backup og meta

โรคเครียด อาการ ที่ควรรู้

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 30/09/2021

โรคเครียด อาการ ที่ควรรู้

โรคเครียด อาการที่เกิดขึ้นมักแสดงออกมาทางร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม เช่น วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว ความวิตกกังวล เศร้า พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป หรือดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น ดังนั้น การจัดการความเครียดจึงอาจช่วยบรรเทาอาการในด้านต่าง ๆ ได้

โรคเครียด คืออะไร

โรคเครียด คือ โรคชนิดหนึ่งที่ร่างกายตอบสนองต่อภัยคุกคามหรืออันตรายที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือความนึกคิด ซึ่งโรคเครียดและอาการเป็นวิธีปกป้องร่างกายอย่างหนึ่ง จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้น มีสมาธิ และตื่นตัว พร้อมรับมือกับความกดดันหรือปัญหาทีกำลังเกิดขึ้น แต่หากความเครียดเกิดขึ้นระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและจิตใจ เนื่องจากร่างกายอาจทำงานหนักขึ้น ทำให้สมองเหนื่อยล้า และอาจรบกวนระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด การนอนหลับ และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แลพโรคจิตเภท ตามมาได้

โรคเครียด อาการเป็นอย่างไร

ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ และการมองเห็น จึงอาจทำให้เกิดอาการทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ รวมถึงการแสดงออกทางพฤติกรรม ดังนี้

อาการทางร่างกาย

  • วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว ปวดท้อง มีอาการสั่น
  • ไม่มีสมาธิ ปัญหาทางความจำ
  • อ่อนเพลีย ปัญหาการนอนหลับ
  • เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง
  • กล้ามเนื้อเกร็ง
  • อารมณ์ทางเพศลดลง
  • ความอยากอาหารลดลง กระเพาะอาหารและทางเดินอาหารผิดปกติ
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย

อาการทางอารมณ์และจิตใจ

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

  • หงุดหงิด และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
  • นอนมากเกินไป หรือน้อยเกินไปไป
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป อาจกินมากหรือน้อยลง
  • เก็บตัว หลีกเลี่ยงการพบเจอผู้คน หรือหลีกเลี่ยงการไปในบางสถานที่
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากขึ้น
  • นิสัยเปลี่ยนแปลง เช่น การกัดเล็บ จังวะการเดินผิดปกติ
  • ออกกำลังกายน้อยลง
  • จัดการกับโรคเครียด

    ความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เราสามารถจัดการความเครียดให้บรรเทาลงได้ด้วยวิธี ดังต่อไปนี้

    • การรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ไข่ ไก่ ชาเขียว หรือดาร์กช็อกโกแลต และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจเพิ่มความเครียด เช่น ชา กาแฟ และอาหารที่มีน้ำตาลสูง นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยคลายความเครียดและเพิ่มความสดชื่น ความแข็งแรงของร่างกาย จึงควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
    • ผ่อนคลายและสร้างสมาธิ มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น การนวด การทำสมาธิ โยคะ และไทเก็ก เหล่านี้สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียด ฝึกสติ และสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของร่างกายได้อีกด้วย
    • การมีอารมณ์ขัน ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน
    • หากิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบเพื่อผ่อนคลายความเครียด เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำสวน
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อพักร่างกายและพักสมอง

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 30/09/2021

    ad iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    ad iconโฆษณา
    ad iconโฆษณา