โคลิสติน (Colistin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 5 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา โคลิสติน ใช้สำหรับ

โดยทั่วไป ยาโคลิสติน (colistin) มักใช้สำหรับการรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อบาซิลลัส แกรมลบ (Gram-negative bacilli) ยานี้ออกฤทธิ์โดยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

การใช้อื่นๆ

อาจมีการสั่งยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ไม่ได้อธิบายไว้ในฉลากยา ในกรณีนี้ ให้ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ในผู้ป่วยที่เป็นโรคซิสติกไฟโบรซิส (cystic fibrosis) ยาโคลิสติมีเทต (colistimethate) แบบสูดดม อาจใช้เพื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ปอดอย่างรุนแรง (เชื้อ Pseudomonas aeruginosa) โปรดดูที่เนื้อหาส่วน “การเก็บรักษา” สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เมื่อมีการใช้ยานี้สำหรับสูดดม

วิธีใช้ยาโคลิสติน

ยาโคลิสติน มักใช้เป็นยาฉีดใช้ในที่ทำการแพทย์ โรงพยาบาล หรือคลินิก หากคุณใช้ยาโคลิสตินที่บ้าน แพทย์จะสอนวิธีใช้ให้คุณ ให้มั่นใจว่าคุณรู้วิธีใช้ยาโคลิสติน และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ศึกษามาเมื่อใช้ยา หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

เพื่อรักษาอาการติดเชื้อให้หายขาด ให้ใช้ยาโคลิสตินให้ครบจำนวนการใช้ยา และให้ใช้ยาต่อแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วในสองสามวัน

ห้ามใช้ยาโคลิสตินหากมีตะกอน มีสีขุ่น หรือเปลี่ยนสี หรือภาชนะใส่ยาแตกหรือเสียหาย

เก็บยา รวมทั้งกระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง ห้ามนำเข็มฉีดยา กระบอกฉีด หรือวัสดุอื่นๆ กลับมาใช้ใหม่ ให้สอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการกำจัดหลังใช้งาน ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบในท้องถิ่นสำหรับวิธีการกำจัดที่เหมาะสม

หากลืมใช้ยา ให้ใช้ยาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี หากใกล้เวลาใช้ยารอบถัดไป ให้ข้ามรอบที่ลืมใช้ไปแล้วใช้ยาในรอบถัดไปตามปกติที่กำหนดไว้ ห้ามใช้เพิ่มเป็นสองเท่าในเวลาเดียวกัน

การเก็บรักษายา โคลิสติน

ยาโคลิสตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโคลิสตินบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาโคลิสตินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโคลิสติน

อาการทางร่างกายบางประการอาจมีปฏิกิริยากับยาโคลิสตินได้ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีอาการทางร่างกายใดๆ โดยเฉพาะหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • หากคุณตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • หากคุณกำลังใช้ยาที่แพทย์สั่งหรือยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร หรืออาหารเสริม
  • หากคุณแพ้ยา อาหาร หรือสารอื่นๆ
  • หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับไต
  • ให้แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่าคุณใช้ยาโคลิสติน ก่อนคุณเข้ารับการรักษาทางการแพทย์หรือทันตกรรม การรักษาฉุกเฉิน หรือการผ่าตัด

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนใช้ยานี้

ยาโคลิสตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโคลิสติน

ยาทุกชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ผู้คนจำนวนมากไม่มีหรือมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาน้อย โปรดปรึกษาแพทย์ หากผลข้างเคียงที่พบได้มากที่สุดใดๆ เหล่านี้ไม่หายไป หรือรบกวนคุณ

  • เวียนศีรษะ
  • ความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง บริเวณโดยรอบปาก
  • มีอาการคัน
  • มีอาการชา หรือปวดเสียวที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า
  • พูดไม่ชัด
  • ไม่สบายท้อง
  • ท้องเสียเล็กน้อย

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโคลิสตินอาจเกิดอันตรกิริยากับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะยาเหล่านี้

  • ยาโซเดียมเซฟาโลทิน (Sodium cephalothin) เนื่องจากความเสี่ยงเกี่ยวกับ ปัญหาเกี่ยวกับไตอาจเพิ่มขึ้น
  • ยากลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycosides) เช่น ยาเจนตามัยซิน (gentamicin)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อจากสารคูราริฟอร์ม (curariform muscle relaxants) เช่น ยาทูโบคูรารีน (tubocurarine) ยาเดคาเมโทเนียม (decamethonium)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อกลุ่ม nondepolarizing muscle relaxants เช่น ยากัลลามีน (gallamine) ยาโพลีไมซิน (polymyxin) ยาโซเดียมซเตรท (sodium citrate) ยาซัคซินิลโคลีน (succinylcholine) เนื่องจากฤทธิ์ยาและความเสี่ยงของผลข้างเคียง รวมทั้งภาวะหายใจลำบาก อาจเพิ่มสูงขึ้นได้

เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโคลิสตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น ๆ

ยาโคลิสตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ยารับประทาน – สำหรับฆ่าเชื้อในลำไส้ (Bowel sterilisation) ภาวะติดเชื้อในทางเดินอาหาร (Gastrointestinal infections)

ยาโคลิสตินซัลเฟต (Colistin sulfate) : 1.5-3 mIU วันละ 3 ครั้ง

ยาฉีด – สำหรับรักษาอาการติดเชื้อแกรมลบอย่างรุนแรง (Severe Gram-negative infections)

ยาโคลิสติมีเทต เอ็นเอ (Colistimethate Na) ปริมาณตัวยาแสดงในรูปของโคลิสตินเบส (colistin base) : 2.5-5 มก./กก./วัน ใน 2-4 ขนาดยาแบ่งใช้ ขนาดยาสูงสุด: 5 มก./กก./วัน

การปรับขนาดยาสำหรับผู้มีภาวะไตเสื่อม

CrCl มากกว่า 80 มล./นาที : ขนาดยาปกติ

CrCl 50-79 มล./นาที : 2.5-3.8 มก./กก./วัน IV/IM แบ่งให้ทุก 12 ชม.

CrCl 30-49 มล./นาที : 2.5 มก./กก./วัน IV/IM ต่อวัน หรือแบ่งให้ทุก 12 ชม.

CrCl 10-29 มล./นาที : 1.5 มก./กก. IV/IM ทุก 36 ชม.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เด็ก

ยารับประทาน – สำหรับฆ่าเชื้อในลำไส้ (Bowel sterilisation) ภาวะติดเชื้อในทางเดินอาหาร (Gastrointestinal infections)

ยาโคลิสตินซัลเฟต (Colistin sulfate) : น้ำหนักน้อยกว่า 15 กก. ไม่ควรใช้ น้ำหนัก 15-30 กก. : 0.75-1.5 mIU วันละ 3 ครั้ง

ยาฉีด – สำหรับรักษาอาการติดเชื้อแกรมลบอย่างรุนแรง (Severe Gram-negative infections)

ยาโคลิสติมีเทต เอ็นเอ (Colistimethate Na) ปริมาณตัวยาแสดงในรูปของโคลิสตินเบส (colistin base) : 2.5 มก./กก./วัน แบ่งให้ยาทุก 6-12 ชม.

รูปแบบยา

ยาโคลิสตินมีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • ยาโคลิสติมีเทตโซเดียม (Colistimethate sodium) 150 มก. ใน 2 มล.

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล