home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รู้หรือไม่ ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้คุณผู้ชายมี ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ

รู้หรือไม่ ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้คุณผู้ชายมี ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ

ปัญหาเรื่องเทสโทสเตอโรนต่ำ เป็นสิ่งที่ผู้ชายกำลังตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก จนน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ชายในยุคนี้ถึงมีปัญหาเรื่อง ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ เพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปดูกันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชายที่สุขภาพดี ควรที่จะรักษาระดับการสร้างเทสโทสเตอโรนตามปกติเอาไว้ได้ ระดับเทสโทสเตอโรนที่ลดต่ำลงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงสุขภาพของผู้ชายที่ย่ำแย่หรืออาจผิดปกติ ขณะเดียวกันอาจมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระดับเทสโทสเตอโรนของคุณได้ โดยคุณอาจจะคิดไม่ถึง และนี่คือปัจจัยต่างๆที่คุณผู้ชายควรระวังเอาไว้!

ปัจจัยที่ส่งผลให้ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ

1 คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ

อาหารที่เรากินส่วนใหญ่ในตอนนี้ มักเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นข้าวขัดขาว ขนมปัง พาสต้า อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารกล่องสำเร็จรูป การกินอาหารเหล่านี้เป็นประจำ ทำให้การหลั่งอินซูลินของตับอ่อนเพิ่มขึ้น

ระดับอินซูลินที่เพิ่มขึ้นนี้มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะโรคเบาหวานจะจู่โจมตัวคุณด้วยซ้ำ อินซูลินที่เพิ่มรบกวนเส้นทางของฮอร์โมนหลักในร่างกาย และกดการสร้างเทสโทสเตอโรนของร่างกาย

เพราะฉะนั้นคุณควรระมัดระวังในการบริโภคอาหารประเภทนี้ เพราะไม่เพียงแต่มันทำให้สุขภาพโดยรวมแย่ลงได้แล้ว มันยังรบกวนระบบฮอร์โมนเพศชายของคุณด้วย

2 ฮอร์โมนในเนื้อ

ปัจจุบันมีการใช้ฮอร์โมนอย่างมากในเนื้อวัว เนื้อหมู และอุตสาหกรรมนม ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบกินเนื้อ มันก็อาจส่งผลต่อฮอร์โมนเพศชายของคุณได้ ทางออกก็คือพยายามกินผักให้มากขึ้น ผักช่วยให้สุขภาพดี และยังช่วยให้การสร้างฮอร์โมนเป็นปกติด้วย

3 สารเคมีในสิ่งแวดล้อม

มีสารเคมีนับพันชนิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา และสารเคมีหลายอย่างมีลักษณะที่เหมือนกับเอสโตรเจน (Estrogen) การได้รับกับสารเคมีเหล่านี้จึงรบกวนและขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ได้

งานวิจัยชี้ว่าสารเคมีอย่าง เช่น พาทาเลต หรือ BPA ได้แสดงผลถึงการลดลงของเทสโทสเตอโรนในทุกกลุ่มอายุ และกระทั่งรบกวนการแตกเนื้อหนุ่มในเด็กผู้ชายด้วย การกินอาหารออร์แกนิกเป็นหนทางที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการหลีกเลี่ยงสารเคมีเหล่านี้

4 ความเครียด

ถ้าคุณเจอความเครียดสูงอยู่ตลอดเวลา ความสามารถระบบการสืบพันธุ์ของคุณก็จะมีปัญหาแน่นอน ความเครียดอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับคอร์ติซอล (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งกดการทำงานของเส้นทางของฮฮร์โมนหลัก และกดการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการสืบพันธุ์ รวมทั้งเทสโทสเตอโรนด้วย ความเครียดยังส่งผลยับยั้งเทสโทสเตอโรน ไม่ให้ทำงานได้ตามปกติอีกด้วย

5 เบียร์

งานวิจัยพบว่า การดื่มเบียร์ในปริมาณปานกลาง ทำให้เทสโทสเตอโรนลดลงสูงถึงร้อยละ 6.8 เนื่องจากฮ็อป (hop) ที่ใช้ในการทำเบียร์ มีคุณสมบัติคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน และสามารถรบกวนการทำงานของเทสโทสเตอโรนได้ ที่จริงคุณสมบัติที่คล้ายกับเอสโตรเจนของฮ็อป ในปัจจุบันมีการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการร้อนวูบวาบ เนื่องจากภาวะวัยทองของผู้หญิงเลยทีเดียว

6 ยาลดคอเลสเตอรอลบางอย่าง

งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่ายารักษาคอเลสเตอรอลสูงบางอย่าง ส่งผลกระทบต่อเทสโทสเตอโรนได้ ในบทความเมื่อปี 2013 นักวิจัยพบว่ายาสแตติน (Statin) ที่ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล ทำให้เกิดการลดลงของเทสโทสเตอโรนเล็กน้อย แต่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เรายังต้องศึกษาในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อเรียนรู้อย่างชัดเจน ถึงประโยชน์และความเสี่ยงของยา และเข้าใจถึงผลข้างเคียงของยาอย่างแท้จริง

พูดอีกอย่างก็คือ อย่าเพิ่งหยุดกินยารักษาคอเลสเตอรอลของคุณ เพียงเพราะคุณกังวลเรื่องเทสโทสเตอโรน คุณควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้ง ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงยาที่แพทย์สั่งให้กิน

7 การกินเมล็ดแฟล็กซ์(Flax seeds)

เมล็ดแฟล็กซ์ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มันมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น และเส้นใยอาหารที่คุณต้องการ และในเมล็ดยังมีสารเคมีที่เรียกว่าลิกแนนส์ (Lignans) ในระดับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งลิกแนนส์มีคุณประโยชน์หลายอย่าง แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic OvarySyndrome)

ผลจากการศึกษา นักวิจัยได้ให้ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ กินเมล็ดแฟล็กซ์ 30 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 100 วัน ในตอนท้ายของการศึกษา ระดับเทสโทสเตอโรนรวมของผู้หญิงลดลงถึงร้อยละ 70 ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ แต่ไม่ใช่ข่าวดีของผู้ชายที่เป็นกังวลเรื่องระดับเทสโทสเตอโรนเลย

8 การออกกำลังกาย (หรือไม่ออกกำลังกายเลย)

เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ และยังช่วยรักษาเทสโทสเตอโรนให้เหมาะสมด้วย ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ว่า คนที่ออกกำลังกายโดยทั่วไป มีระดับเทสโทสเตอโรนสูงกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย ราวร้อยละ 14

แต่ถ้าคุณออกกำลังกายหนักเกินไป คุณก็จะเจอปัญหาอย่างอื่น การออกกำลังกายหนักเกินไป อาจทำให้ระบบบางอย่างในร่างกายหยุดทำงาน และร่างกายจะเริ่มลดการสร้างเทสโทสเตอโรน อีกทั้งการออกกำลังกายหนักเกินไปกินระยะเวลานาน ยังส่งผลต่อสมอง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

ฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลาย ฟังเสียงร่างกายให้ดี ให้แน่ใจว่าคุณได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในระหว่างการออกกำลังกายแต่ละครั้ง พักบ่อย ๆ และอย่าเพิ่มความหนักในการออกกำลังกายเร็วเกินไป และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ในระยะเวลาที่พอเหมาะ

9 การใช้อะนาบอลิกเสตียรอยด์ (Anabolic steroids)

การใช้อะนาบอลิกสเตียรอยด์ในนักเพาะกาย ทำให้อัณฑะหยุดการทำงานเพื่อสร้างเทสโทสเตอโรน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างถาวร แม้จะหยุดใช้ไปแล้วก็ตาม โดยนี่เป็นผลจากงานวิจัยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 ในวารสาร Addict ซึ่งนักวิจัยได้เปรียบเทียบนักยกน้ำหนักที่ใช้อะนาบอลิกสเตียรอยด์ กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ พวกเขาพบความเสี่ยงของระดับเทสโทสเตอโรนที่ลดลงในผู้ที่ใช้อะนาบอลิกสเตียรอยด์ แม้หลังจากที่หยุดใช้แล้วก็ตาม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

8 Foods That Lower Testosterone Levels (Accessed November 14, 2018)

https://www.healthline.com/nutrition/foods-that-lower-testosterone

6 Surprising Factors That Cause Low Testosterone In Men (Accessed November 14, 2018)

https://www.mindbodygreen.com/0-14076/6-surprising-factors-that-cause-low-testosterone-in-men.html

Influence of environmental and genetic factors on levels of testosterone, estradiol and somatotropic hormones in mountaineers of the Pamir (Accessed November 14, 2018)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9324382

Does Working Out Affect Testosterone Levels? (Accessed November 14, 2018)

https://www.webmd.com/men/features/exercise-and-testosterone#1

Prolonged hypogonadism in males following withdrawal from anabolic-androgenic steroids: an under-recognized problem. (Accessed November 14, 2018)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25598171

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย pimruethai แก้ไขล่าสุด 12/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ