home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ทุกสิ่งที่ผู้ชายควรรู้เกี่ยวกับความสำคัญของ ฮอร์โมนเพศชาย “เทสโทสเตอโรน”

ทุกสิ่งที่ผู้ชายควรรู้เกี่ยวกับความสำคัญของ ฮอร์โมนเพศชาย “เทสโทสเตอโรน”

ฮอร์โมน เป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นจากต่อมซึ่งอยู่ในจุดต่างๆ ของร่างกาย และส่งผ่านไปทางกระแสเลือดและของเหลวในร่างกาย ไปยังอวัยวะและเนื้อเยื่อของร่างกายส่วนต่างๆ เพื่อควบคุมและส่งเสริมการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงระบบที่ซับซ้อน รวมถึงเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ และสำหรับผู้ชายแล้ว หนึ่งใน ฮอร์โมนเพศชาย ที่สำคัญที่สุดก็คือ “เทสโทสเตอโรน (Testosterone)” Hello คุณหมอ มีรายละเอียดในเรื่องนี้มาให้คุณอ่านแล้ว

ฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรนคืออะไร

เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนเพศหลักในผู้ชาย ซึ่งรับผิดชอบต่อพัฒนาการหลายๆ ด้าน ในเรื่องลักษณะกายภาพของผู้ชาย ผู้หญิงเองก็มีฮอร์โมนตัวนี้ แต่มีในปริมาณเพียงเล็กน้อย

เทสโทสเตอโรนเป็นหนึ่งในคลาสของฮอร์โมน ที่เรียกว่า แอนโดรเจน (Androgen) สร้างขึ้นโดยลูกอัณฑะที่ได้รับการส่งสัญญาณกระตุ้นจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland)

บทบาทของเทสโทสเตอโรนในพัฒนาการเพศชายและสุขภาพ

ในผู้ชายเทสโทสเตอโรน มีหน้าที่สำคัญอย่างมากในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายมีความเจริญเติบโตทางเพศพร้อมที่จะสามารถสืบพันธุ์ได้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อย่างเช่น อวัยวะเพศชายและลูกอัณฑะโตขึ้น มีขนบนใบหน้า ขนในที่ลับ และขนตามร่างกาย เสียงแตก กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้น ความสูงเพิ่มขึ้น

หลังช่วงแตกเนื้อหนุ่มหรือเข้าสู่วัยรุ่น เทสโทสเตอโรนจะช่วยในการทำงานของร่างกายดังต่อไปนี้

  • การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • การสร้างมวลกระดูก
  • การกระจายของไขมันในร่างกาย
  • มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • การสร้างขนบนใบหน้าและตามร่างกาย
  • การสร้างอสุจิ
  • การสร้างแรงขับทางเพศ

เรื่องที่ผู้ชายควรรู้เกี่ยวกับเทสโทสเตอโรน

1 ช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน ช่วยในการพัฒนาของมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงและความกระชับของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงและความอดทน งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเทสโทสเตอโรน โดยเฉพาะเมื่อรวมกับการฝึกความแข็งแรง เช่น การยกย้ำหนัก จะเพิ่มกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมัน ทั้งในเรื่องของขนาดและความแข็งแรงในผู้ชายทั่วไป

2 ปกป้องสุขภาพหัวใจ

เนื่องจากเทสโทสเตอโรน มีส่วนในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงผ่านทางไขกระดูก ระดับของเทสโทสเตอโรนที่ต่ำ จึงอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายประการ

โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Aging Male พบความสัมพันธ์กันระหว่างการมีเทสโทสเตอโรนต่ำ กับปัญหาหัวใจในผู้ชายสูงอายุ และสำหรับผู้ชายที่มีความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายสูง การใช้เทสโทสเตอโรนจะช่วยปกป้องในเรื่องนี้ได้

และยังมีงานวิจัยชิ้นอื่นที่แสดงให้เห็นว่า การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในช่วงสั้นๆ ให้ประโยชน์ในเรื่อง ภาวะหัวใจขาดเลือดเนื่องจากการออกกำลังกาย ในผู้ชายที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดงหัวใจ

3 เพิ่มพลังทางเพศ

โดยธรรมชาติระดับของเทสโทสเตอโรน จะเพิ่มขึ้นจากความตื่นตัวทางเพศและกิจกรรมทางเพศ ผู้ชายที่มีระดับเทสโทสเตอโรนสูงปกติจะมีกิจกรรมทางเพศมากกว่า ผู้ชายสูงวัยจะต้องการเทสทอสเทอโรนมากขึ้น สำหรับสร้างแรงขับทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศ

แต่จริงๆแล้วการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มักจะเกี่ยวเนื่องกับภาวะอื่นหรือการใช้ยา มากกว่าระดับเทสโทสเตอโรนต่ำ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพทางเพศและประสิทธิภาพทางเพศ แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่มีปัญหาฮอร์โมนเพศชายต่ำ การเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนก็ไม่ส่งผลในเรื่องนี้

4 ช่วยสุขภาพสมอง

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ชายที่มีอัตราส่วนของเทสโทสเตอโรนโดยรวมที่สูงกว่า มีความเสี่ยงลดลงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และยังมีหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเทสโทสเตอโรนกับความสามารถในการคิด อย่างเช่น การจำศัพท์หรือความเร็วในการประมวลข้อมูล การบำบัดด้วยเทสโทสเตอโรนในผู้ชายวัย 34-70 ปี และแสดงให้เห็นถึงความจำในเรื่องทิศทางที่ดีขึ้น

5 เสริมสร้างสุขภาพกระดูก

เทสโทสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระดูกที่แข็งแรง มวลกระดูกจะลดลงเมื่อผู้ชายอายุเพิ่มขึ้น และระดับเทสโทสเตอโรนลดลง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน งานวิจัยชี้ว่ามวลกระดูกสามารถเพิ่มขึ้นได้ ด้วยการบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หากใช้ในปริมาณสูงพอ

การทดลองทางคลินิก ในเรื่องผลกระทบของเทสโทสเตอโรนต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก พบการเพิ่มขึ้นของมวลกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลัง การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาการแปลงเพศจากหญิงมาเป็นชาย พบว่าเทสโทสเตอโรนเพิ่มความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเทสโทสเตอโรนสามารถช่วยความเสี่ยงในเรื่องกระดูกหักได้หรือไม่

6 ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

จากการศึกษาโดยการสังเกตการณ์ในชายสูงอายุ เผยให้เห็นว่า อาการซึมเศร้าของพวกเขาสัมพันธ์กับการมีระดับเทสโทสเตอโรนในพลาสม่าในระดับต่ำ

สำหรับผู้ชายสามารถสังเกตอาการของเทสโทสเตอโรนต่ำได้ คือ มีอาการซึมเศร้า อ่อนเพลีย และหงุดหงิด แต่งานวิจัยบางชิ้นแสดงว่า นี่อาจเกิดเฉพาะในผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายต่ำ ผู้ที่มีระดับฮอร์โมนลดลงตามปกติเนื่องจากวัย ไม่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของอาการซึมเศร้า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

How Testosterone Benefits Your Body (Accessed on November 11, 2018)

https://www.healthline.com/health/benefits-testosterone

The Effects of Supraphysiologic Doses of Testosterone on Muscle Size and Strength in Normal Men (Accessed on November 11, 2018)

https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJM199607043350101

Testosterone and the heart (Accessed on November 11, 2018)

https://www.health.harvard.edu/heart-health/testosterone-and-the-heart

Relationship Between Testosterone and Erectile Dysfunction (Accessed on November 11, 2018)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1476110/

On the effects of testosterone on brain behavioral functions (Accessed on November 11, 2018)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4330791/

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย pimruethai แก้ไขล่าสุด 08/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x