อินซูลิน (Insulin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 10/11/2020 . 7 mins read
Share now

อินซูลิน (Insulin) จะช่วยกักเก็บน้ำตาลไว้ในตับแล้วปล่อยออกมาเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำหรือเมื่อร่างกายต้องการน้ำตาลมากขึ้น

ข้อบ่งใช้

อินซูลิน ใช้สำหรับ

หากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงกว่าปกติ อินซูลิน (Insulin) จะช่วยกักเก็บน้ำตาลไว้ในตับแล้วปล่อยออกมาเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำหรือเมื่อร่างกายต้องการน้ำตาลมากขึ้น เช่น ระหว่างมื้ออาหารหรือขณะกำลังออกกำลังกาย ดังนั้นยาอินซูลินจะช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้อยู่ในช่วงปกติ

ยาอินซูลินที่ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานมีหลายประเภท ดังนี้

  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 15 นาทีหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานก่อนมื้ออาหารและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์นาน
    • ประเภท ยาอินซูลิน กลูไลซีน (Insulin glulisine) อย่าง อะปิดา (Apidra) ยาอินซูลิน ลิสโปร (Insulin lispro) อย่าง ฮูมาล็อก (Humalog) และยาอินซูลิน แอสพาร์ท (Insulin aspart) อย่าง โนโวล็อก (NovoLog)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาทีหลังจากฉีดยาและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง แต่ยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานก่อนมื้ออาหารและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์นาน
    • ประเภท ฮูมูลิน อาร์ (Humulin R) โนโวลิน อาร์ (Novolin R)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์สูงสุดที่ประมาณ 4-12 ชั่วโมงให้หลัง และยังคงออกฤทธิ์ต่อไปอีกเป็นเวลา 12-18 ชั่วโมง
    • ยานี้มักจะรับประทานวันละสองครั้งและใช้เสริมกับยาอินซูลินออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติ
    • ประเภท เอ็นพีเอช (NPH) (ฮูมูลิน เอ็น หรือ โนโวลิน เอ็น)
  • ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน
    • ยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลายชั่วโมงหลังจากฉีดเข้าไปและออกฤทธิ์เป็นเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง
    • หากจำเป็น ยานี้มักจะใช้ร่วมกับยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว
    • ประเภท ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์ (Insulin detemir) อย่าง เลเวเมียร์ (Levemir) และยาอินซูลิน กลาร์จีน (insulin glargine) อย่าง แลนทัส (Lantus)

วิธีการใช้ยา อินซูลิน

ฉีดยาอินซูลินเข้าใต้ผิวหนัง แพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้สอนวิธีการฉีดยาอินซูลิน บริเวณที่มักจะใช้เพื่อฉีดยาอินซูลินคือ ต้นแขน ต้นขาส่วนหน้าและส่วนข้าง รวมทั้งบริเวณช่องท้อง อย่าฉีดยาอินซูลินในบริเวณที่ใกล้กับสะดือเกินกว่า 2 นิ้ว

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของคุณหนาขึ้น พยายามอย่าฉีดยาอินซูลินในบริเวณเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา ควรเปลี่ยนบริเวณที่ฉีดยา

การเก็บรักษายา อินซูลิน

ควรเก็บรักษายาอินซูลินให้ถูกต้องไม่เช่นนั้นยาอาจจะไม่ออกฤทธิ์

  • เก็บยาอินซูลินให้ห่างจากความร้อนและแสง ยาอินซูลินที่คุณไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็นควรจะพยายามให้อยู่ในที่เย็น ๆ ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ระหว่าง 13-26 องศาเซลเซียส)
  • อย่าแช่แข็งยาอินซูลิน หากยานั้นแช่แข็งแล้วไม่ควรใช้ยานั้นแม้ว่าจะละลายยาแล้วก็ตาม
  • เก็บขวดยาที่ยังไม่ได้ใช้ หลอดบรรจุยา และปากยาฉีดยาอินซูลินไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 2 องศาเซลเซียส และ 7-8 องศาเซลเซียส หากเก็บยาได้อย่างถูกต้อง ยานี้จะเป็นปกติดีจนถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้บนตัวยา
  • เก็บหลอดบรรจุยาอินซูลินและปากกาฉีดยาอินซูลินที่คุณกำลังใช้อยู่ไว้ในอุณหภูมิห้องระหว่าง 13-26 องศาเซลเซียส

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา อินซูลิน

ก่อนใช้ยาอินซูลิน โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ

  • หากคุณแพ้ต่อยาอินซูลิน ต่อส่วนผสมอื่น ๆ หรือแพ้ต่อยาอื่น ๆ
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรที่คุณกำลังใช้หรือมีแผนที่จะใช้
  • หากเส้นประสาทของคุณเสียหายเนื่องจากโรคเบาหวานหรือโรคอื่น ๆ รวมถึงโรคไตหรือโรคตับ
  • หากคุณกำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • หากคุณกำลังรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน
  • หากคุณกำลังจะป่วย มีความตึงเครียดผิดปกติ หรือเปลี่ยนระดับการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาอินซูลินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา อินซูลิน

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดต่ำเกินไป เมื่อคุณใช้อินซูลินเป็นประจำ ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดต่ำเกินไปได้ในหลายกรณี เช่น เมื่อคุณออกกำลังกายมากกว่าปกติ เมื่อรับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือเมื่อรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รวมทั้งเมื่อคุณใช้ยาอินซูลินมากเกินไป คนส่วนใหญ่ที่ใช้ยาอินซูลินมักจะมีปฏิกิริยาอินซูลินในบางครั้ง สัญญาณของปฏิกิริยาอินซูลินและภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมีดังต่อไปนี้

  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • หาวบ่อย
  • ไม่สามารถพูดหรือคิดได้อย่างชัดเจน
  • สูญเสียการเคลื่อนไหวที่สอดประสานของกล้ามเนื้อ
  • เหงื่อออก
  • กระตุก
  • ชัก
  • รู้สึกคล้ายจะหมดสติ
  • ตัวซีดมาก
  • หมดสติ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอินซูลินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่าง ๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับยาอินซูลินอาจทำให้เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจนอันตรายพร้อมกับอาการ เช่น วิงเวียน หิว หรือเหงื่อออก ได้แก่

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ยาในกลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) เช่น ลิซิโนพริล (Lisinopril) ควินาพริล (Quinadril) แคปโตพริล (Captopril) อีนาลาพริล (Enalapril)
  • ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta-blocker medications) เช่น เมโทโพรลอล (Metoprolol) โพรพราโนลอล (Propranolol) ยาหยอดตาสำหรับรักษาโรคต้อหิน เช่น ทิโมลอล (Timolol)
  • ยาไดโซไพราไมด์ (Disopyramide)
  • ยาสำหรับคอเลสเตอรอล อย่างไฟเบรต (Fibrate)
  • ยาปฏิชีวนะซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamide antibiotics) เช่น ซัลฟาไดอะซีน (Sulfadiazine) ซัลฟาเมโทซาโซล (Sulfamethoxazole)
  • ยาซาลิไซเลต (Salicylates) เช่น แอสไพริน
  • ยาในกลุ่มเอ็มเอโอ อินฮิบิเตอร์ (MAOIs) เช่น ไอโซคาร์บอกซาซิด (Isocarboxazid) ฟีเนลซีน (Phenelzine)
  • ยาอื่น ๆ เช่น ยาออกทรีโอไทด์ (Octreotide) ยารักษาโรคเบาหวานแบบรับประทาน ยาโพรพอกซิฟีน (Propoxyphene) ยารีเซอร์พีน (Reserpine)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอินซูลินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอินซูลินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอินซูลินสำหรับผู้ใหญ่

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (อินซูลิน กลูลิซีน [Insulin glulisine])

ช่วงขนาดยาปกติคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ (ฮูมูลิน อาร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.2-0.4 หน่วย/กก./วัน
  • ขนาดยาปกติ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน สำหรับผู้ป่วยที่ดื้อต่อยาอินซูลิน (เช่น เนื่องจากโรคอ้วน) อาจต้องใช้ยาอินซูลินในขนาดยาต่อวันที่สูงกว่า

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 10 หน่วย/วัน (หรือ 0.1-0.2 หน่วย/กก./วัน)

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (ฮูมูลิน เอ็น)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • แนวทางที่แนะนำสำหรับขนาดยาเริ่มต้น
  • ช่วงขนาดยาปกติต่อวันคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่ไม่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.4-0.6 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.8-1.2 หน่วย/กก./วัน

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

  • แนวทางที่แนะนำสำหรับขนาดยาเริ่มต้นคือ 0.2 หน่วย/กก./วัน
  • ตอนเช้า ให้ยาอินซูลินสองในสามของขนาดยาต่อวันและอัตราปกติของยาอินซูลินต่อเอ็นพีเอช 1:2
  • ตอนเย็น ให้ยาอินซูลินหนึ่งในสามของขนาดยาต่อวันและอัตราปกติของยาอินซูลินต่อเอ็นพีเอช 1:1

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน (ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

ขนาดยาเริ่มต้น

  • โรคเบาหวานประเภทที่ 1 ต้องการยาอินซูลินในขนาดประมาณหนึ่งในสามของขนาดยาทั้งหมดต่อวัน ควรใช้ยาอินซูลินก่อนมื้ออาหารแบบออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของขนาดยาที่เหลืออยู่ที่น่าพึงพอใจ
  • ช่วงขนาดยาปกติต่อวันคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน โดยแบ่งให้ยา ผู้ที่ไม่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.4-0.6 หน่วย/กก./วัน ผู้ที่อ้วนอาจต้องการยาในขนาด 0.6-1.2 หน่วย/กก./วัน

โรคเบาหวานประเภทที่ 2

  • โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่การรับประทานยานั้นไม่สามารถควบคุมได้อย่างเพียงพอ 10 หน่วย/วัน (หรือ 0.1-0.2 unit/kg/day)
  • โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่การใช้ยาจีแอลพี-1 รีเซปเตอร์ แอนตาโกนิสต์ (GLP-1 receptor agonist) นั้นไม่สามารถควบคุมได้อย่างเพียงพอ 10 หน่วย/วัน

ขนาดยาอินซูลินสำหรับเด็ก

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (อินซูลิน กลูลิซีน)

  • อายุน้อยกว่า 4 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุ 4-17 ปี อาจต้องการยาในขนาด 0.8-1.2 หน่วย/กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต ไม่เช่นนั้นก็อาจจะใช้ยาในขนาดสำหรับผู้ใหญ่ (0.5-1 หน่วย/กก./วัน)

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปกติ (ฮูมูลิน อาร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.2-0.4 หน่วย/กก./วัน
  • ขนาดยาปกติ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน สำหรับผู้ป่วยที่ดื้อต่ออินซูลิน (เช่น เนื่องจากโรคอ้วน) อาจต้องใช้ยาอินซูลินในขนาดยาต่อวันที่สูงกว่า

วัยรุ่น อาจต้องการยาในขนาดสูงถึง 1.5 มก./กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต

ความต้องการอินซูลินรวมต่อวันโดยเฉลี่ยสำหรับเด็กวัยก่อนเรียนอาจจะแตกต่างจาก 0.7-1 หน่วย/กก./วัน แต่อาจต่ำกว่านี้มาก

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (ฮูมูลิน เอ็น)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • อายุน้อยกว่า 12 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุมากกว่า 12 ปี ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5-1 หน่วย/กก./วัน ช่วงขนาดยาปกติต่อวันของวัยรุ่นคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.2 ในช่วงวัยเจริญเติบโต

ยาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน (ยาอินซูลิน ดีเทเมียร์)

โรคเบาหวานประเภทที่ 1

  • อายุน้อยกว่า 2 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปี ต้องการยาอินซูลินในขนาดประมาณหนึ่งในสามของขนาดยาทั้งหมดต่อวัน ควรใช้ยาอินซูลินก่อนมื้ออาหารแบบออกฤทธิ์เร็วหรือออกฤทธิ์ปกติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของขนาดยาที่เหลืออยู่ที่น่าพึงพอใจ ช่วงขนาดยาปกติของวัยรุ่นคือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.2 หน่วย/กก./วัน ในช่วงวัยเจริญเติบโต

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • กระบอกฉีดยา
  • ปากกาฉีดยา
  • อินซูลิน ปั๊ม
  • ยาพ่น
  • อินเจ็คชั่น พอร์ต (Injection port)
  • หัวเจ็ทสำหรับฉีด (Jet injector)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณจำได้ว่าต้องใช้ยาก่อนหรือไม่นานหลังจากมื้ออาหาร ให้รีบใช้ยาทันที หากผ่านไปนานแล้วหลังจากมื้ออาหาร ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือติดต่อแพทย์เพื่อรับทราบว่าคุณควรฉีดยาที่ลืมใช้ไปหรือไม่ อย่าฉีดยาสำหรับ 2 ครั้งเพื่อชดเชยยาที่ลืมใช้ไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ในการรักษาโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ มี 3 วิธีใหญ่ ๆ ได้แก่ การควบคุมอาหาร การฉีดอินซูลิน และการรักษาโดยยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น กลุ่มยาสแตติน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease, CAD): โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคหลอดเลือดหัวใจ อีกหนึ่งโรคแทรกซ้อนที่อันตรายใน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนั้นการตรวจเช็คและรักษาภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ควรให้สำคัญ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วย โรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาจอันตรายถึงชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

แนวทางปฏิบัติในการดูแลสุขภาพจิตสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน

บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ขอนำวิธีดูแลจิตใจสำหรับ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน มาฝากกันค่ะ เพื่อให้ทุกคนนั้นได้มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยต่อไปอย่างใกล้ชิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin