อะมิโนไฟล์ลีน (Aminophylline)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 8 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา อะมิโนไฟล์ลีน ใช้สำหรับ

ยา อะมิโนไฟล์ลีน (Aminophylline) ใช้รักษาและป้องกันอาการหอบ อาการหายใจมีเสียงหวีด และอาการหายใจลำบาก ที่เกิดจากโรคที่เกี่ยวข้องกับปอด (เช่น หอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง) ยาอะมิโนไฟล์ลีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่เรียกว่ายาแซนทีน (xanthines)

ยานี้ออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินหายใจ โดยการคลายกล้ามเนื้อ เปิดทางเดินหายใจเพื่อให้หายใจได้ดีขึ้น และลดการตอบสนองของปอดต่อสารระคายเคือง การควบคุมอาการของโรคเกี่ยวกับการหายใจ สามารถลดเวลาที่เสียไปสำหรับการไปทำงานหรือโรงเรียนได้

ยาอะมิโนไฟล์ลีนนั้นไม่ใช้ยาที่ออกฤทธิ์โดยทันที และไม่ควรใช้เมื่อมีอาการเกี่ยวกับการหายใจเฉียบพลัน แพทย์ควรสั่งยา/ยาพ่นที่ให้ผลเร็ว เช่น ยาอัลบูเทอรัล (albuterol) เมื่อมีอาการหายใจลำบาก/หอบหืดเฉียบพลันในขณะที่คุณใช้ยานี้ คุณควรพกพายาพ่นที่ให้ผลเร็วติดตัวไว้เสมอ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีใช้ยา อะมิโนไฟล์ลีน

ยานี้สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร โดยปกติแล้ว 2 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หรือตามที่แพทย์สั่ง คุณอาจรับประทานยาพร้อมอาหารหากคุณมีอาการปวดท้อง

ห้ามบดหรือเคี้ยวยาเม็ดประเภทออกฤทธิ์นาน การทำเช่นนั้นอาจเป็นการปลดปล่อยตัวยาทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของอาการแทรกซ้อนจากการใช้ยา นอกจากนี้ ห้ามแบ่งใช้ยา หากยาไม่มีเส้นแบ่ง หรือหากแพทย์หรือเภสัชกรไม่ได้สั่ง ให้กลืนยาทั้งหมด หรือแบ่งใช้ยา โดยไม่ต้องบดหรือเคี้ยวยา

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การตอบสนองต่อการรักษา อายุ น้ำหนัก ระดับตัวยาในเลือด และยาอื่นๆ ที่คุณอาจใช้อยู่ (ให้ดูที่เนื้อหาส่วนปฏิกิริยาของยา)

ให้ใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อเพื่อให้ได้ผลสูงสุด เพื่อช่วยเตือนความจำ ให้ใช้ยานี้ในเวลาเดิมในแต่ละวัน

ให้แจ้งแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บยา อะมิโนไฟล์ลีน

การเก็บรักษายาอะมิโนไฟล์ลีนที่ดีที่สุดควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากแสงโดยตรงและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา ไม่ควรเก็บยาอะมิโนไฟล์ลีน ไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะมิโนไฟล์ลีนมีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรเทยาอะมิโนไฟล์ลีนทิ้งลงในโถส้วม หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดยาอย่างเหมาะสมเมื่อหมดอายุ หรือไม่ใช้งานแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา อะมิโนไฟล์ลีน

ก่อนใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีน

  • ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยาอะมิโนไฟล์ลีนหรือยาอื่นๆ
  • ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาตามที่แพทย์สั่งที่คุณใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาแอลโลพูรินอล (allopurinol) อย่างไซโลพริม (zyloprim) ยาอะซิโทรไมซิน (azithromycin) อย่างไซโทรแมกซ์ (zithromax) ยาคาร์บามาเซพีน (carbamazepine) อย่างเทเกรทอล (tegretol) ยาไซเมทิดีน (cimetidine) อย่างทากาเมท (tagamet) ยาไซโพรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) อย่างไซโพร (cipro) ยาคลาริโทรไมซิน (clarithromycin) อย่างไบแอ็กซิน (biaxin) ยาขับปัสสาวะ (diuretics) ยาอีรีโทรไมซิน (erythromycin) ยาลิเธียม (lithium) อย่างเอสกาลิธ (eskalith) หรือลิโทบิด (lithobid) ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ยาฟีไนโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนทิน (dilantin) ยาเพรดนิโซน (prednisone) อย่างเดลทาโซน (deltasone) ยาโพรพาโนลอล (propranolol) อย่างอินเดรัล (inderal) ยาไรแฟมพิน (rifampin) อย่างไรฟาดิน (rifadin) ยาเตตระไซคลีน (tetracycline) อย่างซูมัยซิน (sumycin) และยาอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับภาวะติดเชื้อหรือโรคเกี่ยวกับหัวใจ
  • ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง และวิตามินที่คุณใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่แพทย์ไม่ได้สั่งที่มีส่วนผสมของตัวยาเอฟิดรีน (ephedrine) ยาเอพิเนฟรีน (epinephrine) ยาฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine) ยาฟีนิลโพรพาโนลามีน (phenylpropanolamine) หรือยาซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ไม่ได้สั่งหลายประการมีส่วนประกอบของตัวยาเหล่านี้ (เช่น ยาลดน้ำหนัก และยารักษาหวัดและหอบหืด) ให้ศึกษาฉลากยาอย่างระมัดระวัง ห้ามใช้ยาเหล่านี้โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ยาเหล่านี้อาจเพิ่มอาการข้างเคียงของยาอะมิโนไฟล์ลีนได้
  • ให้แจ้งแพทย์หากคุณมีหรือเคยมีอาการชัก โรคหัวใจ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือทำงานพร่อง ความดันเลือดสูง หรือโรคตับ หรือหากคุณเคยมีประวัติดื่มสุรามาก
  • ให้แจ้งแพทย์หากคุณตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ระหว่างที่ใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีน ให้แจ้งให้แพทย์ทราบ
  • ให้แจ้งแพทย์หากคุณสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาอะมิโนไฟล์ลีน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาอะมิโนฟีลลีน ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยานี้ ยาอะมิโนไฟล์ลีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจจะมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากยา อะมิโนไฟล์ลีน

หากคุณมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงใดๆ ดังต่อไปนี้ ให้หยุดใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนและเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

  • อาการแพ้ยา (หายใจลำบาก คออุดกั้น อาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้า หรือมีลมพิษ)
  • อาการชัก
  • หัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือเต้นผิดปกติ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียนรุนแรง

อาการข้างเคียงอื่นๆ ที่รุนแรงน้อยกว่าอาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการที่พบในขนาดใช้ยาที่เหมาะสม ให้ใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนอย่างต่อเนื่องและปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • คลื่นไส้เล็กน้อย ความอยากอาหารลดลง หรือน้ำหนักลด
  • กระสับกระส่าย สั่น หรือนอนไม่หลับ
  • ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หรือหน้ามืด

อาการข้างเคียงเหล่านี้พบไม่ได้ในผู้ใช้ยาทุกคน และอาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้องกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่นๆ

ยาอะมิโนไฟล์ลีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้น

คุณควรทำรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนแปลงการใช้ยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาดังต่อไปนี้

  • ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) อย่างทากาเมท (tagamet) ทากาเมท เอชบี (tagamet hb)
  • ยาปฏิชีวนะฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolone antibiotics) อย่างเช่น ยาเอน็อกซาซิน (enoxacin) อย่างเพเนเทรกซ์ (penetrex) ยาโลเมฟลอกซาซิน (lomefloxacin) อย่าวแม็กซาควิน (maxaquin) ยาไซโพรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) อย่างไซโพร (cipro) ยานอร์ฟลอกซาซิน (norfloxacin) อย่างนอร็อกซิน (noroxin) และยาโอฟลอกซาซิน อย่างฟลอกซิน (floxin)
  • ยาคลาริโทรไมซิน (clarithromycin) อย่างไบแอ็กซิน (biaxin)) และยาอีรีโทรไมซิน (erythromycin) อย่าง ery-tab, e.e.s., e-mycin, และอื่นๆ
  • ยาไดซัลฟิแร็ม (Disulfiramป อย่างแอนทาบิวส์ (antabuse)
  • ยาเอสโตรเจน (Estrogens) อย่างโอเจน (ogen) พรีมาริน (premarin) และอื่นๆ อีกหลายชนิด
  • ยาฟลูว็อกซามีน (Fluvoxamine) อย่างลูว็อกซ์ (luvox)
  • ยาเมโทเทร็กเซท (Methotrexate) อย่างโฟเร็กซ์ (folex) รูมาเทร็กซ์ (rheumatrex)
  • ยามาเมซิเลทีน (Mexiletine) อย่างเม็กซิทิล (mexitil) และยาโพรพาฟีโนน (propafenone) อย่างริทมอล (rythmol)
  • ยาโพรพาโนลอล (propranolol) อย่างอินเดรัล (inderal)
  • ยาแทครีน (Tacrine) อย่างค็อกเนกซ์ (cognex)
  • ยาไทโคลพิดีน (Ticlopidine) อย่างทิคลิด (ticlid)
  • ยาเวราพามิล (Verapamil) อย่างเวเรลัน (Verelan) คาลัน (Calan) และไอซ็อพติน (Isoptin)

ยาต่อไปนี้อาจเพิ่มระดับตัวยาอะมิโนไฟล์ลีนในเลือด ซึ่งส่งผลต่อการรักษาอาการหอบหืดได้

  • ยาอะมิโนกลูเททิไมด์ (Aminoglutethimide) อย่างไซเทเดรน (Cytadren)
  • ยาคาร์บามาเซพีน (carbamazepine) อย่างเทเกรทอล (tegretol)
  • ยาไอโซโพรเทเรนอล (Isoproterenol) อย่างไอซูเพรล (Isuprel)
  • ยามอริซิซีน (Moricizine) อย่างเอธมอซีน (Ethmozine)
  • ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) อย่างลูมินัล (Luminal) และโซลโฟตัน (Solfoton)
  • ยาฟีไนโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนทิน (dilantin)
  • ยาไรแฟมพิน (rifampin) อย่างไรฟาดิน (rifadin)
  • ยาซูครัลเฟต (Sucralfate) อย่างคาราเฟต (Carafate)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอะมิโนไฟล์ลีนอาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นของยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้ยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังใช้สิ่งดังต่อไปนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ยาอะมิโนไฟล์ลีนอาจทำปฏิกิริยากับสภาวะทางสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจทำให้สภาวะทางสุขภาพเสื่อมลง หรือเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอเกี่ยวกับสภาวะทางสุขภาพทั้งหมดของคุณในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • หัวใจวาย
  • โรคหัวใจ
  • มีอาการไข้ 102 องศาฟาเรนไฮต์หรือสูงกว่า เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรือมากกว่า
  • ภาวะไทรอยด์ทำงานพร่อง (Hypothyroidism)
  • ภาวะติดเชื้อรุนแรง เช่น ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (sepsis)
  • โรคไตในเด็กทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน
  • โรคตับ เช่น โรคตับแข็ง (cirrhosis) โรคตับอักเสบ (hepatitis)
  • ปอดบวมน้ำ(Pulmonary edema)
  • อาการช็อค (ภาวะรุนแรงเนื่องจากมีกระแสเลือดในร่างกายต่ำ)—ให้ใช้อย่างระมัดระวัง อาจมีอาการรุนแรงขึ้นเนื่องจากการขับตัวยาออกจากร่างกายเป็นไปได้ช้า
  • อาการเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ (arrhythmia)
  • มีหรือเคยมีประวัติอาการชัก
  • แผลในกระเพาะ (Stomach ulcer)—ให้ใช้อย่างระมัดระวัง อาจทำให้อาการเหล่านี้อาการรุนแรงขึ้น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้เสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดใช้ยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาหอบหืดเฉียบพลัน

ยาฉีด: (ขนาดยาทั้งหมดยึดตามผู้ป่วยที่ใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนที่ไม่เคยใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนหรือยาธีโอฟิลลีน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6 มก./กก. ในสารละลายที่ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ 100 ถึง 200 มล. หนึ่งครั้ง โดยใช้เวลา 20 ถึง 30 นาที
  • ขนาดยาพยุงอาการ (ใช้หลังจากขนาดยาเริ่มต้น ): ผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีและไม่สูบบุหรี่: 0.7 มก./กก./ชม. ฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

ผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวที่สูบบุหรี่: 0.9 มก./กก./ชม. ฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจากปอดหรือหัวใจวาย: 0.25 มก./กก./ชม. ฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

ยารับประทาน: (ผู้ป่วยที่ไม่เคยใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนหรือยาธีโอฟิลลีน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6.3 มก./กก. โดยรับประทานหนึ่งครั้ง
  • ขนาดยาพยุงอาการ (ใช้หลังจากขนาดยาเริ่มต้น): ผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีและไม่สูบบุหรี่: 12.5 มก./กก./วัน ในขนาดยาแบ่งใช้ ห้ามใช้ยาเกิน 1,125 มก./วัน

ผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวที่สูบบุหรี่: 19 มก./กก./วัน แบ่งใช้

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจากปอดหรือหัวใจวาย: 6.25 มก./กก./วัน แบ่งใช้ ห้ามใช้ยาเกิน 500 มก./วัน

ขนาดยาสำหรับเด็ก

ขนาดใช้ยาปกติในเด็กสำหรับการหยุดหายใจจากการคลอดก่อนกำหนด (Apnea of Prematurity)

อายุต่ำกว่า 4 สัปดาห์: (ฉีดเข้าเส้นเลือดหรือรับประทาน ขนาดยาทั้งหมดขึ้นอยู่กับยาอะมิโนไฟล์ลีน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: (ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาอะมิโนไฟล์ลีนหรือยาธีโอฟิลลีน): 5 ถึง 6 มก./กก. หนึ่งครั้ง หากฉีดเข้าเส้นเลือด ให้ละลายในตัวทำละลายและฉีดหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลา 20 ถึง 30 นาที
  • ขนาดยาพยุงอาการ: 3 ถึง 8 มก./กก./วัน แบ่งใช้ยาทุก ๆ 6 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดใช้ยาปกติในเด็กสำหรับรักษาหอบหืดเฉียบพลัน

ยาฉีด: (ขนาดยาทั้งหมดยึดตามผู้ป่วยที่ใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนที่ไม่เคยยาอะมิโนฟิลลีนหรือยาธีโอฟิลลีน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6 มก./กก. ละลายในตัวทำละลายและฉีดหนึ่งครั้ง ใช้เวลา 20 ถึง 30 นาที
  • ขนาดยาพยุงอาการ (ใช้หลังจากขนาดยาเริ่มต้น):

-อายุ 6 สัปดาห์ ถึง 6 เดือน: 0.5 มก./กก./ชม. ให้ทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง
อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี: 0.6 ถึง 0.7 มก./กก./ชม. ให้ทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

-อายุ 1 ปี ถึง 9 ปี: 1 ถึง 1.2 มก./กก./ชม. ให้ทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

-อายุ 9 ปี ถึง 12 ปี: 0.9 มก./กก./ชม. ให้ทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

-อายุมากกว่า 12 ปี: 0.7 มก./กก./ชม. ให้ทางเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง

ยารับประทาน: (ผู้ป่วยที่ไม่เคยใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนหรือยาธีโอฟิลลีน)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 6.3 มก./กก. โดยรับประทานหนึ่งครั้ง
  • ขนาดยาพยุงอาการ (ใช้หลังจากขนาดยาเริ่มต้น):

-จาก 42 วัน ถึง 182 วัน: 12 ถึง 13.5 มก./กก./วัน

-จาก 6 เดือน ถึง 12 เดือน: 15 ถึง 22.5 มก./กก./วัน

-จาก 1 ปี ถึง 9 ปี: 25 ถึง 30 มก./กก./วัน

-จาก 9 ปี ถึง 12 ปี: 17 ถึง 20 มก./กก./วัน

-จาก 12 ปี ถึง 16 ปี: 15 ถึง 17 มก./กก.

-อายุมากกว่า 16 ปี: 6.25 ถึง 20 มก./กก./วัน รับประทานทุก ๆ 6 ชั่วโมง

รูปแบบยา

รูปแบบและขนาดของยามีดังนี้

ยาสำหรับรับประทาน: 105 มก./5 มล.

ยาน้ำสารละลายสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

อาการของการใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีนเกินขนาด ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ มีอาการสั่น (มือสั่นหรือกระตุก) กระสับกระส่าย มีอาการชัก และหัวใจเต้นผิดปกติ

กรณีลืมใช้ยา

หากลืมใช้ยาอะมิโนไฟล์ลีน ให้ใช้ยาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี หากใกล้เวลาใช้รอบถัดไป ให้ข้ามรอบที่ลืมใช้ไปแล้วใช้ยาในรอบถัดไปตามปกติที่กำหนดไว้ ห้ามใช้เพิ่มเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท ที่เรียกว่า กาบา (GABA)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล