home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

กีวี (Kiwi)

สรรพคุณของกีวี|กลไกการออกฤทธิ|ข้อควรระวังและคำเตือน|ความปลอดภัยจากการบริโภคกีวี|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา|ปริมาณการใช้ยา|ปริมาณการใช้กีวีทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่|รูปแบบของกีวี

สรรพคุณของกีวี

กีวีเป็นไม้ผลที่มีสรรพคุณเป็นยา ใช้รักษาโรคหอบหืด ในวงการอาหาร กีวีถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความนุ่มของเนื้อสัตว์ และเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มเกลือแร่ ส่วนใหญ่มักรับประทานเป็นผลไม้

กลไกการออกฤทธิ

การศึกษาเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของอาหารเสริมประเภทสมุนไพรนี้ยังมีไม่เพียงพอ ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางชิ้นรายงานว่า วิตามินซีหรือสารประกอบอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีความเข้มข้นสูงในกีวีเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคหอบหืด

ข้อควรระวังและคำเตือน

สิ่งที่ควรทราบก่อนใช้กีวี

ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หากอยู่ในอาการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เพราะเป็นช่วงที่ควรได้รับยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น
  • ใช้ยาชนิดอื่น ซึ่งรวมถึงยาที่ไม่มีใบสั่งยากแพทย์
  • แพ้สารที่อยู่ในกีวี หรือแพ้ยาและสมุนไพรประเภทอื่น
  • มีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือ พยาธิสภาพ
  • มีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น แพ้อาหาร แพ้สีผสมอาหาร แพ้สารกันบูด หรือแพ้เนื้อสัตว์

ข้อกำหนดสำหรับอาหารเสริมประเภทสมุนไพรนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าการใช้ยาทั่วไป ควรศึกษาอย่างละเอียดเพื่อรับรองความปลอดภัยและมั่นใจว่ามีคุณประโยชน์มากกว่าอันตราย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยจากการบริโภคกีวี

กีวีปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ หากใช้เท่ากับปริมาณอาหาร

ข้อควรระวังและคำเตือน

สตรีตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตร: กีวีค่อนข้างปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร หากใช้เท่ากับปริมาณอาหาร

เลือดออกผิดปกติ: กีวีอาจชะลอการแข็งตัวของเลือด และทำให้เลือดไหลมากขึ้น ในทางทฤษฎี กีวี (Kiwi)อาจทำให้เลือดออกผิดปกติแย่ลง

โรคภูมิแพ้: กีวีอาจทำให้เกิดอาการแพ้สำหรับผู้ที่แพ้ผลไม้ พืช หรือเครื่องเทศ เช่น อะโวคาโด เกสรต้นเบิช (birch pollen) มะเดื่อ เฮเซลนัท (hazelnut) น้ำยาง ป๊อปปีซีด (poppy seed) ข้าวไรย์ เมล็ดงา หรือข้าวสาลี หลีกเลี่ยงการทานผลไม้กีวี หรือใช้ผลิตภัณฑ์กีวีถ้าคุณแพ้สิ่งที่กล่าวมานี้

ผู้ป่วยทีกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด: กีวีอาจชะลอการแข็งตัวของเลือดสำหรับบางคน ทางทฤษฎี กีวี (Kiwi) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดไหลออกในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด หยุดทานกีวีหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากกีวี อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กีวี

คนที่แพ้กีวีอาจเกิดอาการต่อไปนี้ เช่น กลืนอาหารลำบาก อาเจียน และลมพิษ

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนและอาจมีผลข้างเคียงประเภทอื่น ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

เกิดปฏิกิริยาอย่างไรบ้างเมื่อใช้กีวี

อาหารเสริมประเภทสมุนไพรนี้อาจทำปฏิกิริยากับยาที่คุณรับประทานหรือมีผลกระทบกับการรักษาของคุณในปัจจุบัน ดังนั้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หรือแพทย์ก่อนที่จะใช้

ปริมาณการใช้ยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาชนิดนี้ทุกครั้ง

ปริมาณการใช้กีวีทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่

ผู้ป่วยแต่ละคนอาจสมุนไพรตัวนี้ในปริมาณที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และเงื่อนไขอื่น ๆ สมุนไพรไม่ได้รับรองความปลอดภัยเสมอไป ควรสอบถามแพทย์สำหรับปริมาณการใช้ที่เหมาะสมกับตนเอง

รูปแบบของกีวี

กีวีอาจพบได้ในรูปแบบต่อไปนี้

  • ผลไม้
  • สารสกัดของเหลว
  • ผง

***Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์, การวินิจฉัย หรือการรักษาแต่อย่างใด***

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด


บทความที่เกี่ยวข้อง


รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Ploylada Prommate แก้ไขล่าสุด 04/01/2019
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x