ทำความเข้าใจใหม่ เอดส์กับเอชไอวี ต่างกันนะรู้ไหม

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 4 mins read
Share now

แม้เอดส์ (AIDS) กับเอชไอวี (HIV) จะเป็นคำที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังเข้าใจผิดว่า เอดส์กับเอชไอวีคือสิ่งเดียวกัน นั่นอาจเป็นเพราะเรามักได้ยินสองคำนี้คู่กันบ่อยๆ เลยเข้าใจผิด จริงๆ แล้ว เอดส์กับเอชไอวี แตกต่างกัน ไม่ได้เหมือนกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ และ Hello คุณหมอ จะมาช่วยคุณไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ให้กระจ่าง

มาทำความรู้จัก เอดส์กับเอชไอวี กันใหม่

เอชไอวี… คือไวรัส ไม่ใช่โรค

เอชไอวี (HIV) คือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง คำว่า HIV (เอชไอวี) ย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “เชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องในคน” หรือ “ไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน” เนื่องจากไวรัสเอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ในคนเท่านั้น และเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเอชไอวี เชื้อจะเข้าไปโจมตีระบบภูมิคุ้มกัน จนส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเสื่อมถอยนั่นเอง

โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของเราสามารถจัดการกับเชื้อโรคหลายชนิดได้อย่างอยู่หมัด แต่เชื้อเอชไอวีนี้ถือเป็นข้อยกเว้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจึงต้องกินยาหลายชนิด เพื่อขัดขวางวงจรชีวิตของเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมเชื้อไวรัสนี้ที่อยู่ในร่างกายได้

เอดส์… คือสภาวะที่เกิดจากเอชไอวี

อาการของการติดเชื้อเอชไอวี สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน

จะมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ มีผื่นขึ้น ซึ่งอาการจะแสดงออกมาภายใน 2-4 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ และเชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว

ระยะที่ 2 ระยะติดเชื้อเรื้อรัง หรือระยะไม่แสดงอาการ

ในระยะนี้ เชื้อไวรัสเอชไอวีจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายด้วยระดับต่ำมาก ทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีบางคนไม่มีอาการหรือสัญญาณของการติดเชื้อให้เห็น หากไม่รักษาด้วยยาต้านไวรัสในกลุ่ม ARV หลายชนิดรวมกัน หรือที่เรียกว่า Antiretroviral therapy (ART) ก็อาจทำให้การติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระยะลุกลาม หรือระยะสุดท้ายได้ภายในเวลา 10 ปีหรือเร็วกว่านั้น และสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้โดยง่าย แต่หากรักษาด้วยยาต้าน การติดเชื้อก็อาจไม่ลุกลาม แต่คงอยู่ในระยะนี้ไปได้หลายสิบปี และอาจลดโอกาสแพร่เชื้อได้ด้วย

ระยะที่ 3 ระยะโรคเอดส์ (AIDS)

โรคเอดส์ หรือ AIDS ย่อมาจาก Acquired Immune Deficiency Syndrome แปลง่ายๆ ได้ว่า กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหมายถึง กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี นั่นเอง

โรคเอดส์ถือเป็นการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในระยะสุดท้าย เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันถูกไวรัสเอชไอวีทำลายจนเสียหายร้ายแรง ร่างกายเลยไม่สามารถต่อสู้กับโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic Infection) เช่น วัณโรค ปอดบวม รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง นอกจากจะติดเชื้อโรคเหล่านี้ได้ง่ายกว่าคนปกติแล้ว ผู้ป่วยในระยะโรคเอดส์ยังจะมีอาการรุนแรง เรื้อรัง และมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่า จึงต้องรักษาด้วยการกินยาหลายชนิดในปริมาณมาก ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะเอดส์สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีให้ผู้อื่นได้ง่ายมาก และหากไม่รักษา ส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 3 ปี

ติดเชื้อเอชไอวี ไม่จำเป็นต้องเป็นเอดส์เสมอไป

อย่างที่เราอธิบายไปแล้วว่า เอชไอวีคือเชื้อไวรัส ส่วนเอดส์ก็คือกลุ่มอาการที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี แต่ก็ใช่ว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกคนจะต้องเป็นโรคเอดส์เสมอไป เพราะหากผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และดูแลสุขภาพร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายปี โดยที่การติดเชื้อไม่พัฒนาเป็นโรคเอดส์ ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจมีชีวิตอยู่ได้นานพอๆ กับผู้ที่ไม่ติดเชื้อเลยทีเดียว

เชื้อเอชไอวีวินิจฉัยง่าย แต่เอดส์วินิจฉัยยาก

การติดเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจเลือดและน้ำลาย เพื่อหาว่ามีแอนติบอดีหรือภูมิต้านทานที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับไวรัสชนิดนี้หรือไม่ แต่การจะตรวจหาภูมิต้านเอชไอวี (HIV antibody test) ให้ได้ผลที่ถูกต้อง ก็ตรวจหลังจากติดเชื้อมาแล้วหลายอาทิตย์ ต่างจากการวินิจฉัยอีกหนึ่งวิธี คือ การตรวจจับแอนติเจน ที่สามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวีเจอได้หลังจากรับเชื้อไม่กี่วันเท่านั้น

การตรวจหาเชื้อเอชไอวีในร่างกายนั้นทำได้ง่าย ต่างจากการวินิจฉัยเอดส์ ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเอดส์ได้จากการนับจำนวนเซลล์ซีดีโฟร์ (CD4) คนปกติที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีซีดีโฟร์ 500-1,200 เซลล์/ลบ.มม. แต่ผู้ป่วยเอดส์จะมีซีดีโฟร์ต่ำกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. และอีกปัจจัยที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยเอดส์ก็คือ สังเกตอาการแทรกซ้อน หากผู้ติดเชื้อเอชไอวีป่วยเป็นโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียที่ไม่สามารถทำอะไรคนไม่ติดเชื้อได้ นั่นอาจหมายถึงการติดเชื้อเข้าสู่ระยะสุดท้าย หรือระยะเอดส์แล้ว

เชื้อเอชไอวีแพร่ผ่านทางไหนได้บ้าง

เชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถแพร่กระจายในคนได้ ผ่านการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นผลมาจาก

กิจกรรมทางเพศ

เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำอสุจิ ของเหลวในช่องคลอดได้ ดังนั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อนี้อยู่ในร่างกาย แล้วทำกิจกรรมทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางปาก ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย เชื้อก็อาจแพร่สู่อีกฝ่ายได้

การตั้งครรภ์หรือคลอดลูก

แม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือเป็นเอดส์อาจส่งต่อเชื้อไวรัสให้ลูกได้ทั้งตอนที่ลูกอยู่ในท้อง ตอนคลอดลูก หรือตอนให้นมลูก

การให้เลือด

คุณสามารถติดเชื้อไวรัสเอชไอวีผ่านการให้เลือดได้ แต่ในปัจจุบันความเสี่ยงนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก เนื่องจากการบริจาคเลือดและการให้เลือดนั้นมีการคัดกรองที่เข้มงวด และได้มาตรฐานมากขึ้น

การใช้ไซรินจ์หรือเข็มฉีดยาร่วมกัน

การใช้อุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับคนอื่น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีได้ ผู้ที่ต้องใช้เข็มฉีดยา เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ของมีคม ช่างสัก คนสัก ช่างเจาะหู คนเจาะหู จึงต้องระวังการติดเชื้อจากสาเหตุนี้เป็นพิเศษ

เอดส์กับเอชไอวี รักษาไม่หายแต่ป้องกันได้

ในอดีตผู้ติดเชื้อเอชไอวีมักพัฒนาเข้าสู่ระยะเอดส์ภายใน 2-3 ปีหลังติดเชื้อ และหากเป็นเอดส์ก็มักอยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี แต่ในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นเอดส์น้อยลง เนื่องจากได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่มต้นจากการใช้ยาต้านไวรัสในกลุ่ม ARV หลายชนิดรวมกัน ซึ่งจะต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการดื้อยา และจำเป็นต้องกินยาไปตลอดชีวิต

การติดเชื้อเอชไอวีนั้นรักษาไม่หาย แต่วิธีต่อไปนี้อาจช่วยป้องกันได้

  • กินยาเพร็พ (PrEP) เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัสโรค หากกินยาเป็นประจำทุกวันวันละ 1 เม็ด จะช่วยป้องกันได้เกือบ 100%
  • กินยาเป๊ป (PEP) เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกรณีฉุกเฉิน โดยจะต้องกินยานี้ให้เร็วที่สุด คือภายใน 72 วันหลังพบความเสี่ยง และต้องกินยาติดต่อกัน 28 วัน องค์การอนามัยโลกเผยว่า ยาเป๊ปอาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีได้เกิน 80%
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น แผ่นยางอนามัย ถุงยางอนามัย ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หากคุณตรวจพบว่าติดเชื้อเอชไอวีตอนตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการรักษา เช่น การใช้ยา และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสของเหลวจากร่างกายผู้อื่น หากคุณเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ควรสวมถุงมือ หน้ากากอนามัย หรือเครื่องป้องกันการติดเชื้ออื่นๆ ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ หรือหากของเหลวจากร่างกายผู้อื่นมาสัมผัสตัวเรา ก็ต้องรีบทำความสะอาดบริเวณนั้นโดยเร็วที่สุด
  • อย่าใช้เข็มร่วมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อผ่านทางเข็ม รวมถึงอุปกรณ์ฉีดยาอื่นๆ ด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2563

จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลอัพเดต ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 มาฝากกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
Coronavirus, COVID-19 พฤษภาคม 5, 2020 . 2 mins read

กรมอนามัยเผย หายห่วง ตู้น้ำหยอดเหรียญสาธารณะ ยังไม่มีการค้นพบเชื้อโควิด-19

ล่าสุด กรมอนามัย เผยข้อมูลถึงน้ำบริโภคใน ตู้น้ำหยอดเหรียญสาธารณะ ว่ายังไม่มีการค้นพบไวรัสโควิด-19 ขอให้ประชาชนหายห่วง และโปรดป้องกันตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 21, 2020 . 3 mins read

5 คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ เอชไอวีและโควิด-19

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่างผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี อาจเกิดข้อสงสัยหลายๆ อย่าง เกี่ยวกับ เอชไอวีและโควิด-19 Hello คุณหมอ ได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 20, 2020 . 2 mins read

งานวิจัยเผย แมว มีแนวโน้มสูง ที่จะติดไวรัส COVID-19

ล่าสุด มีข่าวที่ทำให้คนรักแมวนั้นจะต้องตื่นตระหนก เนื่องจากมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า แมวติดโควิด-19 ได้ และอาจมีโอกาสที่จะติดได้มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 15, 2020 . 2 mins read

บทความแนะนำ

มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา-kaposi-sarcoma

มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา (Kaposi Sarcoma)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 25, 2020 . 1 min read
โรคหูดหงอนไก่-โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

แพทย์เตือน! เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ระวังเสี่ยงเป็น โรคหูดหงอนไก่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 20, 2020 . 2 mins read
การติดเชื้อไวรัส-การติดเชื้อแบคทีเรีย-ความแตกต่าง

ความแตกต่างและข้อควรรู้เกี่ยวกับ การติดเชื้อไวรัส กับ การติดเชื้อแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2020 . 4 mins read
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์-h1n1

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (H1N1 Flu Virus)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย วรภพ ไกยเดช
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2020 . 1 min read