ไทโอทีพา (Thiotepa)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ไทโอทีพา ใช้สำหรับ

ไทโอทีพา (Thiotepa)ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็ง ไทโอทีพาทำหน้าที่ในการชะลอหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ส่วนใหญ่มักจะใช้โดยการฉีดเข้ากระเพาะปัสสาวะเพื่อรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ

ไทโอทีพายังสามารถใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อป้องกันการต่อต้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ (stem cell transplant) ได้อีกด้วย

วิธีการใช้ ไทโอทีพา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นที่เป็นผู้ฉีดไทโอทีพา โดยแพทย์จะฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ ในบางครั้งอาจฉีดไทโอทีพาเข้าที่เนื้องอกโดยตรง

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบในทันทีว่าคุณมีอาการปวด แสบร้อน หรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มักจะใช้การรักษาโดยฉีดไทโอทีพาเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อสวน ก่อนได้รับการฉีดควรงดการดื่มน้ำเป็นเวลา 8 ถึง 12 ชั่วโมง และจะทำการทิ้งยาสารละลายไว้ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยๆระบายออกผ่านทางท่อกระเพาะปัสสาวะ แพทย์อาจสั่งให้คุณเปลี่ยนท่าทางทุกๆ 15 นาทีขณะที่มียาสารละลายอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเพื่อให้แน่ใจว่ายานั้นรักษาทุกส่วนภายในกระเพาะปัสสาวะ

หากต้องการใช้ไทโอทีพาเพื่อป้องกันการต่อต้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ควรรับยานี้ 2 ครั้ง ห่างกันระยะเวลา 12 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างการรักษาอาจเกิดปัญหาการแพ้ขึ้นที่ผิวหนัง เพื่อลดความเสี่ยง ควรอาบน้ำและเปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จนครบ 48 ชั่วโมง

ปริมาณในการให้ไทโอทีพาขึ้นอยู่กับทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์จะทำการตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count) เพื่อหาปริมาณยาที่เหมาะสม อาจมีการเพิ่มปริมาณของยาและจำเป็นต้องจัดตารางการให้ไทโอทีพาในครั้งถัดไป หากระดับของเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ

การเก็บรักษา ไทโอทีพา

  • เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 2° ถึง 8° เซลเซียส (36° ถึง 46° ฟาเรนไฮต์)
  • เก็บให้พ้นจากแสงแดดจัด
  • เมื่อผสมยาโดยใช้น้ำกลั่นสำหรับฉีดยาแล้ว ควรเก็บไทโอทีพาไว้ในตู้เย็นและใช้งานภายใน 8 ชั่วโมง ยาสารละลายที่ละลายเพิ่มเติมลงในสารโซเดียมคลอไรด์สำหรับฉีดนั้นควรใช้ทันที
  • เก็บให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งยาไทโอทีพาลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ สามารถสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ไทโอทีพาบางยี่ห้ออาจเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ไทโอทีพา

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ไทโอทีพา มีดังนี้

  • แจ้งรายละเอียดถึงโรคประจำตัวหรือข้อมูลสุขภาพร่างกายอย่างละเอียด ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนการได้รับการรักษา เพื่อป้องการอาการแพ้ยานี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมวลกระดูก (เช่น ปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดต่ำจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีบำบัดครั้งก่อน) โรคไต โรคตับ
  • ไทโอทีพาสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น หรือทำให้อาการติดเชื้อที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ (เช่น โรคอีสุกอีใส โรคหัด หรือโรคไข้หวัดใหญ่)
  • งดการฉีดวัคซีนต่างๆ หากมีความจำเป็นที่ต้องรับวัคซีนควรปรึกษาหรือได้รับการอนุญาตจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน
  • เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรระมัดระวังในการใช้ของมีคมเช่นมีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมเช่นกีฬาที่ต้องการการปะทะ
  • ก่อนการผ่าตัด แจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งยาของทางการแพทย์ ยาที่ผ่านการจำหน่ายโดยเภสัชกร และสมุนไพรต่างๆ
  • ไทโอทีพาอาจเป็นอันตรายต่อสตรีตั้งครรภ์ ส่งผลอันตรายให้กับทารกในครรภ์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ไทโอทีพาในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยานี้

ไทโอทีพาจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ไทโอทีพา

หลังจากได้รับ ไทโอทีพา เข้าสู่ร่างกาย มักจะเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ตามมา คือ

  • อาจเกิดอาการปวดหรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา
  • วิงเวียนศรีษะ หายใจติดขัด
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ไข้ขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือเบื่ออาหาร เกิดการเปลี่ยนแปลงในการรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานอาหารได้น้อยลง ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน หากอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์ผู้เชียวชาญให้ทราบทันที
  • มีอาการผมร่วงชั่วคราวเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป ผมจะกลับมายาวตามปกติหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา
  • มีแผลและอาการเจ็บที่บริเวณริมฝีปาก ภายในปาก และลำคอได้ งดอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อน แปรงฟันด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และบ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเย็น
  • อุจจาระเป็นสีเลือด สีดำ หรือคล้ายยางมะตอย ไอเป็นเลือด มีเลือดกำเดาไหลบ่อยหรือเลือดหยุดไหลยาก ปัสสาวะเป็นสีชมพูคล้ายเลือดปนหรือสีคล้ำ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ผิวซีด เป็นสีเทา อาเจียนเป็นเลือดหรือดูเหมือนกากกาแฟ

อาการแพ้ยาที่รุนแรงค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะพบกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นหรือหากมีอาการที่รุนแรง โปรดเข้าขอคำปรึกษาและควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไทโอทีพาอาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นได้ เช่น ยาแอสไพรินและยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ และยาที่อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การทำเคมีบำบัด (chemotherapy) หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) อย่างเพรดนิโซน (prednisone) การปฏิกิริยากับวัคซีนส่วนใหญ่เป็น วัคซีนโปลิโอแบบรับประทาน หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก กรดนาลิดิซิก (nalidixic acid) ส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้ ควรใช้ยาแอสไพรินปริมาณที่ต่ำ เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหลอดเลือดสมองต่อไป (โดยทั่วไปจะอยู่ที่ขนาด 81 ถึง 325 มก. ต่อวัน)

โปรดขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และไม่ควรเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ไทโอทีพาอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์ก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ไทโอทีพาอาจส่งผลให้อาการสุขภาพอ่อนแรงลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบถึงสภาวะร่างกายก่อนได้รับการรักษาด้วยไทโอทีพาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอทีพาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

  • 0.3 ถึง 0.4 มก./กก. ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งช่องโพรงเยื่อหุ้มอวัยวะ (Serosal Cavity Neoplastic Disease)

  • 0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าสู่ภายในช่องโพรงเยื่อหุ้มอวัยวะ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

  • 30 ถึง 60 มก. ฉีดเข้าภายในกระเพาะปัสสาวะและแช่ทิ้งไว้ สำหรับการรักษาเนื้องอกที่กระเพาะปัสสาวะระดับตื้น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)

  • 500 ถึง 1000 มก. ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ สำหรับการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็ง (Malignant Disease)

  • 0.3 ถึง 0.4 มก./กก. ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ
  • 0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าสู่ภายในช่องโพรง
  • 0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าที่เนื้องอกโดยตรง
  • 30 ถึง 60 มก. ฉีดเข้าภายในกระเพาะปัสสาวะหนึ่งครั้ง
  • 10 ถึง 15 มก. ฉีดเข้าช่องไขสันหลังหนึ่งครั้ง
  • 500 ถึง 1000 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหนึ่งครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไทโอทีพาไม่เหมาะสำหรับการรักษาในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคไต แแต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดไทโอทีพา อาจสามารถใช้ในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ไทโอทีพาไม่เหมาะสำหรับการรักษาในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดไทโอทีพา อาจสามารถใช้ในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

การปรับขนาดยา

สำหรับผู้ที่ได้รับยาโดยการฉีดยาเข้าสู่หลอดเลือดดำควรหยุดใช้ยาในช่วงที่จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3000/ลูกบาศก์เมตร หรือจำนวนเกล็ดเลือดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 150,000/ลูกบาศก์เมตร

ข้อควรระวัง

ไทโอทีพาไม่เหมาะสำหรับการรักษาในกรณีผู้ป่วยที่มีมวลกระดูกเสียหาย แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดไทโอทีพา อาจสามารถใช้ในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

คำแนะนำอื่นๆ

  • ปริมาณของยาจะคำนวณตามน้ำหนักตัวของผู้ที่เข้ารับการรักษา
  • ปริมาณของยาจะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้เฉพาะ และยาที่เป็นพิษต่อเซลล์อื่นๆที่อาจใช้ร่วมกัน
  • ไทโอทีพาสามารถฉีดเข้าที่เนื้องอกโดยตรง สามารถผสมกับโปรเคน (procaine) 2% หรือเอพิเนฟรีน (epinephrine ) 0.1% เพื่อลดอาการปวดได้
  • การรักษาช่วงแรก ควรได้รับการเว้นระยะเวลาในการรักษาให้พอดี โดยทั่วไปแล้วก็จะเว้นช่วง 1 ถึง 4 สัปดาห์ ไม่ควรจะได้รับการฉีดไทโอทีพาถี่เกินกว่าสัปดาห์ละครั้ง เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย ปริมาณของยา และจำนวนเม็ดเลือด

ขนาดยาไทโอทีพาสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมะเร็ง (Malignant Disease)

โรคมะเร็งซาร์โคมา (Sarcoma) 25 ถึง 65 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำหนึ่งครั้ง ทุกๆ 3 ถึง 4 สัปดาห์

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์โดยใช้เซลล์ของตนเอง (Autologous bone marrow transplantation) 300 มก./ตารางเมตร ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำนานกว่า 3 ชั่วโมง และฉีดซ้ำทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นจำนวน 3 ครั้ง ปริมาณที่ร่างกายของเด็กรับได้สูงสุดคือ 1,125 มก./ตารางเมตร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย หรืออาจสอบถามแพทย์เพิ่มเติม ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเองโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล