เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 25/09/2020 . 5 mins read
Share now

เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)  จัดอยู่ในกลุ่มต้านฮีสตามีน (Antihistamine) ทำหน้าที่ยับยั้งสารธรรมชาติอย่างฮีสตามีน (Histamine) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมา ขณะมีอาการแพ้

ข้อบ่งใช้

เฟกโซเฟนาดีน ใช้สำหรับ

ยาเฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)  จัดอยู่ในกลุ่มต้านฮีสตามีน (Antihistamine) ทำหน้าที่ยับยั้งสารธรรมชาติอย่างฮีสตามีน (Histamine) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมา ขณะมีอาการแพ้

ยาเฟกโซเฟนาดีใช้เพื่อบรรเทาอาการภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น  น้ำมูกไหล  อาการคันบริเวณจมูก ดวงตา น้ำตาไหล จาม ลมพิษ เป็นต้น

วิธีการใช้ ยาเฟกโซเฟนาดีน

  • ซื้อยารับประทานเอง หากคุณซื้อยารับประทานเอง ควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์อย่างระเอียด  หากมีข้อสงสัยโปรดสอบถามเภสัชกร หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยาเฟกโซเฟนาดีน ควรรับประทานตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 2 ครั้ง (ทุกๆ 12 ชั่วโมง)
  • ยาเฟกโซเฟนาดีนในรูปแบบของยาน้ำ ควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนธรรมดาในการตวงยา ให้ใช้อุปกรณ์สำหรับตวงยาเท่านั้นเพื่อให้ได้ปริมาณยาที่ถูกต้อง
  • ยาเฟกโซเฟนาดีนในรูปแบบยาเม็ด หากคุณรับประทานยาเม็ดแบบละลายเร็ว ควรรับประทานขณะท้องว่าง ให้ยาเม็ดละลายก่อน หากต้องดื่มพร้อมน้ำให้รับประทานยาเฟกโซเฟนาดีนพร้อมกับน้ำเปล่า  ห้ามดื่มพร้อมน้ำผลไม้ (เช่น น้ำแอปเปิ้ล เกรฟฟรุต หรือน้ำส้ม)  เพราะอาจจะลดการดูดซึมของยา

อย่างไรก็ตาม อย่ารับประทานยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาเฟกโซเฟนาดีน เนื่องจากยาลดกรดสามารถลดการดูดซึมยาเฟกโซเฟนาดีนได้ แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษา ยาเฟกโซเฟนาดีน

  • ยาเฟกโซเฟนาดีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเฟกโซเฟนาดีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งยาเฟกโซเฟนาดีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา เฟกโซเฟนาดีน

ก่อนใช้ยาเฟกโซเฟนาดีน

  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยาเฟกโซเฟนาดีน ยาอื่นๆ หรือแพ้ส่วนประกอบในยาเม็ด หรือยาน้ำแขวนตะกอนเฟกโซเฟนาดีน สอบถามเภสัชกรสำหรับรายชื่อของส่วนประกอบยา
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้หรือตั้งใจจะใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร โดยเฉพาะยาอิริโทรมัยซิน (erythromycin) เช่น อีมัยซิน (e-mycin) หรืออีริโทรซิน (erythrocin) และยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) อย่างไนโซรอล (nizoral) แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือเฝ้าระวังผลค้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • หากคุณกำลังรับประทานยาลดกรด ที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม เช่น มาล็อกซ์ (maalox) หรือไมแลกตา (mylanta) และอื่นๆ ให้รับประทานยาลดกรดสองสามชั่วโมง ก่อนหรือหลังจากรับประทานยาเฟกโซเฟนาดีน
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคไต
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนให้ติดต่อแพทย์ทันที

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยา เฟกโซเฟนาดีน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา เฟกโซเฟนาดีน

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เฟกโซเฟนาดีน เช่น ผล คลื่นไส้ ท้องร่วง ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดประจำเดือน ง่วงซึม รู้สึกเหนื่อยล้า เวียนศีรษะ ในกรณีที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้

  • หายใจติดขัด
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น ลำคอ
  • ลมพิษ
  • ไข้ หนาวสั่น

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเฟกโซเฟนาดีน อาจเกิดอันตรกิริยา กับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

โดยปกติจะไม่แนะนำการใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี

  • เอลิกลูสแตท (Eliglustat) โลมิเทไพด์ (Lomitapide) นิโลตินิบ (Nilotinib) ไซมีพรีเวียร์ (Simeprevir) โทโคเฟอร์โซแลน (Tocophersolan)

หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา ตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง

  • อะลูมิเนียมคาร์บอเนตพื้นฐาน (Aluminum Carbonate Basic)
  • อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Aluminum Hydroxide)
  • อะลูมิเนียมฟอสเฟต (Aluminum Phosphate)
  • ไดไฮดรอกซีอลูมิเนียมอะมิโนแอซิเตด (Dihydroxyaluminum Aminoacetate)
  • ไดไฮดรอกซีอลูมิเนียมโซเดียมคาร์บอร์เนต (Dihydroxyaluminum Sodium Carbonate)
  • แมกัลเดรต (Magaldrate)
  • แมกนีเซียมคาร์บอเนต (Magnesium Carbonate)
  • แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Magnesium Hydroxide)
  • แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesium Oxide)
  • แมกนีเซียมไตรซิลิเกต (Magnesium Trisilicate)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (St John’s Wort)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเฟกโซเฟนาดีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

  • น้ำแอปเปิ้ล
  • น้ำเกรฟฟรุต
  • น้ำส้ม

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเฟกโซเฟนาดีน อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคไต ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากความเร็วในการกำจัดยาออกจากร่างกายลดลง
  • โรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ยาเม็ดแตกตัวในปากสำหรับรับประทานนั้นมีสารฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด ยาเฟกโซเฟนาดีน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)

  • 60 มก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคลมพิษ (Urticaria)

  • 60 มก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า

ขนาด ยาเฟกโซเฟนาดีน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

  • 6 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละสองครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า
  • 12 ปีขึ้นไป 60 มก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า

ยาเม็ดแบบแตกตัวสำหรับรับประทาน

  • 6 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน

  • โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ 2 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า
  • โรคลมพิษเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ (Chronic idiopathic urticaria) 6 เดือนถึง 1 ปี 15 มก. รับประทานวันละสองครั้งและสำหรับเด็กอายุ 2 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคลมพิษ (Urticaria)

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

  • 6 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละสองครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า
  • 12 ปีขึ้นไป 60 มก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า

ยาเม็ดแบบแตกตัวสำหรับรับประทาน

  • 6 ถึง 11 ปี: 30 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน

  • โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ 2 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้งพร้อมกับน้ำเปล่า
  • โรคลมพิษเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ (Chronic idiopathic urticaria) 6 เดือนถึง 1 ปี: 15 มก. รับประทานวันละสองครั้งและสำหรับเด็กอายุ 2 ถึง 11 ปี 30 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง

รูปแบบของยา เฟกโซเฟนาดีน

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน รูปแบบเกลือไฮโดรคลอไรด์ (hydrochloride) 30 มก./5 มล. (120 มล.)
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน รูปแบบเกลือไฮโดรคลอไรด์ 30 มก. 60 มก. 180 มก.
  • ยาเม็ดแบบแตกตัวสำหรับรับประทาน รูปแบบเกลือไฮโดรคลอไรด์  30 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคภูมิแพ้แมลงสาบ อันตรายใกล้ตัวจากแมลง ที่คุณควรระวัง

โรคภูมิแพ้แมลงสาบ (Cockroach Allergy) คือหนึ่งในโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากสารบางอย่างภายในตัวของแมลงสาบ จนสามารถทำให้คุณประสบกับอาการไอ และจามได้

Written by panyapat Aiemsin

ภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) อาการแพ้ที่มาพร้อมกับ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ภูมิแพ้อากาศ หรือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) คืออาการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเยื่อของจมูก เนื่องมาจากอาการภูมิแพ้ต่าง ๆ

Written by Khongrit Somchai

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) หมายถึง อาการผื่นแดงที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

เทียนหอมเพื่อผ่อนคลาย จุดแล้วส่งผลดีหรือร้ายต่อสุขภาพกันแน่

บางคนอาจรู้สึกว่า การดมควันของ เทียนหอมเพื่อผ่อนคลาย อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเทียนนั้นมีสารเคมีผสมอยู่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย