ออกแซนโดรโลน (Oxandrolone)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา ออกแซนโดรโลน ใช้สำหรับ

ยา ออกแซนโดรโลน (Oxandrolone) ใช้เพื่อช่วยในการฟื้นฟูน้ำหนักที่สูญเสียไป เนื่องจากการผ่าตัด การติดเชื้อเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid) เป็นเวลานาน เช่น ยาไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) หรือยาเพรดนิโซน (prednisone) ยานี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดกระดูกเนื่องจากโรคกระดูกพรุน ยาออกแซนโดรโลนนั้นอยู่ในกลุ่มของยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ (anabolic steroids) ยาเหล่านี้จะคล้ายกันฮอร์โมนเพศชายที่ร่างกายผลิตขึ้น

วิธีการใช้ยา ออกแซนโดรโลน

รับประทานยานี้ ตามปกติคือวันละ 2 ถึง 4 ครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด อาจรับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือนม หากมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ตามปกติแล้วมักจะใช้ยานี้เพื่อการรักษาในระยะสั้นเท่านั้น

การใช้ยาปฏิชีวนะในทางที่ผิด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคตับ ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจหรืออารมณ์ ติดยา หรือกระดูกเจริญเติบโตอย่างไม่เหมาะสม อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด หากใช้ยานี้ในทางที่ผิด คุณอาจจะมีอาการถอนยา (เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิด หรือเหนื่อยล้า) เมื่อหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน อาการนี้อาจจะอยู่นานหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายา ออกแซนโดรโลน

ยาออกแซนโดรโลนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาออกแซนโดรโลนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาออกแซนโดรโลนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำเว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาออกแซนโดรโลน

ก่อนใช้ยาออกแซนโดรโลน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้คือ โรคมะเร็งเต้านมในผู้ชาย โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สภาวะแร่ธาตุบางชนิดไม่สมดุล อย่างภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคหัวใจ เช่น หัวใจวาย เจ็บหน้าอก หรือโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน ปัญหาเกี่ยวกับตับ ปัญหาหาเกี่ยวกับไต โรคมะเร็งชนิดอื่นๆ คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง โรคต่อมลูกหมากโต ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคปอดอุดอั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยานี้อาจลดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณได้ โปรดทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และแจ้งผลการตรวจให้แพทย์ทราบทุกครั้ง นอกจากนี้ก็โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น เหงื่อออกกะทันหัน สั่นเทา หัวใจเต้นเร็ว หิว มองเห็นไม่ชัด วิงเวียน หรือเป็นเหน็บที่มือและเท้า แพทย์อาจจะต้องปรับยาสำหรับรักษาโรคเบาหวาน แผนการออกกำลังกาย หรืออาหารที่คุณรับประทาน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณต้องนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แพทย์อาจจะต้องเฝ้าระวังระดับแคลเซียมในเลือด

ควรระมัดระวังในการใช้ยานี้กับผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงมากกว่า ในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากหรือตับ และอาการบวมที่แขนหรือขา

ควรระมัดระวังในการใช้ยานี้กับเด็ก เนื่องจากยานี้อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ทำให้ส่วนสูงในวัยผู้ใหญ่นั้นน้อยลง แพทย์ของลูกคุณนั้นจะเฝ้าระวังการเจริญเติบโตและการพัฒนาของกระดูกระหว่างการรักษา

ห้ามใช้ยานี้ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ (เช่น ถุงยางอนามัยหรือยาเม็ดคุมกำเนิด) หากคุณตั้งครรภ์หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำนม และอาจเป็นอันตรายต่อเด็กทารก จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นม

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาออกแซนโดรโลนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาออกแซนโดรโลน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว สีผิวเปลี่ยน ความสนใจทางเพศเพิ่มขึ้นหรือลดลง ผิวมัน ผมร่วง และเป็นสิว หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือมีความโกรธเพิ่มขึ้น) นอนไม่หลับหรือนอนกรน

หากคุณเป็นเพศชาย โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือ ปัสสาวะลำบาก มีอาการบวมหรือกดเจ็บที่หน้าอก อวัยวะเพศแข็งตัวบ่อยเกินไปหรือนานเกินไป

ในนานๆ ครั้ง ผู้ชายอาจมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวแบบเจ็บปวด หรือนานเกินกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป หากเกิดอาการนี้โปรดหยุดใช้ยา และรับการรักษาในทันที ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นปัญหาถาวรได้

ยานี้สามารถลดการผลิตเชื้ออสุจิได้ ผลนี้อาจทำให้ความเจริญพันธุ์ของเพศชายลดลง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณเป็นเพศหญิง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือ เสียงต่ำลง เสียงแหบ มีขนขึ้นตามใบหน้าหรือตามร่างกายที่ผิดปกติ คลิตอริสมีขนาดใหญ่ขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ยานี้อาจทำให้ร่างกายของคุณสะสมน้ำไว้มากเกินไป หรือเกิดภาวะบวมน้ำ อาการนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดสัญญาณของอาการคั่งน้ำหรือโรคหัวใจที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้คือ หายใจไม่อิ่ม มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า เหนื่อยล้าผิดปกติ น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือผิดปกติ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างเช่น วาฟาริน (warfarin)

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด (รวมถึงการตรวจสมรรถภาพของไทรอยด์) และอาจทำให้ผลตรวจเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งบุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนให้ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ยาออกแซนโดรโลนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาออกแซนโดรโลนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาออกแซนโดรโลนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาออกแซนโดรโลนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่สำหรับอาการน้ำหนักลด

เพื่อเพิ่มน้ำหนักจากอาการน้ำหนักลด ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดแบบกว้างๆ การติดเชื้อเรื้อรัง หรืออาการบาดเจ็บที่รุนแรง และสำหรับในผู้ป่วยบางคนที่ไม่สามารถเพิ่มหรือรักษาระดับของน้ำหนักที่ปกติได้ ยานี้มีข้อบ่งใช้เพื่อตอบโต้การแคแทบอลิซึมของโปรตีน เนื่องมาจากยาคอร์ติโคสเตียรอยด์แบบเรื้อรัง และเพื่อบรรเทาอาการปวดกระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุน

  • 2.5 ถึง 10 มก. รับประทานวันละ 2 ถึง 4 ครั้ง
  • ช่วงขนาดยา: 2.5 ถึง 20 มก. ต่อวัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการตับเสียหายจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Liver Damage)

  • 2.5 ถึง 10 มก. รับประทานวันละ 2 ถึง 4 ครั้ง
  • ช่วงขนาดยา: 2.5 ถึง 20 มก. ต่อวัน

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุสำหรับอาการน้ำหนักลด

เพื่อเพิ่มน้ำหนักจากอาการน้ำหนักลด ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดแบบกวว้างๆ การติดเชื้อเรื้อรัง หรืออาการบาดเจ็บที่รุนแรง และสำหรับในผู้ป่วยบางคนที่ไม่สามารถเพิ่มหรือรักษาระดับของน้ำหนักที่ปกติได้ ยานี้มีข้อบ่งใช้เพื่อตอบโต้การแคแทบอลิซึมของโปรตีน เนื่องมาจากยาคอร์ติโคสเตียรอยด์แบบเรื้อรัง และเพื่อบรรเทาอาการปวดกระดูกที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุน

  • 5 มก. รับประทานวันละ / ครั้ง
  • ช่วงขนาดยา: 2.5 ถึง 20 มก. ต่อวัน

ขนาดยาออกแซนโดรโลนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษากลุ่มอาการเทอเนอร์ (Turner’s Syndrome)

ขนาดยาสูงสุด: รับประทาน 0.1 มก./กก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล