่าที่กำหนด สำหรับโรคที่เป็นอยู่ เช่น โรคข้ออักเสบ ควรรับประทานยานี้อย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด
  • สำหรับอาการเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบ ให้ใช้นาพรอกเซนอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

สภาวะบางอย่าง เช่น ข้ออักเสบ อาจต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลการรักษาและอาการที่ดีขึ้นจากนาพรอกเซน แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษา นาพรอกเซน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นาบูเมโทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นาพรอกเซน

ก่อนใช้นาพรอกเซนนี้ แจ้งแพทย์ให้ทราบอย่างละเอียด ดังต่อไปนี้

  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีประวัติแพ้นาพรอกเซน แอสไพริน หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพเฟน (ibuprofen) อย่าง เช่น แอดวิล (Advil) มอทริน (Motrin) และคีโตโปรเฟน (ketoprofen) ยาแก้ปวด หรือยาแก้ไข้อื่นๆ หรือยาชนิดอื่นๆ
  • แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้หรือมีแผนที่จะใช้ยาอะไรบ้าง ทั้งยาที่จำหน่ายโดยแพทย์และเภสีชกร วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ

อย่าลืมแจ้งเกี่ยวกับยาเหล่านี้ คือ ยากลุ่ม ACE Inhibitors (angiotensin-converting enzyme) ได้แก่

  • ยาเบนาซีพริล (benazepril)
  • ลอเท็นซิน (Lotensin)
  • ยาแคปโตพริล (captopril)
  • วาโซเทค (Vasotec)
  • ยาขับปัสสาวะ (diuretics)
  • ยาสำหรับโรคเบาหวาน เช่น ยาเมโธเทรกเซท (methotrexate)
  • ยาในกลุ่มยาซัลฟา (sulfa medications) เช่น ยาซัลฟาเมทอกซาโซน (sulfamethoxazole)

นอกจากนี้ควรแจ้งแพทย์หากคุณกำลังใช้ยาลดกรด หรือยาซูคราลเฟต (sucralfate) อย่างเช่นคาราเฟต (Carafate)

แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือเฝ้าสังเกตผลข้างเคียงอย่างระมัดระวัง

  • ห้ามใช้นาพรอกเซน ร่วมกับยาแก้ปวดใดๆหากไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์
  • แจ้งถึงประวัติของโรคประจำตัวของคุณเกี่ยวกับโรคหอบหืด อาการคัดจมูก หรือน้ำมูกไหล หรือริดสีดวงในจมูก (อาการบวมในจมูก) บ่อยครั้ง มีอาการบวมที่มือ แขน ขา ข้อเท้า หรือขาส่วนล่าง เป็นโรคโลหิตจาง (เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปสู่ทุกส่วนในร่างกายได้ไม่เพียงพอ) หรือเป็นโรคตับหรือโรคไต

สำหรับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรได้รับการอนุญาตจากแพทย์และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนใช้

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่านาพรอกเซนสามารถผ่านสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างกำลังใช้นาพรอกเซนโปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นาพรอกเซน

เข้ารับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการแพ้นาพรอกเซนดังต่อไปนี้

  • ลมพิษ
  • หายใจลำบาก
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยานาพรอกเซนและแจ้งแพทย์หากคุณมีอาการขั้นรุนแรง ดังนี้

  • ปวดหน้าอก อ่อนแรง หายใจหอบ พูดไม่ชัด มีปัญหากับการมองเห็น หรือการทรงตัว
  • อุจจาระสีดำ สีเลือด
  • ไอเป็นเลือด หรืออาเจียนคล้ายกับกากกาแฟ
  • มีอาการบวม หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นฉับพลัน หรือปัสสาวะไม่ออก
  • คลื่นไส้ ปวดท้องส่วนบน คัน เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีคล้ายดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • มีรอยช้ำ เป็นเหน็บ ชา ปวด และกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • มีไข้ ปวดหัว คอแข็งเกร็ง หนาวสั่น รู้สึกไวต่อแสงมากขึ้น มีจุดสีม่วงที่ผิวหนัง และ/หรือมีอาการชัก
  • มีปฏิกิริยารุนแรงที่ผิวหนัง มีไข้ เจ็บคอ หน้าหรือลิ้นบวม แสบร้อนที่ดวงตา ปวดที่ผิวหนัง ตามด้วยมีผดผื่นที่ผิวหนังสีแดงหรือสีม่วง (โดยเฉพาะบริเวณหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองหรือลอกออก

ผลข้างเคียงโดยทั่วไปของ นาพรอกเซน มีดังนี้

  • ท้องไส้ปั่นป่วน แสบร้อนกลางอกในระดับเบา ท้องร่วง ท้องผูก
  • ท้องอืด
  • มึนงง ปวดหัว และกระวนกระวาย
  • คันที่ผิวหนังหรือมีผดผื่น
  • มองเห็นไม่ชัด
  • มีอื้อเสียงในหู

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลข้างเคียงในข้างต้นนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรที่จำหน่ายยาอย่างละเอียดก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

นาพรอกเซนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้นาพรอกเซน หากคุณกำลังใช้ยารักษาอาการซึมเศร้า เช่น ยาไซตาโลแพรม (citalopram) ยาเอสซิตาโลแพรม (escitalopram) ยาฟลูออกซิทีน (fluoxetine) อย่างเช่นโพรแซค (Prozac) ยาฟลูวอกซามีน (fluvoxamine) ยาพาร็อกซีทีน (paroxetine) ยาเซอร์ทราลีน (sertraline) อย่างเช่นโซลอฟท์ (Zoloft) ยาทราโซโดน (trazodone) หรือยาวิลาโซโดน (vilazodone) การรับประทานยาเหล่านี้ร่วมกับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดอาการช้ำและเลือดออกได้

สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงความปลอดภัยในการใช้นาพรอกเซน หากคุณกำลังใช้ยาดังต่อไปนี้

  • ยาเจือจางเลือดอย่างเช่น วาฟาริน (wafarin) คูมาดิน (Coumadin)
  • ยาลิเทียม (lithium)
  • ยาเมโธเทรกเซท (methotrexate)
  • ยาขับปัสสาวะหรือยาขับน้ำ
  • ยาสเตียรอยด์ อย่างเพรดนิโซโลน (prednisone) และอื่นๆ
  • ยาแอสไพรินหรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพรเฟน อย่างเช่นแอดวิล (Advil) มอทริน (Motrin) เซเลโคซิบ (celecoxib) ไดโคลฟีแนค (diclofenac) อินโดเมทาซิน (indomethacin) มีลอกซิแคม (meloxicam) และอื่นๆ
  • ยารักษาโรคหัวใจหรือความดันโลหิต เช่น เบนาซีพริล (benazepril) แคนดีซาร์แทน (candesartan) อีนาลาพริล (enalapril) ลิซิโนพริล (lisinopril) ลอซาร์แทน (losartan) โอล์มีซาร์แทน (olmesartan) ควินาพริล (quinapril) รามิพริล (ramipril) เทลมิซาร์แทน (telmisartan) วาลซาร์แทน (valsartan) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาพรอกเซนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นาพรอกเซนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคโลหิตจาง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออก
  • มีลิ่มเลือด
  • มีอาการบวมน้ำ คือมีการกักเก็บของเหลวไว้ในร่างกาย หรือร่างกายบวม
  • มีประวัติเป็นโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน
  • เป็นโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคไต
  • โรคตับ เช่น ตับอักเสบ
  • มีประวัติการมีแผลหรือเลือดออกที่กระเพาะหรือลำไส้
  • มีประวัติของโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการนี้แย่ลง
  • เป็นโรคหอบหืดที่รู้สึกไวต่อแอสไพริน
  • มีประวัติการรู้สึกไวต่อแอสไพริน ผู้ป่วยที่มีอาการนี้ไม่ควรใช้ยานี้
  • ผ่าตัดหัวใจ เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ (coronary artery bypass graft) ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อบรรเทาอาการปวด ก่อนหรือหลังการผ่าตัด

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยา

ขนาดนาพรอกเซนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

ขนาดยาเริ่มต้น : 250 มก. ถึง 500 มก. (นาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละ 2 ครั้ง

ขนาดยาเริ่มต้นของยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียม คือ 375 มก. 2 เม็ด (750 มก.) รับประทานวันละ 1 ครั้ง ยา 750 มก. 1 เม็ดรับประทานวัน 1 ครั้ง หรือ 500 มก. 2 เม็ด (1000 มก.) orally รับประทานวันละ 1 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเกาต์เฉียบพลัน (Acute Gout)

ขนาดยาเริ่มต้น : 750 มก. (นาพรอกเซน) หรือ 825 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละ 1 ครั้ง ตามด้วย 250 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม) ทุกๆ 8 ชั่วโมง จนกว่าอาการจะดีขึ้น

ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือ ยา 500 มก. 2 – 3 เม็ด (1000 ถึง 1500 มก.) รับประทานในวันแรก ตามด้วยยา 500 มก. 2 เม็ด (1000 มก.) รับประทานทุกวันจนกระทั่งอาการลดลง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเบอร์ไซติส (Bursitis)

ขนาดยาเริ่มต้น : 550 มก. นาพรอกเซน รับประทาน 1 ครั้ง ตามด้วย 550 มก. นาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (นาพรอกเซน) ทุกๆ 6 – 8 ชั่วโมง รับประทานเท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนปริมาณยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก. นาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. นาพรอกเซน

ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือยา 500 มก. 2 เม็ด (1000 มก.) รับประทานวันละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการผลจากยาบรรเทาปวดมากกว่านี้  750 มก. 2 เม็ด (1500 มก.) หริอ 500 มก. 3 เม็ด (1500 มก.)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเอ็นอักเสบ (Tendinitis):

ขนาดยาเริ่มต้น : 550 มก. นาพรอกเซน รับประทาน 1 ครั้ง ตามด้วย 550 มก. นาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (นาพรอกเซน) ทุกๆ 6 – 8 ชั่วโมง รับประทานเท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนปริมาณยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก. นาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. นาพรอกเซน

ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือยา 500 มก. 2 เม็ด (1000 มก.) รับประทานวันละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการผลจากยาบรรเทาปวดมากกว่านี้  750 มก. 2 เม็ด (1500 มก.) หริอ 500 มก. 3 เม็ด (1500 มก.)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน

ขนาดยาเริ่มต้น : 550 มก. นาพรอก รับประทาน 1 ครั้ง ตามด้วย 550 มก. นาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (นาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (นาพรอกเซน) ทุกๆ 6 – 8 ชั่วโมง รับประทานเท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนปริมาณยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก. นาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. นาพรอกเซน

ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือยา 500 มก. 2 เม็ด (1000 มก.) รับประทานวันละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการผลจากยาบรรเทาปวดมากกว่านี้  750 มก. 2 เม็ด (1500 มก.) หริอ 500 มก. 3 เม็ด (1500 มก.)

ขนาดนาพรอกเซนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไข้

อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป : 2.5 ถึง 10 มก./กก./ครั้ง

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 10 มก./กก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการปวด

อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป : 2.5 ถึง 10 มก./กก./ครั้ง

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 10 มก./กก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดนาพรอกเซนสำหรับเด็กเพื่อรักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก (Juvenile Rheumatoid Arthritis)

อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปีขึ้นไป : 5 มก./กก.

รับประทานวันละสองครั้ง ขนาดยาสูงสุด : 1000 มก./วัน

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน : 220 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สุขภาพแย่ ชีวิตคู่พัง เพียงเพราะ ติดสมาร์ทโฟน

แม้สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่รู้หรือไม่ว่า การ ติดสมาร์ทโฟน ไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะทำให้เสียสุขภาพ และอาจทำให้ชีวิตคู่เกิดปัญหาด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการนวด

บทความนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมารู้จักกับ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบาย และสดชื่นตลอดเวลา ทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

การบำบัดด้วยความเย็น เทรนด์ใหม่มาแรง ที่อาจช่วยฟื้นฟูร่างกาย

การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) คือการฟื้นฟูร่างกายด้วยการนำตัวเข้าไปในตู้แช่เย็นที่มีอุณหภูมิ -200 องศา หรืออาจมากน้อยกว่านั้นตามการประเมินโดยนักบำบัด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

6 ประโยชน์ของแตงโม ผลไม้สีแดงหวานฉ่ำ ที่รับประทานเมื่อไหร่ก็ชื่นใจ

ผลไม้หน้าร้อนยอดนิยมที่มีรสชาติแสนอร่อย และความสดชื่นแล้ว ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ก็ได้นำความรู้เกี่ยวกับ ประโยชน์ของแตงโม มาให้ทุกคนได้ทราบกันอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 18, 2020 . 3 mins read

บทความแนะนำ

ปวดข้อศอก-สาเหตุ-วิธีรักษา-วิธีป้องกัน

อาการปวดข้อศอก เรื่องเล็กๆ แต่มาพร้อมกับอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 24, 2020 . 2 mins read
วิธีการ-นวดแก้ปวดหัวไมเกรน-ด้วยตัวเอง

ปวดหัวไมเกรนมากจนทนไม่ไหว ลองวิธี นวดแก้ปวดหัวไมเกรน ด้วยตัวเอง กันดีกว่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 17, 2020 . 3 mins read
การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม-ประโยชน์

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020 . 3 mins read
มัดผมแล้วปวดหัว-อาการ-วิธีแก้

สาวผมยาวแสนเศร้าใจ ไม่รู้ทำไม มัดผมทีไร ปวดหัวทุกที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2020 . 2 mins read