ไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

ยา ไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างการผ่าตัด ควบคุมอาการหัวใจล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจวาย และรักษาอาการปวดหน้าอก

ข้อบ่งใช้

ยา ไนโตรกลีเซอรีน ใช้สำหรับ

ยาไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerin) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างการผ่าตัด ควบคุมอาการหัวใจล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจวาย รักษาอาการปวดหน้าอกในผู้ป่วยบางราย และลดความดันโลหิตระหว่างการผ่าตัด

ยาไนโตรกลีเซอรีนเป็นไนเตรท (nitrate) ทำงานโดยการผ่อนคลายและช่วยขยายหลอดเลือด เนื่องจากอาการปวดหน้าอกจะเกิดขึ้นเมื่อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ การผ่อนคลายหลอดเลือดจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น ช่วยไม่ให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป และช่วยลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายต้องการด้วย

วิธีการใช้ยา ไนโตรกลีเซอรีน

ใช้ยาไนโตรกลีเซอรีนตามที่แพทย์สั่ง โดยต้องไม่ลืมอ่านฉลากยาเพื่อรับทราบวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง

คุณสามารถให้ยาไนโตรกลีเซอรีนได้ด้วยการฉีดยาที่ห้องทำงานของแพทย์ โรงพยาบาล หรือคลินิก หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การเก็บรักษายาไนโตรกลีเซอรีน

ควรเก็บยาไนโตรกลีเซอรีนที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไนโตรกลีเซอรีนบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาไนโตรกลีเซอรีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไนโตรกลีเซอรีน

ก่อนรับประทานยานี้ โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหาก

  • คุณแพ้ต่อยานี้หรือส่วมผสมอื่นๆ ของยานี้ หรือคุณแพ้ต่อยาอื่น หรือเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีผสมไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาบางอย่างที่ทำให้เกิดการแพ้ได้
  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพร ยาทางเลือกอื่นๆ
  • คุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ โดยเฉพาะ
    • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจโต หัวใจวาย ถุงรอบหัวใจบวม มีการรบกวนของเลือดที่กลับสู่หัวใจ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคหลอดเลือดสมอง อาการเลือดออกในสมองอื่นๆ อาการบาดเจ็บที่ศีรษะเมื่อไม่นานมานี้
    • ภาวะโลหิตจาง ความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ หรือปริมาณเลือดต่ำ
  • คุณดื่มสุรา

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาซิมวาสแตตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไนโตรกลีเซอรีน

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น

  • วิงเวียนหรือหน้ามืด
  • ปวดศีรษะ
  • ระคายเคืองตรงบริเวณที่ฉีดยา

หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้ โปรดติดต่อแพทย์หรือเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น)
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปากแห้ง
  • หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • หน้าแดง
  • เหงื่อออกมาก
  • ผิวซีด
  • กระสับกระส่าย
  • วิงเวียนหรือปวดหัวอย่างรุนแรงหรือไม่หายไป
  • คลื่นไส้หรืออาเจียนอย่างรุนแรงหรือไม่หายไป
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • ยาอะแวนาฟิล (Avanafil)
  • ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) เช่น ยาโพรพราลอล (propranolol)
  • ยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blockers) เช่น ยาดิลไทอาเซม (diltiazem)
  • ยาขับปัสสาวะ เช่น ยาฟลูโรเซไมด์ (furosemide) ยาไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (hydrochlorothiazide)
  • ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ยาฟีโนไทอาซีน (phenothiazines) เช่น ยาไทโอริดาซีน (thioridazine) ยาไรโอซิกวท (riociguat) ยาซิลเดนาฟิล (sildenafil) ยาทาดาลาฟิล (tadalafil) หรือยาวาร์เดนาฟิล (vardenafil) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดอาการความดันโลหิตต่ำหรือวิงเวียนขณะยืนอาจจะเพิ่มขึ้น
  • ยาซาลิไซเลต (Salicylates) เช่น แอสไพริน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาไนเตรทออกฤทธิ์นาน เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาแอลทีเพลส (Alteplase) เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพของยาไนโตรกลีเซอรีน
  • ยาเฮพาริน (Heparin) เนื่องจากประสิทธิภาพของยานี้อาจลดลงเพราะยาไนโตรกลีเซอรีน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไนโตรกลีเซอรีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไนโตรกลีเซอรีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (Angina Pectoris)

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ (non-absorptive tubing) เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น
  • สเปรย์พ่นใต้ลิ้น (Lingual spray) พ่นยา 1-2 ครั้ง (0.4-0.8 มก.) ลงใต้ลิ้นทุกๆ 5 นาทีเท่าที่จำเป็น สูงสุด 3 ครั้งภายใน 15 นาที หากยังมีอาการปวดอยู่หลังจากใช้ยาในขนาดสูงสุด ควรไปหาแพทย์ในทันที
  • ยาอมใต้ลิ้น 0.3-0.6 มก. อมไว้ใต้ลิ้นหรือในกระพุ้งแก้ม ทุกๆ 5 นาทีเท่าที่จำเป็น สูงสุด 3 ครั้งภายใน 15 นาที หากยังมีอาการปวดอยู่หลังจากใช้ยาในขนาดสูงสุด ควรเข้ารับการรักษาทันที

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด

  • สเปรย์พ่นใต้ลิ้น พ่นยา 1-2 ครั้ง (0.4-0.8 มก.) บนลิ้นหรือใต้ลิ้น 5-10 นาทีก่อนทำกิจกรรมที่อาจเร่งให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน
  • ยาอมใต้ลิ้น 0.3-0.6 มก. อมไว้ใต้ลิ้นหรือในกระพุ้งแก้ม 5-10 นาทีก่อนทำกิจกรรมที่อาจเร่งให้เกิดอาการกำเริบเฉียบพลัน
  • ยาขี้ผึ้งเฉพาะที่ ทายา 1/2 นิ้ว (7.5 มก.) ทาเฉพาะที่เมื่อเริ่มมีอาการ และทายา 1/2 นิ้ว (7.5 มก.) 6 ชั่วโมงหลังจากนั้น ปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา
  • แผ่นแปะซึมเข้าสู่ผิวหนัง 0.2-0.4 มก./ชั่วโมง แปะเฉพาะที่วันละครั้งเป็นเวลา 12-14 ชั่วโมงต่อวันปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา สูงสุดที่ 0.8 มก./ชั่วโมง
  • ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน 2.5-6 มก. รับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้งปรับขนาดยาตามที่จำเป็นและตามความทนต่อยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction)

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคความดันโลหิตสูง

  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 5 ไมโครกรัม/นาที หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องโดยใช้สายยางที่ไม่ดูดซับ เพิ่มขนาดยา 5 ไมโครกรัม/นาที ทุกๆ 3-5 นาที เท่าที่จำเป็น จนถึง 20 ไมโครกรัม/นาที แล้วจึงเพิ่มในขนาด 10 หรือ 20 ไมโครกรัม/นาที หากจำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลรอยแยกขอบทวารหนัก (Anal Fissure) และโรคฝีคัณฑสูตร (Fistula)

  • ยาขี้ผึ้งทาทวารหนัก ทายา 1 นิ้ว (ขี้ผึ้ง 375 มก. เทียบเท่ากับยาไนโตรกลีเซอรีน 1.5 มก.) ทาในทวารหนักทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์

ขนาดยาไนโตรกลีเซอรีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 0.5 มก.
  • ยาขี้ผึ้ง 2%
  • สเปรย์
  • แผ่นแปะ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล