ภาวะขาดออกซิเจน ในโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 08/02/2021 . 4 mins read
Share now

ภาวะขาดออกซิเจน มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เนื่องจากโรคนี้จะทำที่ทำให้หายใจลำบาก โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประกอบด้วยอาการของหลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพองเรื้อรัง โดยอาการทั้งสองประการนี้จะจำกัดการไหลเวียนของอากาศ และทำให้ปอดไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ โดยสามารถทำให้คุณมีความเสี่ยงในการเกิด ภาวะขาดออกซิเจนที่เป็นการให้ออกซิเจนไม่เพียงพอกับเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงโดยในบางครั้งอาจที่จะคุกคามต่อชีวิตได้

อาการของ ภาวะขาดออกซิเจน

คลีฟแลนด์คลินิกได้กำหนดถึงภาวะขาดออกซิเจนว่าเป็น “อาการได้รับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอต่อเนื้อเยื่อ โดยถึงแม้ว่าการไหลเวียนของโลหิตจะเพียงพอก็ตาม” ออกซิเจนมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษาร่างกาย แต่วิธีเดียวที่จะได้รับคือการได้รับผ่านปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นทำให้เกิดการกีดขวางหรือจำกัดการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอาจเป็นผลจากการอักเสบและบวมของทางเดินหายใจในหลอดลมอักเสบที่เรื้อรัง นอกจากนี้ยังคงเกี่ยวข้องกับการทำลายเนื้อเยื่อในปอด (alveoli)  ในถุงลมที่โป่งพอง

อาการและอาการของภาวะขาดออกซิเจนอาจรวมถึง

  • อาการหายใจถี่ขณะพักผ่อน
  • อาการหายใจไม่ออกขณะตื่น
  • อาการหายใจถี่อย่างรุนแรงหลังจากการออกกำลังกาย
  • รู้สึกอึดอัด
  • หายใจเสียงดัง
  • ไอที่บ่อยครั้ง
  • ผิวมีสีน้ำเงินอมม่วง

ภาวะการขาดออกซิเจนนี้ยังสามารถนำไปสู่ภาวะอื่นที่เกี่ยวข้องกันอย่าง ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน โดยภาวะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อภายในปอดนั้นเก็บคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป โดยอาจจะเนื่องจากการหายใจลำบาก เมื่อคุณไม่สามารถหายใจได้ออกตามปกติหรือคุณอาจไม่สามารถหายใจออกได้ตามเท่าที่ควร โดยอาการนี้อาจเพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ของคุณที่เป็นอาการที่ร้ายแรงได้ หากคุณมีปัญหาในการหายใจและภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน คุณจะต้องหายใจให้ออกมากขึ้นกว่าปกติ

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะขาดออกซิเจน

แม้ว่าการขาดออกซิเจนในปอดอุดกั้นเรื้อรังทำให้หายใจลำบาก แต่ในอาการนี้ก็มีผลต่ออวัยวะอื่นๆมากกว่าปอด เมื่อคุณหายใจเข้าออกซิเจนไม่เพียงพอเลือดของคุณจะขาดส่วนประกอบที่สำคัญ ออกซิเจนมีความสำคัญต่อการทำหน้าที่พื้นฐานของร่างกาย ตัวอย่างเช่นการขาดออกซิเจนสามารถส่งผลร้ายต่อหัวใจและสมองของคุณได้

การขาดออกซิเจนในปอดอุดกั้นเรื้อรังอาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าภาวะขาดออกซิเจนในสมอง (cerebral hypoxia) การขาดออกซิเจนชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อสมองขาดออกซิเจนแม้ว่าจะมีเลือดเพียงพอต่อร่างกาย ตามที่สถาบันแห่งชาติทางด้านความผิดปกติทางระบบประสาทและโรคหลอดเลือดสมองกล่าวว่า หากคุณพบภาวะขาดออกซิเจนในสมองเซลล์สมองของคุณสามารถเสียชีวิตได้ภายในห้านาที

การขาดออกซิเจนในโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยังอาจนำไปสู่

  • ภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ
  • ความดันโลหิตสูง
  • ความดันในปอดสูง
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • หัวใจล้มเหลว
  • ระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันล้มเหลว
  • ภาวะเลือดข้น (จำนวนเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นผิดปกติ)
  • การรักษาด้วยออกซิเจนและการรักษาภาวะขาดออกซิเจน

การรักษา ภาวะขาดออกซิเจน

วิธีการทั่วไปในการให้ออกซิเจนเสริมคือการบำบัดด้วยออกซิเจน (Oxygen Therapy) การบำบัดด้วยออกซิเจนเรียกว่าออกซิเจนเสริม หรือการกำหนดปริมาณของออกซิเจน ประกอบด้วยการใช้อุปกรณ์ทางกลที่ให้ออกซิเจนแก่ปอดของคุณ ออกซิเจนเสริมสามารถลดการหายใจถี่เพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดของคุณและลดปริมาณงานที่หัวใจของคุณต้องทำ นอกจากนี้ยังสามารถลดภาวะที่ระบบการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ก่อนที่จะสั่งให้ออกซิเจนแพทย์ของคุณจะทำการทดสอบเพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือดของคุณ

การบำบัดด้วยออกซิเจนส่วนใหญ่จะใช้ออกซิเจนที่ถูกบีบอัดภายในโดยในประเภทนี้มาเป็นก๊าซในถังสำหรับจัดเก็บ เมตรจะช่วยตรวจสอบปริมาณออกซิเจนที่คุณหายใจเข้าออกซิเจนเคลื่อนผ่านท่อจากอุปกรณ์และเข้าสู่ร่างกายของคุณผ่านทางท่อจมูกหน้ากากหรือท่อแทรกเข้าไปในหลอดลม

การบำบัดด้วยออกซิเจนยังมีอยู่ในรูปแบบหัวฉีด โดยหัวฉีดออกซิเจนจะใช้อากาศจากสิ่งแวดล้อมโดยกรองก๊าซอื่นๆ และจัดเก็บอากาศออกซิเจนไว้ใช้ แตกต่างจากที่อัดออกซิเจนคุณไม่จำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุที่เติมออกซิเจนล่วงหน้า คอนเดนเซอร์มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการการบำบัดด้วยออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามรูปแบบหัวฉีดต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานดังนั้นจึงอาจไม่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายเช่น การบีบอัดออกซิเจน

อีกทางเลือกหนึ่งคือออกซิเจนเหลว ออกซิเจนเหลวกลายเป็นแก๊สเมื่อออกจากภาชนะบรรจุ แม้ว่าระบบของเหลวออกซิเจนอาจใช้พื้นที่น้อยกว่าการบีบอัดออกซิเจน แต่โดยทั่วไปมีราคาแพงมากขึ้นตามที่ สถาบันหัวใจ ปอดและเลือดแห่งชาติ นอกจากนี้ยังสามารถระเหยได้อีกด้วย ดังนั้นการจัดหาอาจไม่นานเท่ารูปแบบอื่นๆ

นอกจากการรักษาด้วยออกซิเจนแล้วในการรักษาภาวะขาดออกซิเจนคุณอาจต้องใช้

  • ยาความดันโลหิต
  • ยารักษาโรคหัวใจ
  • ยาพ่น
  • ยาขยายหลอดลมเพื่อขยายทางเดินหายใจ
  • สเตียรอยด์สำหรับการอักเสบทางเดินลมหายใจ

นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลแล้วสิ่งสำคัญคือควรหลีกเลี่ยงจากสาเหตุที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังไม่สามารถหายขาดได้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรักษาสภาพอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้คือสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้มากที่สุด

การรักษาออกซิเจนต่ำจะช่วยให้คุณหายใจได้ง่ายขึ้นและช่วยให้คุณสามารถทำงานประจำวันได้ การบำบัดด้วยออกซิเจนอาจช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นในเวลากลางคืน ถ้าคุณเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือรัการกษาโรคแต่อย่างใด 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อะไรที่ไม่ควรกิน

พวกเราทุกคนสามารถได้ประโยชน์จากมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ แต่เมื่อคุณเป็น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง นอกจากสิ่งที่กินแล้วดี ก็ยังมีส่งที่ไม่ควรกินด้วยเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

ยาสูดพ่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ใช้ยังไงให้ถูกวิธี

เมื่อเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คุณอาจจะคุ้นเคยกับ ยาสูดพ่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่คุณเคยสังเกตประสิทธิภาพของมันหรือไม่ อาจเป็นไปได้ว่าคุณใช้มันผิดวิธี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

พยาธิวิทยาของโรคปอดอุดกั้น เรื้อรังคืออะไร

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือโรคปอดที่มีผลต่อการหายใจและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต วันนี้เรามาดูกันค่ะว่า พยาธิวิทยาของโรคปอดอุดกั้น เรื้อรังจะมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

ปวดหัวจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรรับมืออาการนี้อย่างไร

ปวดหัวจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อาจจะเป็นหนึ่งในอาการที่ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต้องพบเจอ อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช