เบตาฮีสทีน (Betahistine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ข้อบ่งใช้

ยา เบตาฮีสทีน ใช้สำหรับ

ยา เบตาฮีสทีน (Betahistine) มักใช้เพื่อบรรเทาอาการอาการเวียนศีรษะหรือมึนงง เสียงรบกวนในหู (tinnitus) และอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménières disease) ซึ่งเป็นความผิดปกติของหูด้านใน

เป็นยาในกลุ่มฮีสตามีน อนาล็อก (histamine analogue) ซึ่งคล้ายคลึงกับสารฮีสตามีนที่มีในร่างกาย

ใช้เพื่อช่วยพัฒนาการไหลเวียนของเลือดในหูด้านใน ซึ่งช่วยลดความดันที่สะสมอยู่

โดยปกติแล้ว ยานี้จะใช้เพื่อรักษาอาการเวียนศีรษะ มีเสียงรบกวนในหู และเพื่อรักษาอาการสูญเสียการได้ยินในผู้ที่ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

ประโยชน์ของยานี้คือ สามารถช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะ และเสียงรบกวนในหูได้

ด้านล่างนี้คือวิธีการใช้งานยาเบตาฮีสทีนทั่วไป

เพื่อรักษาอาการเวียนศีรษะ เสียงรบกวนในหูและอาการสูญเสียการได้ยินที่เกี่ยวข้องกับโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

วิธีการใช้ยาเบตาฮีสทีน

รับประทานยานี้ โดยปกติแล้วคือ วันละ 3 ครั้ง ควรรับประทานพร้อมกับอาหาร กลืนยาลงไปทั้งเม็ดพร้อมกับน้ำดื่ม

ใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา

ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับคำสั่งห้ามเป็นพิเศษจากแพทย์

อาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ก่อนที่ยานี้จะออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่

สภาวะทางการแพทย์บางอย่างอาจต้องการขนาดยาต่างกัน ขึ้นอยู่กับที่แพทย์กำหนด

การเก็บรักษายา เบตาฮีสทีน

ยาเบตาฮีสทีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเบตาฮีสทีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเบตาฮีสทีนลงในชักโครก หรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา เบตาฮีสทีน

ก่อนใช้ยา เบตาฮีสทีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยานี้ หรือแพ้ยาในกลุ่มฮีสตามีนอนาล็อกอื่นๆ หรือหากคุณโรคภูมิแพ้อื่นๆ

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะทางการแพทย์บางอย่าง ก่อนใช้ยานี้ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร ถ้าหากคุณแพ้ต่อยาเบตาฮีสทีน หรือส่วนประกอบอื่นในยานี้ มีความดันโลหิตสูงที่เกิดจากเนื้องอกต่อมหมวกไต (phaeochromocytoma)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะหากคุณมีแผลในกระเพาะหรือเคยมีแผลในกระเพาะ โรคหอบหืด ไม่ทนต่อน้ำตาลบางชนิด กำลังตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ก่อนการผ่าตัดควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่า คุณกำลังใช้ยานี้อยู่

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับการใช้ยาเบตาฮีสทีน ขณะตั้งครรภ์และให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ เพื่อพิจารณาระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงที่เป็นไปได้ ก่อนใช้ยาเบตาฮีสทีน

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา เบตาฮีสทีน

  • รู้สึกป่วย
  • อาหารไม่ย่อย
  • ปวดหัว
  • คัน
  • มีผดผื่นขึ้น (ลมพิษ)
  • ท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อย
  • ปวดกระเพาะหรือท้องอืด (การรับประทานยาเบตาฮีสทีนพร้อมกับอาหาร อาจช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวกระเพาะเหล่านี้ได้)
  • โรคแองจิโอนิวโรติกอีดีมา (Angioneurotic oedema) ซึ่งคืออาการบวมที่ผิว/เนื้อเยื่อ

หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไป หรือมีอาการรุนแรง ควรแจ้งต่อแพทย์หรือเภสัชกร

แจ้งแพทย์และหยุดใช้ยาเบตาฮีสทีนในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ อาการแพ้ ซึ่งอาจจะรวมถึงอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ หายใจติดขัด ผดผื่นสีแดงที่ผิวหรือผิวหนังอักเสบคัน

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

อาการแพ้ที่รุนแรงต่อยานี้นั้นไม่ค่อยจะเกิดขึ้น แต่ควรรับการรักษาพยาบาลในทันที หากคุณมีอาการของการแพ้ที่รุนแรงดังนี้คือ ผดผื่น คัน/บวม (โดยเฉพาะใบหน้า ลิ้น ลำคอ) วิงเวียน หายใจติดขัด

นี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมดของของยานี้ หากคุณสังเกตพบอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ ควรติดต่อแพทย์หรือเภสัชกร

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาดังต่อไปนี้อาจเกิดปฏิกิริยากับยาเบตาฮีสทีน

  • ยายับยั้งเอนไซม์โมโนเอมีนออกซิเดส (Monoamine oxidase inhibitors)
  • ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines)

ยาเบตาฮีสทีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเบตาฮีสทีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ยังไม่ทราบผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อยาเบตาฮีสทีน

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเบตาฮีสทีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเบตาฮีสทีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยานั้นขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สภาวะทางการแพทย์ การตอบสนองต่อการรักษา และปฏิกิริยาของยาบางชนิด

ขนาดยาเบตาฮีสทีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: สิงหาคม 28, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019