ไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ยา ไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างการผ่าตัด ควบคุมอาการหัวใจล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจวาย และรักษาอาการปวดหน้าอก

ข้อบ่งใช้

ยา ไนโตรกลีเซอรีน ใช้สำหรับ

ยาไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างการผ่าตัด ควบคุมอาการหัวใจล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจวาย รักษาอาการปวดหน้าอกในผู้ป่วยบางราย และลดความดันโลหิตระหว่างการผ่าตัด

ยาไนโตรกลีเซอรีนเป็นไนเตรท (nitrate) ทำงานโดยการผ่อนคลายและช่วยขยายหลอดเลือด เนื่องจากอาการปวดหน้าอกจะเกิดขึ้นเมื่อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ การผ่อนคลายหลอดเลือดจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น ช่วยไม่ให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป และช่วยลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายต้องการด้วย

วิธีการใช้ยา ไนโตรกลีเซอรีน

ใช้ยาไนโตรกลีเซอรีนตามที่แพทย์สั่ง โดยต้องไม่ลืมอ่านฉลากยาเพื่อรับทราบวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง

คุณสามารถให้ยาไนโตรกลีเซอรีนได้ด้วยการฉีดยาที่ห้องทำงานของแพทย์ โรงพยาบาล หรือคลินิก หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การเก็บรักษายาไนโตรกลีเซอรีน

ควรเก็บยาไนโตรกลีเซอรีนที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไนโตรกลีเซอรีนบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาไนโตรกลีเซอรีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไนโตรกลีเซอรีน

ก่อนรับประทานยานี้ โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหาก

  • คุณแพ้ต่อยานี้หรือส่วมผสมอื่นๆ ของยานี้ หรือคุณแพ้ต่อยาอื่น หรือเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีผสมไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้
  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพร ยาทางเลือกอื่นๆ
  • คุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ โดยเฉพาะ
    • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจโต หัวใจวาย ถุงรอบหัวใจบวม มีการรบกวนของเลือดที่กลับสู่หัวใจ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคหลอดเลือดสมอง อาการเลือดออกในสมองอื่นๆ อาการบาดเจ็บที่ศีรษะเมื่อไม่นานมานี้
    • ภาวะโลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ หรือปริมาณเลือดต่ำ
  • คุณดื่มสุรา

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาซิมวาสแตตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไนโตรกลีเซอรีน

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น

  • วิงเวียนหรือหน้ามืด
  • ปวดศีรษะ
  • ระคายเคืองตรงบริเวณที่ฉีดยา

หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้ โปรดติดต่อแพทย์หรือเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น)
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปากแห้ง
  • หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • หน้าแดง
  • เหงื่อออกมาก
  • ผิวซีด
  • กระสับกระส่าย
  • วิงเวียนหรือปวดหัวอย่างรุนแรงหรือไม่หายไป
  • คลื่นไส้หรืออาเจียนอย่างรุนแรงหรือไม่หายไป
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาอะแวนาฟิล (Avanafil)
  • ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) เช่น ยาโพรพราลอล (propranolol)
  • ยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blockers) เช่น ยาดิลไทอาเซม (diltiazem)
  • ยาขับปัสสาวะ เช่น ยาฟลูโรเซไมด์ (furosemide) ยาไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide)
  • ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ยาฟีโนไทอาซีน (phenothiazines) เช่น ยาไทโอริดาซีน (thioridazine) ยาไรโอซิกวท (riociguat) ยาซิลเดนาฟิล (sildenafil) ยาทาดาลาฟิล (tadalafil) หรือยาวาร์เดนาฟิล (vardenafil) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดอาการความดันโลหิตต่ำหรือวิงเวียนขณะยืนอาจจะเพิ่มขึ้น
  • ยาซาลิไซเลต (Salicylates) เช่น แอสไพริน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาไนเตรทออกฤทธิ์นาน เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาแอลทีเพลส (Alteplase) เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาเฮพาริน (Heparin) เนื่องจากประสิทธิภาพของยานี้อาจลดลงเพราะยาไนโตรกลีเซอรีน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไนโตรกลีเซอรีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (Angina Pectoris)

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ (non-absorptive tubing) เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น
  • สเปรย์พ่นใต้ลิ้น (Lingual spray) พ่นยา 1-2 ครั้ง (0.4-0.8 มก.) ลงใต้ลิ้นทุกๆ 5 นาทีเท่าที่จำเป็น สูงสุด 3 ครั้งภายใน 15 นาที หากยังมีอาการปวดอยู่หลังจากใช้ยาในขนาดสูงสุด ควรไปหาแพทย์ในทันที
  • ยาอมใต้ลิ้น 0.3-0.6 มก. อมไว้ใต้ลิ้นหรือในกระพุ้งแก้ม ทุกๆ 5 นาทีเท่าที่จำเป็น สูงสุด 3 ครั้งภายใน 15 นาที หากยังมีอาการปวดอยู่หลังจากใช้ยาในขนาดสูงสุด ควรเข้ารับการรักษาทันที

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด

  • สเปรย์พ่นใต้ลิ้น พ่นยา 1-2 ครั้ง (0.4-0.8 มก.) บนลิ้นหรือใต้ลิ้น 5-10 นาทีก่อนทำกิจกรรมที่อาจเร่งให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน
  • ยาอมใต้ลิ้น 0.3-0.6 มก. อมไว้ใต้ลิ้นหรือในกระพุ้งแก้ม 5-10 นาทีก่อนทำกิจกรรมที่อาจเร่งให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน
  • ยาขี้ผึ้งเฉพาะที่ ทายา 1/2 นิ้ว (7.5 มก.) ทาเฉพาะที่เมื่อเริ่มมีอาการ และทายา 1/2 นิ้ว (7.5 มก.) 6 ชั่วโมงหลังจากนั้น ปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา
  • แผ่นแปะซึมเข้าสู่ผิวหนัง 0.2-0.4 มก./ชั่วโมง แปะเฉพาะที่วันละครั้งเป็นเวลา 12-14 ชั่วโมงต่อวันปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา สูงสุดที่ 0.8 มก./ชั่วโมง
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน 2.5-6 มก. รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้งปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction)

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคความดันโลหิตสูง

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลรอยแยกขอบทวารหนัก (Anal Fissure) และโรคฝีคัณฑสูตร (Fistula)

  • ยาขี้ผึ้งทาทวารหนัก ทายา 1 นิ้ว (ขี้ผึ้ง 375 มก. เทียบเท่ากับยาไนโตรกลีเซอรีน 1.5 มก.) ทาในทวารหนักทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์

ขนาดยาไนโตรกลีเซอรีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 0.5 มก.
  • ยาขี้ผึ้ง 2%
  • สเปรย์
  • แผ่นแปะ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โคลนิดีน (Clonidine)

โคลนิดีน (Clonidine) ใช้เป็นยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง จัดอยู่ในกลุ่มของยาเซนทรัลอัลฟ่าอะโกนิสต์ (central alpha agonists)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 14, 2018 . 1 min read

บทความแนะนำ

แอมเทอร์ไนด์-amturnide

แอมเทอร์ไนด์® (Amturnide®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 20, 2019 . 1 min read
ไมโซพรอสทอล-misoprostol

อีโพรซาร์แทน (Eprosartan)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 14, 2019 . 1 min read
ปาปาเวอรีน (Papaverine)

ปาปาเวอรีน (Papaverine)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 25, 2019 . 1 min read
เบนาซีพริล (Benazepril)

เบนาซีพริล (Benazepril)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 25, 2018 . 1 min read