ไดเอทิลโพรพิออน (Diethylpropion)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 31, 2019
Share now

ยา ไดเอทิลโพรพิออน (Diethylpropion) มักจะใช้โดยต้องได้รับการยอมรับจากแพทย์ ใช้ร่วมกับอาหารลดแคลอรี่ การออกกำลังกาย และโปรแกรมการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยให้คุณลดน้ำหนัก

ข้อบ่งใช้

ยา ไดเอทิลโพรพิออน ใช้สำหรับ

ยาไดเอทิลโพรพิออน (Diethylpropion) มักจะใช้โดยต้องได้รับการยอมรับจากแพทย์ ใช้ร่วมกับอาหารลดแคลอรี่ การออกกำลังกาย และโปรแกรมการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยให้คุณลดน้ำหนัก ยานี้ในกับผู้ที่มีน้ำหนักมากเกินไปอย่างมาก (โรคอ้วน) และไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเพียงเท่านั้น การลดน้ำหนักและรักษาระดับไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับโรคอ้วนได้มากมาย ทั้งโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และชีวิตสั้น

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้ช่วยให้คนลดน้ำหนักได้อย่างไร ยานี้อาจจะทำงานโดนการลดความอยากอาหารของคุณ เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานของร่างกาย หรือส่งผลกระทบต่อบางส่วนในสมอง ยานี้เป็นยากดความอยากอาหารและอยู่ในกลุ่มของยาซิมพาโทมิเมติค เอมีน (sympathomimetic amines)

วิธีการใช้ยา ไดเอทิลโพรพิออน

รับประทานยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือตามที่แพทย์กำหนด หากคุณมีปัญหาในการรับประทานอาหารมื้อดึก แพทย์อาจจะสั่งให้คุณใช้ยาเพิ่มอีกครั้งในตอนเย็น การใช้ยานี้ในตอนดึกอาจทำให้คุณนอนไม่หลับได้

ยารูปแบบออกฤทธิ์นานมักจะรับประทานแค่วันละครั้งในตอนสาย อย่าบดหรือเคี้ยวยาแบบออกฤทธิ์นานเพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ทั้งหมดมาในคราวเดียวและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และไม่ควรแบ่งเม็ดยาเว้นเสียแต่ว่ายาจะมีเส้นแบ่งและแพทย์หรือเภสัชกรสั่งให้ทำเช่นนั้น กลืนยาลงไปทั้งเม็ดโดยไม่ต้องเคี้ยวหรือบดยา

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะปรับขนาดยาเพื่อหาขนาดยาที่เหมาะกับคุณที่สุด ควรใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากยา เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

โดยปกติมักจะใช้ยาไดเอทิลโพรพิออนแค่ไม่กี่สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยากดความอยากอาหารอื่นๆ (อ่านเพิ่มเติมในส่วนปฏิกิริยาของยา) โอกาสในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงจะเพิ่มขึ้นจากการใช้ยาเป็นเวลานานและการใช้ยานี้ร่วมกับยาลดความอ้วนอื่นๆ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการขาดยาได้ โดยเฉพาะหากใช้ยาเป็นประจำในเวลานานหรือหากใช้ในขนาดสูง ในกรณีเหล่านี้ อาการขาดยา เช่น ซึมเศร้า เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง อาจจะเกิดขึ้นหากคุณหยุดใช้ยากะทันหัน เพื่อป้องกันอาการขาดยาแพทย์จะสั่งให้คุณค่อยๆ ลดขนาดยาลงมา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและแจ้งให้ทราบในทันทีหากมีอาการขาดยาเกิดขึ้น

แม้ว่ายานี้จะช่วยคนเป็นจำนวนมากแต่ก็อาจทำให้เกิดการติดยาได้ ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นหากคุณเคยใช้สารในทางที่ผิด(เช่น ใช้ยา สุราเกินขนาดหรือติดยาหรือสุรา อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด

น้ำหนักของคุณควรจะลดลงหลังจากเริ่มใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากน้ำหนักของคุณไม่ลดลงอย่างน้อย 4 ปอนด์ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากเริ่มใช้ยา ยานี้อาจจะทำงานได้ไม่ดีหลังจากที่คุณใช้ยาไปแล้วระยะหนึ่ง โปรดปรึกษาแพทย์หากยานี้ใช้ไม่ได้ผล อย่าเพิ่มขนาดยาเว้นเสียแต่แพทย์จะสั่งให้ทำเช่นนั้น แพทย์อาจจะสั่งให้คุณหยุดใช้ยานี้

การเก็บรักษายา ไดเอทิลโพรพิออน

ยาไดเอทิลโพรพิออนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไดเอทิลโพรพิออนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไดเอทิลโพรพิออนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ไดเอทิลโพรพิออน

ก่อนใช้ยาไดเอทิลโพรพิออน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาซิมพาโทมิเมติค เอมีนอื่นๆ เช่น ยาหดหลอดเลือด (decongestants) อย่างซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) ยากระตุ้น (stimulants) อย่างยาแอมเฟตามีน (amphetamine) ยากดความอยากอาหาร อย่างเฟนเทอร์มีน (phentermine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ เคยใช้สารในทางที่ผิด (เช่นใช้ยา/สุราเกินขนาดหรือติดยา/สุรา) โรคหลอดเลือดหัวใจ (เช่นเจ็บหน้าอก หัวใจวาย) ปัญหาทางจิตใจหรืออารมณ์ เช่น วิตกกังวลอย่างรุนแรง โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) โรคจิต (psychosis) โรคจิตเภท (schizophrenia) ภาวะความดันในปอดสูง (pulmonary hypertension) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ เช่นเสียงฟู่จากหัวใจ (heart murmur) หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ โรคไต ปัญหาเกี่ยวกับอาการชัก

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชา

หากคุณกำลังเป็นโรคเบาหวาน ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำตามที่แพทย์กำหนดและแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับยาสำหรับโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารที่คุณรับประทาน

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ไตจะทำงานได้แย่ลงเมื่อคุณอายุมากขึ้น ยานี้จะกำจัดโดยใช้ไต ดังนั้นผู้สูงอายุจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดอาการวิงเวียนและความดันโลหิตสูงขณะใช้ยานี้

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ยาเป็นเวลานานหรือใช้ในขนาดสูงในช่วงที่ใกล้กับวันที่คาดว่าจะคลอดบุตรเนื่องจากอาจทำให้เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา ทารกที่เกิดจากแม่ที่ใช้ยานี้เป็นเวลานานหรือใช้ในขนาดสูงอาจจะมีอาการขาดยาได้ เช่นหงุดหงิดหรือเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในทารกแรกเกิด

ยานี้อาจผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่และส่งผลไม่พึงประสงค์ต่อทารกได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่ใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาไดเอทิลโพรพิออนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ไดเอทิลโพรพิออน

อาจเกิดอาการวิงเวียน ปากแห้ง นอนไม่หลับ หงุดหงิด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือท้องผูก หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยานี้อาจทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น ควรตรวจวัดความดันเป็นประจำและแจ้งให้แพทย์ทราบหากผลการตรวจออกมาสูง

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ หัวใจเต้นเร็ว ผิดปกติ หรือรัว มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่นร้อนรน ควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ มองเห็นภาพหลอน ประหม่า) ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อไม่ได้ สมรรถภาพทางเพศหรือความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง

หยุดใช้ยานี้และรับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังนี้ ปวดหัวอย่างรุนแรง พูดไม่ชัด ชัก อ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่นมองเห็นไม่ชัด)

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปอดหรือหัวใจที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) อย่างภาวะความดันปอดสูง (pulmonary hypertension) หรือปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นหากใช้ยาเป็นเวลานานและใช้ยาร่วมกับยาหรือสมุนไพรกดความอยากอาหารอื่นๆ หากคุณสังเกตเห็นอาการที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้โปรดหยุดใช้ยาและติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรในทันที เจ็บหน้าอก หายใจลำบากขณะออกกำลังกาย ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง มีอาการบวมที่ขา ข้อเท้า หรือเท้า

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ร่วมกับยาบางชนิดเพราะอาจจะเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ หากคุณกำลังใช้หรือเคยใช้ยากดความอยากอาหารอื่นๆ ภายในปีที่ผ่านมา เช่น ยาเฟนเทอร์มีน อีเฟดรา/มาฮวง (ephedra/ma huang) โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยานี้
การใช้ยาในกลุ่มเอ็มเอโอ อินฮิบิเตอร์ (MAO inhibitor) พร้อมกับยานี้อาจเกิดปฏิกิริยาของยาที่อันตรายได้ ควรกลีกเลี่ยงยาในกลุ่มเอ็มเอโอ อินฮิบิเตอร์ เช่นยาไซโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ยาลิเนโซลิด (linezolid) ยาเมทิลีนบลูสำหรับฉีด (methylene blue injection) ยาฟีเนลซีน (phenelzine) ยาราซาจิลีน (rasagiline) ยาเซเลจิลีน (selegiline) ยาทรานีลไซโพรมีน (tranylcypromine) ระหว่างที่กำลังใช้ยานี้ ไม่ควรใช้ยาในกลุ่มเอ็มเอโอ อินฮิบิเตอร์ส่วนใหญ่ภายในสองสัปดาห์ก่อนเริ่มใช้ยานี้ โปรดสอบถามแพทย์ถึงเวลาที่ควรเริ่มใช้ยานี้

หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้ โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนเริ่มใช้ยานี้

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยารักษาความดันโลหิตสูง เช่นยากัวเนธิดีน (guanethidine) หรือยาเมทิลโดปา (methyldopa) ยาฟีโนไทอาซีน (phenothiazines) เช่นยาโปรคลอเปอราซีน (prochlorperazine) ยาคลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) ยากระตุ้นอื่นๆ เช่นยาแอมเฟตามีน ยาเมทิลเฟนิเดต (methylphenidate) ยาเสพติด เช่นโคเคนหรือยาอี (MDMA/”ecstasy”)

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณกำลังใช้ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่นยาแก้ปวดหรือยาบรรเทาอาการไอโอปิออยด์ (opioid) เช่นยาโคเดอีน (codeine) หรือยาไฮโดรโคโดน (hydrocodone) แอลกอฮอล์ กัญชา ยานอนหลับหรือยารักษาอาการวิตกกังวล เช่นอัลปราโซแลม (alprazolam) ลอราซีแพม (lorazepam) หรือโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่นคาริโซโพรดอล (carisoprodol) หรือไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือยาต้านฮีสตามีนอื่นๆ เช่นเซทิริซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)

ควรอ่านฉลากของยาทั้งหมด (เช่นยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยาบางชนิดอาจจะมีส่วนผสมที่สามารถเพิ่มระดับความดันโลหิตได้ โปรดแจ้งให้เภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้และสอบถามวิธีการใช้ยาเหล่านั้นอย่างปลอดภัย (โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัดหรือยาลดความอ้วน)

คาเฟอีนสามารถเพิ่มผลข้างเคียงของยานี้ได้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเคอีนในปริมาณมาก (กาแฟ ชา หรือน้ำอัดลม) หรือรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณมาก

ยาไดเอทิลโพรพิออนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไดเอทิลโพรพิออนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไดเอทิลโพรพิออนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไดเอทิลโพรพิออนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคอ้วน

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที 25 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร และช่วงค่ำหากต้องการที่จะระงับความหิวในกลางดึก
  • ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์ 75 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนสาย กลืนยาลงไปทั้งเม็ด

คำแนะนำ

  • ใช้สำหรับการรักษาด้วยยาเพียงชนิดเดียวเท่านั้น
  • ยานี้จะสามารถใช้ต่อไปได้ต่อเมื่อน้ำหนักของผู้ป่วยลดลงอย่างน่าพึงพอใจภายใน 4 สัปดาห์แรกของการรักษาเท่านั้น (น้ำหนักลดลงอย่างน้อย 4 ปอนด์ หรือตามที่แพทย์และผู้ป่วยกำหนด)
  • หยุดใช้ยานี้หากเกิดอาการแพ้เกิดขึ้น อย่าเพิ่มขนาดยาเพื่อพยายามเพิ่มผลของยา

การใช้งาน

เพื่อจัดการกับโรคอ้วนจากปัจจัยภายนอก (exogenous obesity) ในระยะเวลาสั้น (ไม่กี่สัปดาห์) ในสูตรการลดน้ำหนักตามการจำกัดแคลอรี่ในผู้ป่วยที่มีค่าดัชนีมวลกายเริ่มต้นที่ 30 กก./ตารางเมตร หรือมากกว่านั้น และผู้ที่ไม่มีการตอบสนองต่อสูตรการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น (การรับประทานอาหาร และ/หรือการออกกำลังกาย)

ขนาดยาไดเอทิลโพรพิออนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคอ้วน

อายุ 16 ปีขึ้นไป

  • ยารูปแบบออกฤทธิ์ทันที 25 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร และช่วงค่ำหากต้องการที่จะระงับความหิวในกลางดึก
  • ยารูปแบบควบคุมการออกฤทธิ์ 75 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนสาย กลืนยาลงไปทั้งเม็ด

คำแนะนำ

  • ใช้สำหรับการรักษาด้วยยาเพียงชนิดเดียวเท่านั้น
  • ยานี้จะสามารถใช้ต่อไปได้ต่อเมื่อน้ำหนักของผู้ป่วยลดลงอย่างน่าพึงพอใจภายใน 4 สัปดาห์แรกของการรักษาเท่านั้น (น้ำหนักลดลงอย่างน้อย 4 ปอนด์ หรือตามที่แพทย์และผู้ป่วยกำหนด)
  • หยุดใช้ยานี้หากเกิดอาการแพ้เกิดขึ้น อย่าเพิ่มขนาดยาเพื่อพยายามเพิ่มผลของยา

การใช้งาน

เพื่อจัดการกับโรคอ้วนจากปัจจัยภายนอกในระยะเวลาสั้น (ไม่กี่สัปดาห์) ในสูตรการลดน้ำหนักตามการจำกัดแคลอรี่ในผู้ป่วยที่มีค่าดัชนีมวลกายเริ่มต้นที่ 30 กก./ตารางเมตร หรือมากกว่านั้น และผู้ที่ไม่มีการตอบสนองต่อสูตรการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น (การรับประทานอาหาร และ/หรือการออกกำลังกาย)

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 16 ปี

คำแนะนำอื่นๆ

ทั่วไป

  • ควรระมัดระวังการใช้ยาในทางที่ผิดเมื่อประเมินความต้องการในการใช้ยานี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดน้ำหนัก อาการที่ของความเป็นพิษเรื้อรังจากการใช้ยาลดความอยากอาหารได้แก่อาการที่ผิวหนังอย่างรุนแรง นอนไม่หลับ หงุดหงิด อยู่ไม่สุข พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และโรคจิต
  • การจัดการอาการใช้ยาเกินขนาดเฉียบพลันนั้นจะมีอาการในบริเวณกว้างและรวมถึงการล้างท้องและการกดประสาทด้วยยาบาร์บิทูเรต (barbiturate) อาจพิจารณาให้ยาเฟนโตลามีน (phentolamine) ทางหลอดเลือดดำหากมีอาการความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) และการฟอกไตผ่านทางช่องท้อง (peritoneal dialysis) นั้นไม่เพียงพอสำหรับกรณีนี้
  • การใช้ยาในระยะยาวอาจทำให้เกิดอาการขาดยาเมื่อหยุดใช้ยาแล้ว

การเฝ้าระวัง

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรทำการประเมินหัวใจ (พื้นฐาน/ก่อนเริ่มต้นการรักษา) ตรวจเอคโคหัวใจ (echocardiogram) ระหว่างและหลังจาการรักษา วัดความดันโลหิต
  • ระบบการเผาผลาญ ชั่งน้ำหนัก รอบเอว
  • ไต การทำงานของไต (สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีไตบกพร่อง)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม และปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ควรหลีกเลี่ยงการขับรถและกิจกรรมอื่นๆ เช่นการใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • หลีกเลี่ยงการดื่มสุราขณะใช้ยานี้

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

นอนน้อยแต่นอนนะ อยากนอนทั้งวันคุณก็ทำได้ ใน วันนอนหลับโลก

วันนี้ Hello คุณหมอ พาทุกคนมารู้จักกับ วันนอนหลับโลก ในบทความนี้ทุกคนจะได้เข้าใจถึงประโยชน์และผลเสีย รวมถึงเคล็ดลับในการนอนหลับ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

อยากผอม แต่ไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย สงสัยต้องลอง สะกดจิตลดน้ำหนัก

วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำวิธีการ สะกดจิตลดน้ำหนัก สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการลดน้ำหนัก แต่ไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

น้ำตาลเทียม สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล ดีต่อใจหรือไม่ควรลอง?

น้ำตาลเทียม เป็นสารเคมีที่คิดค้นมาเพื่อใช้ทดแทนน้ำตาล โดยให้รสชาติที่เหมือนกันกับน้ำตาล แต่ไม่มีปริมาณของแคลอรี สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้เหมือนน้ำตาลปกติ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

ไขข้อสงสัย หาก น้ำหนักเกินมาตรฐาน แปลว่าคุณอ้วนจริงหรือ?

มีหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้คุณนั้น น้ำหนักเกินมาตรฐาน แต่ก็ไม่ได้ความว่าคุณจะเข้าข่ายภาวะโรคอ้วนได้ ร่วมหาคำตอบไปกับบทความนี้ที่ Hello คุณหมอได้นำมาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin