home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

โสมอเมริกา (American Ginseng)

โสมอเมริกา (American Ginseng)
การใช้ประโยชน์ โสมอเมริกา|การทำงานของโสมอเมริกาเป็นอย่างไร|ข้อควรระวังและคำเตือน:|โสมอเมริกามีความปลอดภัยแค่ไหน|ผลข้างเคียง:|ปฏิกิริยาระหว่างยา:|ขนาดการใช้|ปกติแล้วควรใช้โสมอเมริกาในปริมาณเท่าใด|สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด

การใช้ประโยชน์ โสมอเมริกา

โสมอเมริกา ใช้ทำอะไร

โสมอเมริกา (American Ginseng) คือ พืชสมุนไพรที่เติบโตในอเมริกาเหนือเป็นส่วนใหญ่ ใช้บรรเทาอาการได้หลากหลายอาการดังต่อไปนี้:

  • ความเครียด
  • ฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน
  • ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้น
  • สามารถต่อสู้กับไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่
  • เอชไอวี (HIV) / เอดส์ (AIDS)
  • บรรเทาอาการติดเชื้อในลำไส้ (โรคบิด)
  • การติดเชื้อเฉพาะ ( การติดเชื้อ Pseudomonas)
  • ฟื้นฟูระบบการย่อยอาหาร
  • บรรเทาอาการเบื่ออาหาร
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ (โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ)
  • อาการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร (กระเพาะอาหาร)
  • ภาวะขาดธาตุเหล็ก หรือ ธาตุเหล็กในเลือดต่ำ (โรคโลหิตจาง)
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเอชไอวี (HIV)
  • ความเหนื่อยล้าจากโรคมะเร็ง
  • ความดันโลหิตสูง
  • ปัญหาด้านการนอน (นอนไม่หลับ)
  • อาการปวดเส้นประสาท
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (ED)
  • อาการไข้
  • อาการเมาค้าง
  • โรคสมาธิสั้น (ADHD)
  • อาการผิดปกติของเลือดหรือมีเลือดผิดปกติ
  • มะเร็งเต้านม
  • อาการวิงเวียนศีรษะ
  • อาการปวดศีรษะ
  • อาการชัก
  • อาการปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน
  • อาการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง (โรคหลอดเลือดแดงหรือท่อหลอดเลือดแดงแข็ง)
  • อาการหลงลืม
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • โรคจิตเภท
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกาย
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิต
  • ช่วยต่อต้านริ้วรอย
  • ภาวะหมดระดู
  • ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ภาวะประสาทอ่อนเพลีย (ภาวะประสาทเปลี้ย)

การทำงานของโสมอเมริกาเป็นอย่างไร

เนื่องจากยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับโสมอเมริกาไม่มากพอ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม มีบางการศึกษาค้นคว้าพบว่าโสมอเมริกา มีสารเคมีที่เรียกว่า จินเซนโนไซด์ ซึ่งมีผลต่อระดับอินซูลินและลดระดับน้ำตาลในเลือด และยังมีสารเคมีอื่นที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน เรียกว่าพอลิแซ็กคาไรด์

ข้อควรระวังและคำเตือน:

เราควรรู้อะไรบ้างก่อนใช้โสมอเมริกา

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่:

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะให้นมบุตรนั้น ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นๆ รวมถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารโสมอเมริกายาอื่นๆ หรืออาหารเสริมอื่นๆ
  • มีโรคอื่นๆ มีความผิดปกติหรือพยาธิสภาพอื่นๆ
  • มีอาการแพ้อื่นๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูด หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโสมอเมริกานั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่น ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

โสมอเมริกามีความปลอดภัยแค่ไหน

โสมอเมริกาปลอดภัยสำหรับรับประทานในระยะเวลาอันสั้น

ข้อควรระวังและคำเตือนพิเศษ

สำหรับเด็ก:

โสมอเมริกาปลอดภัยสำหรับเด็กโดยการรับประทานในระยะเวลาอันสั้น

สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร:

โสมอเมริกาอาจไม่ปลอดภัยเมื่อใช้ในขณะตั้งครรภ์ สารสกัดจากโสม ( Panax ginseng ) อาจส่งผลกระทบต่อการให้กำเนิดได้ ควรงดการใช้โสมอเมริกาในระหว่างการตั้งครรภ์

ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ โสมอเมริกาในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรเลี่ยงการใช้เพื่อความปลอดภัย

การผ่าตัด:

โสมอเมริกาอาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระหว่างผ่าตัดและหลังผ่าตัด ฉะนั้นควรหยุดรับประทานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ผลข้างเคียง:

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้โสมอเมริกามีอะไรบ้าง

  • โรคอุจจาระร่วง
  • อาการคัน
  • ปัญหาด้านการนอน (นอนไม่หลับ)
  • ปวดศีรษะ
  • อาการทางประสาท หรือ วิตกกังวล
  • ภาวะหัวใจเต้นเร็ว
  • ความดันโลหิตสูงหรือความดันโลหิตต่ำ
  • อาการเจ็บเต้านม
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดในผู้หญิง
  • อาการอักเสบของผิวหนังใน
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตับ
  • อาการแพ้อย่างรุนแรง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีผลข้างเคียงดังกล่าว บางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งหากพบอาการข้างเคียงใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักสมุนไพรศาสตร์ก่อนใช้โสมอเมริกา

ปฏิกิริยาระหว่างยา:

ยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับโสมอเมริกามีอะไรบ้าง

โสมอเมริกาอาจมีปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ควบคู่กัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้ยา

อาการที่อาจมีปฏิกิริยาระหว่างโสม

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน: โสมอเมริกาอาจมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าผู้บริโภคกำลังเป็นโรคเบาหวานและกำลังใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด การรับประทานโสมอเมริการ่วมด้วยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำมากจนเกินไป ควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดอย่างระมัดระวัง
  • อาการฮอร์โมนที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือเนื้องอกในมดลูก: สารเคมีที่มีชื่อว่า จินเซนโนไซด์ ( ginsenosides ) ที่อยู่ในโสมอเมริกาอาจทำหน้าที่เสมือนสารเอสโตรเจน ซึ่งอาจมีผลกระทบทำให้อาการดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลวร้ายยิ่งขึ้น ฉะนั้นควรงดการใช้โสมอเมริกา อย่างไรก็ตามได้มีบางผลิตภัณฑ์ของ American ginseng ที่สกัดสารจินเซนโนไซด์ออกมาแล้ว จากสถาบัน Cold-fX, Afexa Life Sciences ประเทศแคนาดา ผลิตภัณฑ์นั้นจึงมีสารจินเซนโนไซด์ในปริมาณที่น้อยหรือแทบจะไม่มีเลย จึงไม่สามารถทำหน้าที่เสมือนสารเอสโตรเจนได้
  • ปัญหาด้านการนอน (นอนไม่หลับ): การรับประทานโสมอเมริกาในปริมาณมากนั้นอาจมีผลกระทบต่อการนอนไม่หลับ ถ้าผู้ใช้มีปัญหาด้านการนอนอยู่แล้ว ควรรับประทาน โสมอเมริกาด้วยความระมัดระวัง
  • โรคจิตเภท(โรคทางจิต): การรับประทานโสมอเมริกาในปริมาณมากนั้นอาจมีผลกระทบต่อปัญหาการนอนหลับและอาการกระวนกระวายในผู้ที่เป็นโรคจิตเภท โปรดระมัดระวังในการใช้ในผู้ที่เป็นโรคจิตเภท

นอกจากนี้ ห้ามใช้โสมอเมริกาคู่กับยา ดังต่อไปนี้:

  • ยาวาร์ฟาริน หรือ ยาคูมาดิน (Warfarin or Coumadin)
  • ยาสำหรับภาวะซึมเศร้า (MAOIs)
  • ยาสำหรับโรคเบาหวาน (ยาต้านโรคเบาหวาน) เช่น glimepiride (Amaryl), glyburide (DiaBeta, Glynase PresTab, Micronase), insulin, pioglitazone (Actos), rosiglitazone (Avandia), chlorpropamide (Diabinese), glipizide (Glucotrol), tolbutamide (Orinase) และอื่นๆ

ขนาดการใช้

ข้อมูลนี้ไม่สามารถเป็นคำสั่งในการใช้ยาได้ ควรปรึกษานักสมุนไพรศาสตร์หรือแพทย์ก่อนการใช้ยาเสมอ

ปกติแล้วควรใช้โสมอเมริกาในปริมาณเท่าใด

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน:

  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รับประทาน โสมอเมริกาปริมาณ 3 กรัม ก่อนอาหาร ไม่เกิน 2 ชั่วโมง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงหลังจากทานอาหาร
  • สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 รับประทาน โสมอเมริกาปริมาณ 100-200 กรัม เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหาร

การติดเชื้อทางเดินหายใจ:

  • สำหรับผู้ใหญ่อายุ 18-65 ปี รับประทาน โสมอเมริกาปริมาณ 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 3-4 เดือน ในช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาด จะช่วยป้องกันโรคหวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ได้
  • สำหรับผู้สูงอายุ อายุ 65 ปีขึ้นไป ต้องได้รับการฉีดวัคฉีดไข้หวัดใหญ่เพื่อรักษาและลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่
  • สารสกัดโสมอเมริกานี้ มีส่วนช่วยในบรรเทาอาการและทำให้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ในระยะเวลาที่สั้นลงได้

สำหรับเด็ก:

  • สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี ควรใช้สารสกัดจากโสม เฉพาะที่มีชื่อว่า CVT-E002 ของสถาบัน Cold-FX, Afexa Life Sciences ประเทศแคนาดา ในปริมาณ 4.5-26 มิลลิกรัม ทุกวัน เป็นระยะเวลา 3 วัน
  • ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ป่วย ซึ่งปริมาณยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับช่วงอายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์เพื่อปริมาณยาที่เหมาะสมสำหรับการรับประทาน

สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด

โสมอเมริกาอาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • สารสกัดของเหลว
  • ผง
  • สารละลายแอลกอฮอล์ด้วยยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

American Ginseng. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-967-AMERICAN+GINSENG.aspx. Accessed March 12, 2017

Panax quinquefolius American Ginseng. https://www.gaiaherbs.com/blogs/herbs/american-ginseng. Accessed March 12, 2017

The Health Benefits of American Ginseng. https://www.verywellhealth.com/american-ginseng-health-benefits-89218. Accessed March 12, 2017

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x