home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

กระเทียม (Garlic)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาต่อยา|ขนาดยา
กระเทียม (Garlic)

กระเทียม (Garlic) ใช้รักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและระบบเลือด รักษาอาการเห็บกัด เป็นยากันยุง ป้องกันไข้หวัด และรักษาการติดเชื้อจากเชื้อรา

ข้อบ่งใช้

กระเทียม ใช้สำหรับ

กระเทียมใช้รักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและระบบเลือด ได้แก่

จากการศึกษาบางแห่ง กระเทียมอาจช่วยป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด เช่น

นอกจากนี้ยังใช้เพื่อรักษาอาการเห็บกัด ใช้เป็นยากันยุง ป้องกันโรคไข้หวัด และรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

ในกระเทียมมีสารที่เรียกว่า อัลลิซิน (Allicin) ที่มีคุณประโยชน์บางประการ และให้กลิ่นเฉพาะตัวของกระเทียม ปัจจุบันมีการทำผลิตภัณฑ์กระเทียมไร้กลิ่นด้วยวิธีบ่มกระเทียม แต่กระบวนการนี้จะทำให้กระเทียมมีประสิทธิภาพน้อยลง หากต้องการกินอาหารเสริมจากกระเทียมควรเลือกเป็นชนิดที่เคลือบลำไส้ เพราะผลิตภัณฑ์จะละลายในลำไส้และไม่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร

กระเทียมอาจกำหนดให้ใช้สำหรับส่วนอื่นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ กระเทียม

ปรึกษาแพทย์หรึอเภสัชกร หาก

  • คุณอยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร คุณควรจะได้รับยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • คุณได้รับยาชนิดอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • คุณมีอาการแพ้สารจากกระเทียม หรือแพ้ยาชนิดอื่น หรือแพ้สมุนไพรชนิดอื่น
  • คุณมีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือภาวะทางการแพทย์อื่นๆ เช่น ความผิดปกติของเลือด ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยอาหาร ความดันโลหิตต่ำ
  • คุณมีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูด เนื้อสัตว์

กฎระเบียบสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่ายารักษาโรค คุณจึงควรศึกษาข้อมูลให้มากเพื่อความปลอดภัยในการใช้ และการบริโภคอาหารเสริมจากกระเทียม ควรมีคุณประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัย จากการใช้กระเทียมระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน หรือสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจใช้ทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อภาวะอื่น ๆ

เด็ก

กระเทียมอาจปลอดภัยสำหรับเด็ก เมื่อใช้อย่างเหมาะสมในระยะสั้น บางแหล่งแนะนำกระเทียมปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เมื่อนำมาทาลงบนผิวหนังกระเทียมอาจทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายคล้ายกับการเผาไหม้

การผ่าตัด

กระเทียมอาจทำให้เลือดออกเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัด จึงควรหยุดรับประทานกระเทียมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้กระเทียม

ผลข้างเคียงจากการบริโภคกระเทียม เช่น

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาต่อยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

กระเทียมอาจทำปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้

  • ยาไอโซไนอาซิด (Isoniazid)
  • ยาต้านไวรัสเอชไอวี เช่น ยาเนวิราปีน (Nevirapine) ยาดีลาเวอร์ดีน (Delavirdine) ยาเอฟฟาไวเรนซ์ (Efavirenz) ยาซาควินาเวียร์ (Saquinavir)
  • ยาคุมกำเนิด เนื่องจากยาคุมกำเนิดบางชนิดมีส่วนผสมของเอสโตรเจน กระเทียมอาจไปเร่งการสลายตัวของเอสโตรเจน ทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลง หากใช้กระเทียมในการรักษาโรค ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น การใช้ถุงยางอนามัย
  • ยาไซโคลสปรีน (Cyclosporine)
  • ยาที่เปลี่ยนแปลงและถูกทำลายโดยตับ (Cytochrome P450 2E1 หรือ CYP2E1) เช่น ยาอะซีตะมิโนเฟน (Acetaminophen) ยาโคลซอซาโซน (Chlorzoxazone) ยาทีโอฟิลลีน (Theophylline)
  • ยาระงับความรู้สึกระหว่างการผ่าตัด เช่น ยาเอนฟลูเรน (Enflurane) ยาฮาโลเธน (Halothane) ยาไอโซฟลูเรน (Isoflurane) ยามีโธไซฟลูเรน (Methoxyflurane)
  • ยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant หรือ Antiplatelet drugs) เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen)
  • ยาวาร์ฟาริน เนื่องจากอาจทำให้มีเลือดออกหรือเกิดรอยฟกช้ำตามผิวหนัง จึงควรเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำ

เพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของกระเทียม

สำหรับภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว

  • ผงกระเทียม 300 มิลลิกรัม รับประทาน 1 หรือ 3 ครั้งต่อวัน โดยอาจต้องรับประทานนานถึง 4 ปี
  • สารสกัดจากกระเทียม 250 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 1 ปี
  • ผลิตภัณฑ์ผสมที่มีสารสกัดจากกระเทียม 300 มิลลิกรัม รับประทาน 4 เม็ดต่อวัน เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • แคปซูลสารสกัดจากกระเทียม 2.4 มิลลิลิตร รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับภาวะความดันโลหิตสูง

  • อาหารเสริมกระเทียมชนิดเม็ด 300 มิลลิกรัม ถึง 1,500 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 24 สัปดาห์
  • ผงแป้งกระเทียม รับประทานวันละ 600 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์
  • แคปซูลสารสกัดจากกระเทียม 960 มิลลิกรัม ถึง 7.2 กรัม แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน
  • น้ำมันกระเทียม 500 มิลลิกรัมคู่กับน้ำมันปลา 600 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 60 วัน

สำหรับภาวะความดันโลหิตสูง

  • สารสกัดจากกระเทียมชนิดละลายน้ำได้ 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน

สำหรับเห็บกัด

  • สารสกัดกระเทียมชนิดแคปซูล 1,200 มิลลิกรัม รับประทานทุกวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์

สำหรับการติดเชื้อราที่ผิวหนัง (กลาก สังคัง น้ำกัดเท้า)

  • ทาครีมสกัดจากกระเทียม ความเข้มข้น 0.4% เพราะในกระเทียมมีสารอะโจอิน (Ajoene) ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
  • ทาเจลสกัดจากกระเทียม 0.6% หรือเจลสกัดกระเทียม 1% ใช้วันละสองครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ปริมาณในการใช้สมุนไพรชนิดนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่น ๆ การใช้ยาเสริมนั้นอาจไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในเรื่องปริมาณที่เหมาะสม

รูปแบบของกระเทียม

กระเทียมอาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้

  • กระเทียมสด
  • ผงกระเทียม
  • แคปซูลกระเทียม
  • สารสกัดจากกระเทียม
  • เจลกระเทียม
  • ครีมกระเทียม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Garlic. https://www.drugs.com/npc/garlic.html. Accessed November 21, 2016

Garlic. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-300-garlic.aspx?activeingredientid=300. Accessed November 21, 2016

The Truth About Your Garlic Supplement. https://cspinet.org/tip/truth-about-your-garlic-supplement. Accessed November 21, 2016

Garlic. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-300/garlic. Accessed November 21, 2016

 

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ แก้ไขล่าสุด 17/07/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ