home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาเหลือง หม่นหมองแบบนี้ เกิดจากอะไรกันนะ?

ตาเหลือง หม่นหมองแบบนี้ เกิดจากอะไรกันนะ?

ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของดวงใจ การมีแววตาที่สดใส เป็นการสร้างเสน่ห์ให้แก่ผู้ที่พบเห็น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ตาของคุณเป็นสีเหลือง ดูหม่นหมอง นั่นอาจไม่ใช่เพียงแค่การทำให้คุณหมดความมั่นใจ แต่อาจหมายถึงคุณกำลังมีอาการของโรคร้ายอื่น ๆ โดยไม่รู้ตัว มาทำความรู้จักกับอาการ ตาเหลือง ให้มากขึ้น กับบทความนี้ โดย Hello คุณหมอ

อาการ ตาเหลือง คืออะไร

ตาเหลือง หรือ อาการตาเหลือง มักเกิดขึ้นในกรณีที่มีภาวะของโรคดีซ่าน ที่เกิดจากการมีสารบิลิรูบิน (Bilirubin) สะสมอยู่ในกระแสเลือดมากจนเกินไป และเข้าไปจับกับเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมีสีเหลือง ทั้งบริเวณผิวหนัง และดวงตา ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าดีซ่านนั้นเป็นเฉพาะในวัยเด็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ใหญ่ในช่วงวัยอื่น ๆ ก็สามารถเผชิญกับโรคนี้ได้เช่นกัน

ตาเหลืองเกิดจากอะไร

การมีดวงตาที่สดใส เนื้อตาขาวมีสีขาว สะอาด ไม่ขุ่นมัว เป็นการบ่งบอกถึงการมีสุขภาพที่ดี แต่เมื่อใดก็ตามที่บริเวณเนื้อตาสีขาวเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของสี อาจจะถึงเวลาที่คุณควรจะไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัย เพราะคุณอาจจะกำลังมีอาการตาเหลือง

สาเหตุของอาการ ตาเหลือง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยมีปัญหาหลักคือ การที่ร่างกายมีสารบิลิรูบินสะสมอยู่ในเลือดมากเกินไป จนทำให้เกิดโรคดีซ่าน ที่แสดงอาการในลักษณะของตัวเหลือง และตาเหลือง ซึ่งอาการที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนั้น จะเห็นได้ชัดมากที่ดวงตา เนื่องจากสีขาวของดวงตาจะไม่มีเม็ดสีเหมือนกับที่พบในผิวหนัง อย่างไรก็ตาม แม้โรคดีซ่านจะเป็นสาเหตุหลักของอาการตาเหลือง แต่อาการของโรคอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเพิ่มของสารบิลิรูบินในเลือด ก็สามารถที่จะส่งผลให้ตาเหลืองได้เช่นกัน ดังนี้

ไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis)

ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบA, B หรือ C ต่างก็ส่งผลเสียต่อตับทั้งสิ้น เมื่อไวรัสทำลายตับจึงทำให้ตับไม่สามารถที่จะกรองสารบิลิรูบิน ส่งผลให้มีอาการตัวเหลือง และตาเหลือง

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)

เมื่อระบบท่อน้ำดีมีนิ่วเข้ามาขัดขวางการลำเลียงของเหลวจากตับไปยังถุงน้ำดี และลำไส้เล็ก จึงเป็นผลให้สารบิลิรูบินถูกสร้างขึ้นมาในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการตาเหลืองขึ้นมา

กลุ่มอาการกิลเบิร์ต (Gilbert Syndrome)

กลุ่มอาการกิลเบิร์ต เป็นโรคที่ทำให้บุคคลนั้นเป็นดีซ่านไปตลอด จัดว่าเป็นโรคที่พบได้ยากมาก ซึ่งจะพบได้เพียงจำนวน 3-7% ของประชากรบนโลก หากเป็นโรคนี้ ตับของคุณจะไม่สามารถสร้างเอนไซม์สำหรับกรองสารบิลิรูบินได้ ทำให้สารบิลิรูบินเพิ่มจำนวนมากขึ้นในกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดอาการตาเหลือง

มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder Cancer)

มะเร็งชนิดนี้แทบจะไม่ก่อให้เกิดอาการตัวเหลืองหรือตาเหลืองเลย จนกระทั่งเนื้องอกนั้นขยายตัวใหญ่มากขึ้น เมื่อมะเร็งขยายใหญ่ขึ้น เชื้อมะเร็งก็จะแพร่กระจายไปมากขึ้นจนไปปิดกั้นท่อน้ำดี ทำให้เกิดอาการตาเหลือง

มะเร็งตับ (Liver cancer) และ มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer)

มะเร็งตับจะส่งผลต่อการทำงานของตับ เมื่อตับมีปัญหา จะทำให้กรองสารบิลิรูบินได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนกระทั่งส่งผลให้เกิดอาการตาเหลืองและตัวเหลือง

และอาการตาเหลืองยังอาจเกิดขึ้นได้ จากโรคดังต่อไปนี้

  • ภาวะที่เกิดการทําลายเม็ดเลือดแดงก่อนอายุขัย (Hemolytic Anemia)
  • ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (Nonalcoholic Fatty Liver Disease)
  • ตับแข็ง (Cirrhosis)
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease)
  • ปฏิกิริยาที่เกิดจากการตอบสนองต่อการถ่ายเลือด (A Reaction to a Blood Transfusion)

จะเห็นได้ว่า สาเหตุส่วนใหญ่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับตับ ดังนั้น การดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ นอกจากจะส่งผลเสียต่อตับแล้ว ก็ยังจะทำให้เกิดอาการตาเหลืองตามมาได้อีกด้วย

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไหร่

หากคุณสงสัยและเริ่มสังเกตได้ว่าตนเองมีอาการคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าจะเป็นตาเหลือง ควรที่จะไปพบคุณหมอ โดยเฉพาะจักษุแพทย์ในทันที เพื่อที่คุณหมอจะได้วินิจฉัยได้ถูกต้องและชัดเจนว่าอาการตาเหลืองของคุณนั้นเกิดมาจากสาเหตุใด เนื่องจากอาการตาเหลืองนั้นมีสาเหตุมาจากโรคชนิดต่าง ๆ จากนั้นแพทย์จึงจะส่งตัวคุณไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่าง ๆ ตามที่ตรวจพบ

คุณไม่ควรมองข้ามภาวะ ตาเหลือง ที่เกิดขึ้น เพราะหากปล่อยไว้นาน โรคต่าง ๆ ที่แสดงออกมาในลักษณะอาการตาเหลืองอาจแทรกซ้อนและรุนแรงจนยากต่อการรักษาให้หายขาดได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Yellow Eyes. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/causes-of-yellow-eyes#1. Accessed December 18, 2019.

Why Are My Eyes Yellow?. https://www.healthline.com/health/yellow-eyes#see-a-doctor. Accessed December 18, 2019.

Yellow eyes: Causes and treatment. https://www.allaboutvision.com/conditions/yellow-eyes/. Accessed December 18, 2019.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 11/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x