ไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 1 min read
Share now

ข้อบ่งใช้ ไนโตรฟูแรนโทอิน

ไนโตรฟูแรนโทอิน ใช้สำหรับ

ไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) ใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infections) ยานี้เป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ไนโตรฟูแรนโทอินใช้ในการรักษาเชื้อไวรัสไม่ได้ (เช่น หวัด ไข้) การใช้ยาปฏิชีวนะใดๆ ก็ตามโดยไม่จำเป็น หรือใช้ยาเกินขนาด สามารถทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้

ไม่ควรใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอินกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับเลือดบางชนิด เช่น เม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia)

วิธีการใช้ ไนโตรฟูแรนโทอิน

  • รับประทานไนโตรฟูแรนโทอินคู่กับอาหารหรือนมตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติแล้วคือวันละ 4 ครั้ง เพื่อรักษาอาการติดเชื้อ หรือวันละครั้งก่อนนอน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • กลืนยาทั้งเม็ด หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดกรด ที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมไตรซิลิเกต (Magnesium Trisilicate) ขณะใช้ไนโตรฟูแรนโทอิน เพราะยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมไตรซิลิเกต สามารถไปจับตัวกับยาไนโตรฟูแรนโทอิน ทำให้ไม่สามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มที่

ขนาดยาและระยะเวลาการใช้ขึ้นอยู่กับอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้น ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ยาปฏิชีวนะนี้ในช่วงระยะห่างที่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน

หากรับประทานยานี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดการใช้ยา หากไม่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์ แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณสังเกตเห็นสัญญาณใหม่ ของอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (เช่น อาการปวดขณะปัสสาวะ)

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการติดเชื้อ ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งครบตามกำหนด แม้ว่าอาการของคุณจะดีขึ้นก็ตาม การหยุดใช้ยาก่อนกำหนด อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตต่อไป ทำให้อาการติดเชื้อกำเริบ แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษา ไนโตรฟูแรนโทอิน

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งไนโตรฟูแรนโทอินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

ไนโตรฟูแรนโทอินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ไนโตรฟูแรนโทอิน

  • ก่อนใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอิน แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาอื่นๆ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ควรปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณกำลังมีอาการบางอย่าง ได้แก่ ปัสสาวะน้อย หรือปัสสาวะไม่ออก โรคไตขั้นรุนแรง สภาพทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ภาวะพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี (glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency) มีประวัติการมีปัญหาที่ตับเนื่องจากการใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอิน
  • ก่อนใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอิน โปรดแจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติการใช้ยากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดบางชนิด (เช่น โรคโลหิตจาง ตับหรือไตมีปัญหา) โรคหอบ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทบางชนิด เช่น โรคปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) ปัญหาเกี่ยวกับตาบางชนิด เช่น โรคเส้นประสาทตาอักเสบ (optic neuritis) โรคเบาหวาน ภาวะขาดแร่ธาตุที่ไม่ได้รับการรักษา ภาวะขาดวิตามินบี

ไนโตรฟูแรนโทอินอาจจะทำให้วัคซีนแบคทีเรียชนิดเชื้อเป็น (live bacterial vaccines) เช่น วัคซีนไทรอยด์ ไม่ออกฤทธิ์ได้อย่างปกติ อย่าฉีดวัคซีน ขณะที่กำลังใช้ยานี้ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์

การทำงานของไตมักจะลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ยาตัวนี้จะถูกกำจัดผ่านไต ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดผลข้างเคียงขณะใช้ โดยเฉพาะปัญหาระบบประสาท ตับ หรือปอด

ในช่วงการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้ยานี้หากอายุครรภ์อยู่ในช่วงใกล้คลอด (สัปดาห์ที่ 38-42 ของการตั้งครรภ์) หรือในเวลาคลอด เนื่องจากมีโอกาสที่จะทำอันตรายต่อเด็กทารก เช่น ปัญหาเกี่ยวกับเลือด (โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก) ควรปรึกษากับแพทย์ถึงเรื่องความเสี่ยงและประโยชน์

ยาตัวนี้สามารถซึมเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ และอาจทำให้เกิดผลอันไม่เป็นที่ปรารถนาในทารกวัยต่ำกว่าหนึ่งเดือน และทารกที่มีภาวะทางพันธุกรรมบางชนิด (ภาวะขาดเอนไซม์จีซิกพีดี) ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ไนโตรฟูแรนโทอินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ ไนโตรฟูแรนโทอิน

อาจจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หรือปวดหัว รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร เพื่อลดอาการคลื่นไส้ หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือมีอาการแย่ลง ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

ยานี้อาจจะทำให้ปัสสาวะของคุณ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มหรือน้ำตาล ซึ่งไม่เป็นอันตราย และจะหายไปหลังจากที่หยุดใช้ยา

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ไนโตรฟูแรนโทอินอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปอดที่รุนแรงมาก (อาจถึงชีวิต) เข้าพบแพทย์หากคุณเริ่มมีอาการรุนแรง ดังนี้

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกของการรักษา หรือหลังจากการใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอินรักษาในระยะยาว (โดยปกติแล้วประมาณ 6 เดือน หรือมากกว่านั้น) ควรรับการรักษาทันที หากคุณเกิดอาการของปัญหาเกี่ยวกับปอด เช่น ไอต่อเนื่อง ปวดหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจติดขัด ปวดข้อต่อและกล้ามเนื้อ ผิวหนังช้ำเป็นสีม่วง

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่หายากแต่ร้ายแรง ได้แก่ มีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ หรือเจ็บคอต่อเนื่อง) ช้ำและเลือดออกได้ง่าย มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ ปวดหัวไม่ยอมหายหรือรุนแรง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง

ในบางกรณี ยาตัวนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารที่รุนแรง เช่น โรคท้องร่วงที่เกี่ยวข้องกับคลอสไทรเดียม ดิฟิซายล์ (Clostridium difficile-associated diarrhea) เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาชนิดหนึ่ง อาการนี้อาจเกิดขึ้นในระหว่างการรักษา หรือหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนหลังจากหยุดการรักษาแล้วก็เป็นได้ หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ห้ามใช้ยาหยุดถ่าย หรือยาแก้ปวดชนิดที่อาจเสพติดได้ เนื่องจากยาพวกนี้จะยิ่งทำให้อาการแย่ลงไปอีก อาการดังกล่าวได้แก่ ท้องร่วง ปวดท้องอย่างรุนแรง

การใช้ยานี้ในระยะยาว อาจส่งผลให้เกิดฝ้าขาวในปากหรือมีการติดเชื้อยีสต์แบบใหม่ในช่องคลอด (การติดเชื้อราในช่องปากหรือช่องคลอด) เข้าพบแพทย์ หากคุณสังเกตพบรอยฝ้าขาวในปาก การตกขาวมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ไนโตรฟูแรนโทอินแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบ เกี่ยวกับยาที่คุณใช้อยู่ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยาซัลฟินไพราโซน (Sulfinpyrazone)

แม้ยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีผลต่อการคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน เช่น ยาเม็ด แผ่นแปะ หรือห่วงคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะจำนวนหนึ่ง เช่น ไรแฟมมิน (rifampin) ไรฟาบูติน (rifabutin) สามารถลดประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดเหล่านี้ได้ และอาจส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ หากคุณกำลังคุมกำเนิดด้วยการใช้ฮอร์โมน ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร

ยานี้สามารถส่งผลต่อผลการตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในปัสสาวะบางอย่างได้ (cupric sulfate-type) อย่าลืมแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอินอยู่

ไนโตรฟูแรนโทอินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ไนโตรฟูแรนโทอินอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ไนโตรฟูแรนโทอินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนใช้ยาไนโตรฟูแรนโทอิน

ขนาด ไนโตรฟูแรนโทอิน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

  • ขนาดปกติ : 50 ถึง 100 มก. แบ่งรับประทานเป็น 4 ครั้งใน 1 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 3 วัน หลังจากที่ปัสสาวะปราศจากเชื้อ
  • ขนาดแบบคู่ : 100 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 7 วัน

คำแนะนำ

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร เพื่อเพิ่มการดูดซึมยา และเพิ่มความทนต่อยา ในผู้ป่วยบางราย

วิธีใช้

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ขนาดปกติ : 50 ถึง 100มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน

คำแนะนำ

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร เพื่อเพิ่มการดูดซึมยา และเพิ่มประสิทธิภาพของยา ในผู้ป่วยบางราย
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในระยะยาว ควรเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการทำงานของตับเป็นระยะ

วิธีใช้

  • สำหรับป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

  • ค่า CrCl 60 มล./นาที หรือมากกว่า : ไม่แนะนำให้ปรับปริมาณของยา
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะน้อย หรือไตวายขั้นสำคัญ (ค่า CrCl น้อยกว่า มล./นาที หรือค่า CrCl เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ : ห้ามใช้ยา

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

  • ยานี้จะถูกกำจัดผ่านทางตับ การลดปริมาณยาจำเป็นต่อผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ

การทำไดอะไลซิส (dialysis)

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึมยาและเพิ่มประสิทธิภาพของยาในผู้ป่วยบางราย

การเฝ้าสังเกต

  • การทำงานของไต ตับ และปอด (โดยเฉพาะกับผู้ที่รับการรักษาในระยะยาว)

ทั่วไป

  • ควรใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดแต่ยังมีประสิทธิภาพสำหรับการป้องกันโรคหรือสำหรับการรักษาเพื่อไม่ให้มีอาการในระยะยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ยานี้อาจจะทำให้เกิดอาการมึนงงและง่วงซึม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักร
  • รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือนม หลีกเลี่ยงการขาดยา และรับการรักษาให้ครบทั้งขั้นตอน
  • อย่าใช้ยาลดกรด ที่มีส่วนประกอบของแมกนีเซียมไตรซิลิเกต ขณะใช้ยานี้
  • ยานี้อาจจะทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำตาล
  • ในบางครั้งหลังจากการเริ่มต้นการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยสามารถมีอาการอุจจาระเป็นน้ำและมีเลือด (อาจจะมีหรือไม่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและเป็นไข้) หลังจากที่รับประทานยาปฏิชีวนะครั้งสุดท้าย หากเกิดอาการดังกล่าว ให้ติดต่อกับแพทย์ในทันที

ขนาด ไนโตรฟูแรนโทอิน สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

ขนาดปกติ

อายุ 1 เดือนขึ้นไป : 5 ถึง 7 มก./กก./วัน (สูงสุดถึง 400 มก./วัน) แบ่งรับประทานเป็น 4 ครั้งใน 1 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 3 วันหลังจากที่ปัสสาวะปราศจากเชื้อ

ขนาดแบบคู่

  • อายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป : 100 มก. รับประทานวันละสองครั้งเป็นเวลา 7 วัน ตลอดหนึ่งสัปดาห์ หรืออย่างน้อย 3 วันหลังจากที่ปัสสาวะปราศจากเชื้อ

คำแนะนำ

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึมยาและเพิ่มความทนยาในผู้ป่วยบางราย

วิธีใช้

  • สำหรับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ขนาดปกติ

  • อายุ 1 เดือนขึ้นไป : ขนาดยาให้ต่ำเท่ากับ 1 มก./กก./วัน (สูงสุดถึง 100 มก./วัน) แบ่งรับประทานเป็น 1 ถึง 2 ครั้ง

คำแนะนำ

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร เพื่อเพิ่มการดูดซึมยา และเพิ่มประสิทธิภาพของยา ในผู้ป่วยบางราย
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในระยะยาว ควรเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการทำงานของตับเป็นระยะๆ

วิธีใช้

  • สำหรับป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ข้อควรระวัง

  • ยังไม่มีการพิสูจน์ที่แน่ชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของไนโตรฟูแรนโทอินสำหรับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ

รูปแบบของยา

รูปแบบการใช้งาน มีดังนี้

  • แคปซูลรับประทาน
  • ยาน้ำตะกอนแขวนแบบรับประทาน
  • ยาผง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานไนโตรฟูแรนโทอินอาจควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox)

ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox) อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 20, 2019 . 1 min read

โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin)

โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ทำงานโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 14, 2019 . 1 min read

มอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)

มอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน ทำงานโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 13, 2019 . 1 min read

มิโนไซคลีน (Minocycline)

มิโนไซคลีน (Minocycline) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อต่างๆ อาจใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาอาการสิวที่รุนแรง ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 11, 2019 . 1 min read

บทความแนะนำ

ป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล-วิธีนอนหลับได้ดี

ป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล จะทำยังไงให้นอนหลับได้ดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 5, 2020 . 3 mins read
คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 6, 2020 . 1 min read
ไมโคพลาสมา-เชื้อโรคร้าย-โรคติดเชื้อในเด็ก

ไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 7, 2020 . 2 mins read
อ็อกเมนติน®

อ็อกเมนติน® (Augmentin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 1, 2019 . 1 min read