สูตรกราโนล่าโยเกิร์ต

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

แม้เราจะรู้กันดีกว่าการกินของหวานมากไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เป็นโรคอ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง แต่สาวๆ กับของหวานเป็นของคู่กัน จะให้ตัดขาดกันไปเลยก็คงไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถเปลี่ยนมากินของหวานที่ดีต่อสุขภาพกว่าเดิมได้ เช่น กราโนล่าโยเกิร์ต เมนูของว่าง ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ที่ทำก็ง่าย หวานอร่อย กินแล้วอยู่ท้อง แถม สูตรกราโนล่าโยเกิร์ต ก็ทำได้ง่ายสุดๆ

ใครที่กำลังไดเอ็ตหรือควบคุมน้ำหนัก ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย ถึงกราโนล่าโยเกิร์ตจะทำง่าย แต่เราก็ต้องใส่ใจในการเลือกซื้อวัตถุดิบหลักอย่างกราโนล่า และโยเกิร์ตให้มากๆ เพื่อให้ดีต่อสุขภาพจริงๆ

การเลือกซื้อโยเกิร์ต

โยเกิร์ต ควรใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ สูตรไขมันต่ำและไม่เติมน้ำตาล หากใครที่แพ้นมวัวปัจจุบันก็มีโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง ให้เลือกบริโภคแทนกินแล้วไม่แพ้แถมยังได้ประโยชน์เพียบ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น แคลเซียม ไขมันดี สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน บำรุงกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน

เวลาเลือกซื้อโยเกิร์ต ต้องสังเกตฉลากอาหารและส่วนประกอบให้ดี นอกจากเลือกที่ไขมันต่ำและน้ำตาลน้อยแล้ว ก็ต้องดูด้วยว่ามีส่วนประกอบของเจลาติน หรือแป้งเป็นส่วนประกอบมากน้อยเพียงใด เพราะโยเกิร์ตบางยี่ห้อ แม้จะบอกว่าเป็นสูตรธรรมชาติ ไขมันน้อย น้ำตาลน้อย แต่ก็อาจมีแป้งเยอะจนทำร้ายสุขภาพได้

การเลือกซื้อกราโนล่า

กราโนล่า นิยมกินเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่าง ไม่ใช่แค่หวาน กรอบ อร่อย กินสะดวก แต่ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีน มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบ รวมถึงโฟเลต ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี วิตามินอี เป็นต้น กินแล้วช่วยลดน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล และความดันโลหิต ทั้งยังช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น ขับถ่ายได้เป็นปกติ

แม้ปัจจุบันจะมีกราโนล่าสำเร็จรูป วางขายอยู่มากมายหลายยี่ห้อ แต่เราก็สามารถทำกราโนล่ากินเองได้ โดยใช้แผ่นข้าวโอ๊ตอบ (Rolled Oats) ผสมกับธัญพืชและถั่ว เช่น เมล็ดงา เมล็ดฟักทอง เมล็ดแฟลกซ์ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเติมสารให้ความหวาน เช่น น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายแดง เมเปิลไซรัป อีกเล็กน้อย บางสูตรอาจใส่ข้าวพอง หรือผลไม้อบแห้ง เช่น ลูกเกด แครนเบอร์รี่อบแห้งด้วย จากนั้นจึงเติมน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโนล่า ก่อนจะนำไปอบให้สีเหลืองกรอบ หรือหากใครไม่มีเตาอบก็สามารถคั่วในกระทะโดยใช้ไฟอ่อนได้

แต่ไม่ว่าคุณจะใช้กราโนล่าสำเร็จรูปหรือทำกราโนล่าเอง เราแนะนำให้ดูปริมาณน้ำตาล น้ำมัน และผลไม้อบแห้งด้วย ระวังอย่าให้มากเกินไป เพราะอาจนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคอ้วนได้

สูตรกราโนล่าโยเกิร์ต

สูตรกราโนล่าโยเกิร์ตสูตรนี้มีส่วนผสมและวิธีทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลย

สูตรกราโนล่าโยเกิร์ต

ส่วนผสม

(สำหรับ 1 ที่)

  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ      250 กรัม
  • น้ำผึ้ง                      20 กรัม
  • กราโนล่า                120 กรัม
  • สตรอเบอร์รี่สด
  • บูลเบอร์รี่สด

วิธีทำ

  • ผสมโยเกิร์ตกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยที่ต้องการ
  • ใส่กราโนล่า สตรอว์เบอร์รี่สด บลูเบอร์รี่สด
  • จัดเสิร์ฟ

ใช้เวลาทำแค่ไม่นาน ของหวานเริ่ดๆเหมาะกับสายเฮลตี้สุดๆ อย่างกราโนล่าโยเกิร์ตก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใครอยากเติมผลไม้อื่นๆ ลงไปด้วยก็ได้ แต่แนะนำให้ใช้ผลไม้ที่น้ำตาลน้อยๆ เช่น เสาวรส กีวี หรือถ้าใครอดใจไหว ทำเสร็จแล้วลองเอาไปแช่เย็นสักครู่ค่อยกิน รับรองเลยว่า อร่อยและสดชื่นขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน