ดูแล “สุขภาพปอด” ให้แข็งแรง และห่างไกลจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

เมื่อพูดถึงโรคของระบบทางเดินหายใจ เราอาจจะนึกถึงโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ที่พบได้บ่อย แต่ก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นแล้วก็สามารถรักษาให้หายไปได้ ขณะที่ยังมีโรคของระบบทางเดินหายใจ ที่เป็นโรคเรื้อรังอย่างเช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืด ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งหากไม่อยากเผชิญกับปัญหาสุขภาพเหล่านี้ หนึ่งในสิ่งที่เราสามารถทำได้ ก็คือการ ดูแลสุขภาพปอด ให้แข็งแรงนั่นเอง

ปอดกับโรคระบบทางเดินหายใจ

ระบบทางเดินหายใจ มีบทบาทสำคัญในการส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่กำจัดของเสียคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียที่เป็นพิษ รวมถึงควบคุมอุณหภูมิและรักษาสมดุลของกรด-ด่างในเลือด (ค่า pH)

โดยปกติแล้ว ระบบทางเดินหายใจมีวิธีในการป้องกันอันตรายในอากาศ จากการเข้าสู่ปอด โดยขนจมูกจะช่วยกรองอนุภาคขนาดใหญ่ และขนขนาดเล็กมากที่เรียกว่า ซีเลีย (cilia) ที่พบตามทางเดินอากาศ จะเคลื่อนที่ไปมาในลักษณะเหมือนการปัดกวาด เพื่อทำให้ทางเดินอากาศสะอาด นอกจากนี้ยังมีของเหลวที่เป็นเมือก (Mucus) ที่ผลิตมาจากเซลล์ที่อยู่ในท่อลมและหลอดลมปอด ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นของทางเดินอากาศ และช่วยยับยั้งฝุ่นละออง แบคทีเรีย และไวรัส รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ และสารอื่นๆ ไม่ให้เข้าสู่ปอด

อย่างไรก็ตาม ระบบทางเดินหายใจของเราก็สามารถเสียสมดุล และเกิดอาการเจ็บป่วยได้ด้วยหลายสาเหตุ ทั้งจากการติดเชื้อ จากการสูดดมสารพิษจำนวนมากหรืออย่างต่อเนื่อง ยังไม่นับปัจจัยทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อปอดและอวัยวะอื่นๆ ในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของเราเองที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อปอด เช่น การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะ หรือการสูบบุหรี่

เราจะ ดูแลสุขภาพปอด ได้อย่างไรบ้าง

ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืด ประมาณร้อยละ 7 ของจำนวนประชากร และมีผู้ป่วยโรคปอดอุดั้นเรื้อรังอีกราว 1.5 ล้านคน และองค์การอนามัยโลกก็คาดว่า ในปี 2020 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นโรคสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของประชากรโลกเลยทีเดียว ดังนั้น หากไม่อยากเป็นหนึ่งในตัวเลขเหล่านี้ การปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง สามารถช่วยเรารักษาสุขภาพปอดให้แข็งแรงได้ นั่นก็คือ

1. ออกกำลังกายเพื่อให้หายใจมากขึ้น

การออกกำลังกายเป็นประจำถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณสามารถลงมือทำเพื่อให้สุขภาพปอดแข็งแรง เนื่องจากเวลาที่ออกกำลังกาย หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นและปอดจะทำงานหนักขึ้น เพราะร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กล้ามเนื้อ ดังนั้น ปอดจึงทำงานหนักขึ้นเพื่อนำออกซิเจนไปใช้ และกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นมา

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า ระหว่างออกกำลังกาย คุณจะหายใจเพิ่มขึ้นจากประมาณ 15 ครั้งต่อนาที เป็นประมาณ 40-60 ครั้งต่อนาที จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นประจำ ทำให้ได้หายใจมากขึ้น ดังนั้น จึงควรออกกำลังกายเพื่อให้ปอดแข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เป็นเวลา 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์

2. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับมลพิษ

การเผชิญกับมลพิษในอากาศ สามาถสร้างความเสียหายให้กับปอด โดยตอนที่อายุยังน้อย สุขภาพยังแข็งแรง ปอดจะสามารถต่อต้านมลพิษได้ง่าย แต่เมื่ออายุมากขึ้น ปอดอาจไม่สามารถต่อสู้กับมลพิษ จนเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อและเป็นโรคต่างๆ และสำหรับวิธีหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ อาจปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีควันบุหรี่
  • สวมหน้ากากอนามัย หากไปในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศสูง เช่น บนถนนที่รถติดหนักตลอดทั้งวัน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใกล้กับบริเวณที่รถติด
  • ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ และหมั่นดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • รักษาความสะอาดภายในบ้านหรืออาคาร

3. ป้องกันการติดเชื้อ

การติดเชื้ออาจเป็นอันตรายต่อปอด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคปอดอย่างโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือผู้สูงอายุก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดบวมได้ หากไม่ระวัง ดังนั้น วิธีที่จะหลีกเลี่ยงการติดเชื้อในปอดคือ ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ นอกจากนี้ยังควรกินผักและผลไม้ เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

4. ฝึกการหายใจเข้าและหายใจออก

การหายใจเข้า-ออกลึกๆ สามารถช่วยทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้รู้สึกโล่งในปอด มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Indian Journal of Physiology and Pharmacology  ซึ่งนักวิจัยได้ให้กลุ่มตัวอย่าง 12 คนฝึกการหายใจเป็นเวลา 2 นาที 5 นาที และ 10 นาที ผลการวิจัยพบว่า การฝึกการหายใจเข้า-ออก แม้จะเป็นเวลาแค่ 2 นาทีและ 5 นาที ก็มีประโยชน์ต่อการทำงานของปอด เพิ่มเติมไปกว่านั้น สมาคมโรคปอดแห่งสหรัฐอเมริกา ยังเห็นด้วยว่าการฝึกหายใจ สามารถทำให้ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น คุณจึงอาจลองฝึกหายใจเข้า-ออก ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หาที่นั่งที่สะดวกสบาย
  • ค่อยๆ หายใจช้าๆ โดยหายใจเข้านับ 1, 2, 3, 4 และหายใจออกนับ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8
  • ฝึกหายใจแบบนี้เป็นเวลาประมาณ 2-5 นาที

เมื่อคุณฝึกการหายใจด้วยวิธีนี้ อาจช่วยบรรเทาความเครียด และทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

5. เลิกบุหรี่

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด แต่ไม่ใช่แค่เพียงเท่านี้ ความจริงแล้วการสูบบุหรี่เกี่ยวข้องกับโรคปอด ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Lung Disease/ COPD) โรคพังผืดในปอดที่ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Pulmonary Fibrosis) และโรคหอบหืด นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้โรคเหล่านี้รุนแรงยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น คนที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ 12-13 เท่า

นอกจากนี้ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ยังให้ข้อมูลว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุประมาณ 90% ของการเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งปอด ในผู้ชายและผู้หญิง มากไปกว่านั้นยังพบว่า ผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดในแต่ละปี มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หรือสูบบุหรี่มานานแค่ไหน การเลิกบุหรี่ก็สามารถช่วยได้ เนื่องจากการเลิกบุหรี่ภายใน 12 ชั่วโมง จะส่งผลให้ระดับคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือด ลดลงสู่ระดับปกติ และหากเลิกบุหรี่เป็นเวลา 1-2 เดือน การทำงานของปอดจะเริ่มดีขึ้น นอกจากนี้ถ้าคุณไม่ได้สูบบุหรี่เป็นเวลา 1 ปี ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจจะเป็นครึ่งหนึ่งของคนที่สูบบุหรี่ และสุขภาพจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่ได้สูบบุหรี่อีกต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

10 ตัวการทำลายปอด ที่คุณอาจคาดไม่ถึง และไม่ทันได้ระวัง

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่ามลพิษและการสูบบุหรี่ทำให้ปอดพัง แต่ยังมี ตัวการทำลายปอด อีกมากมายที่คุณอาจคาดไม่ถึง และนี่คือ 10 ตัวการทำลายปอด ที่เราอยากให้คุณระวัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

นิโคติน ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีความปลอดภัยกว่าบุหรี่ม้วน จริงหรือ

นิโคติน (Nicotine) เป็นสารชนิดหนึ่งที่ถูกค้นพบในพืชยาสูบ มีทั้งรูปแบบอบแห้งที่อยู่บุหรี่ม้วน และถูกสกัดเป็นของเหลวไว้ใช้ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

รู้หรือไม่! น้ำท่วมปอด ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำ อย่างเดียวนะ

รู้หรือไม่คะว่า น้ำท่วมปอด ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก การจมน้ำอย่างเดียวนะ  ยังเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน วันนี้ Hello คุณหมอ พามาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

บุหรี่ไฟฟ้า ทางเลือกใหม่สำหรับคนอยาก เลิกบุหรี่ จริงเหรอ

หลายคนนั้นเชื่อว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ตามปกติ ทั้งยังเป็นทางเลือกใหม่ของการเลิกบุหรี่แต่ บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ ได้จริงหรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

7-เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ-ระบบทางเดินหายใจ

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ บอกเลยรู้แล้วจะอึ้ง!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 28, 2020
ไม่ยอมล้างมือ-เชื้อโรค-ปัญหาสุขภาพ

จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 7, 2020
สูบบุหรี่-เสี่ยง-ติดเชื้อโควิด-19

สิงห์นักสูบโปรดทราบ! สูบบุหรี่ ยิ่งเสี่ยง ติดเชื้อโควิด-19 แถมอาการอาจทรุดหนัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 2, 2020
อาหารบำรุงปอด-สุขภาพปอด

อยากสุขภาพดี มีปอดแข็งแรง หันมากิน อาหารบำรุงปอด กันเถอะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 31, 2020