home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

เคลลา (Khella)

การใช้ประโยชน์เคลลา|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาต่อยา|ขนาดยา
เคลลา (Khella)

เคลลา (Khella) เป็นพืชชนิดหนึ่ง ผลสุกที่ตากแห้งแล้วสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้ หรือรับประทานสารสกัดจากเคลลา เพื่อใช้บรรเทาอาการของภาวะต่างๆ

การใช้ประโยชน์เคลลา

เคลลา ใช้สำหรับ

เคลลา (Khella) เป็นพืชชนิดหนึ่ง ผลสุกที่ตากแห้งแล้วสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้ โดยปกติแล้วเราจะนิยมใช้สารสกัดจากเคลลา โดยสกัดเอาสาร Khellin ที่สามารถพบได้ในเคลลาออกมาเพื่อใช้เป็นยา หรืออาจจะรับประทานเคลลาเป็นชาสมุนไพร เพื่อใช้บรรเทาอาการของสภาวะต่างๆ เช่น

หลายคนมักจะสับสนระหว่างต้นเคลลากับพลูคาว (Bishop’s weed) ที่อยู่ในเครือเดียวกัน พืชทั้งสองนี้แม้ว่าจะมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์คล้ายๆ กัน แต่โดยปกติแล้วต้นเคลลานั้นจะใช้เพื่อบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและปอด ในขณะที่ต้นพลูคาวจะเน้นใช้สำหรับโรคทางผิวหนัง

การทำงานของเคลลา

ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับการทำงานของเคลลาเมื่อนำมาใช้เป็นสมุนไพร โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์กันว่าภายในเคลลานั้นอาจจะมีสารเคมีที่สามารถช่วยขยายหลอดเลือด ลดการหดตัวของหัวใจ ช่วยในเรื่องการทำงานของปอด ช่วยเพิ่มไขมันดี และอาจช่วยต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรียเชื้อรา หรือเชื้อไวรัสได้

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ เคลลา

ปรึกษาแพทย์หรึอเภสัชกร หาก

  • คุณอยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร คุณควรจะได้รับยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • คุณได้รับยาชนิดอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • คุณมีอาการแพ้สารจากเคลลา หรือแพ้ยาชนิดอื่น หรือแพ้สมุนไพรชนิดอื่น
  • คุณมีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • คุณมีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่นแพ้อาหารสีผสมอาหาร สารกันบูด เนื้อสัตว์

ข้อบังคับสำหรับการใช้สมุนไพรนั้นจะมีความเข้มงวดน้อยกว่าการใช้ยา เพื่อความปลอดภัย คุณจึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรนั้นๆ ก่อนการใช้งาน ประโยชน์ในการใช้ควรมีมากกว่าความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ตั้งครรภ์ การใช้เคลลาในช่วงขณะตั้งครรภ์นั้นอาจจะเป็นอันตราย เนื่องจากสาร Khellin ที่พบได้ในเคลลานั้นอาจทำให้มดลูกเกิดการหดตัว แล้วส่งผลให้แท้งบุตรได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้
  • ผู้ให้นมบุตร ในปัจจุบันยังไม่สามารถทราบแน่ชัดว่า การใช้เคลลาเป็นสมุนไพร ในช่วงขณะให้นมบุตรนั้นปลอดภัยหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการใช้
  • โรคตับ เคลลาอาจทำให้อาการของผู้ป่วยโรคตับมีอาการรุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้เคลลา

การใช้เคลลาเป็นเวลานาน หรือใช้ในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

นอกจากนี้ หากคุณใช้เคลลาทาบนผิวหนังเพื่อรักษาอาการของโรคผิวหนัง อาจทำให้ผิวมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาต่อยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

เคลลาอาจทำปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร

โดยเฉพาะหากคุณใช้

  • ยาไดจอกซิน (Digoxin) เนื่องจากยาไดจอกซินนั้นจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ในขณะที่เคลลาจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง การใช้ยาสองตัวนี้ร่วมกันจึงอาจทำให้ได้ประสิทธิภาพลดลง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • ยาที่เป็นอันตรายต่อตับ เช่น ยาอะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) เนื่องจากอาจเพิ่มโอกาสให้ตับเกิดความเสียหายได้มากกว่าเดิม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • ยาที่ทำให้ผิวของคุณไวต่อแสงแดด เช่น ยาอะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) เนื่องจากเคลลานั้นก็สามารถทำให้ผิวไวต่อแสงแดดได้เช่นกัน หากใช้ร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการโดนแดดเผา แผลพุพอง และผื่นผิวหนังได้

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาของเคลลา

ปริมาณในการใช้เคลลาเพื่อเป็นสมุนไพร อาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพ อายุ และปัจจัยอื่นๆ การใช้เคลลาในรูปแบบสมุนไพรอาจจะไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป จึงควรปรึกษาเรื่องปริมาณการใช้ที่เหมาะสม และวิธีการใช้งานอย่างปลอดภัยจากแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ

รูปแบบของเคลลา

เคลลามีจำหน่ายในรูปแบบดังต่อไปนี้

  • สารสกัดเคลลา
  • ผลเคลลาแห้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x