home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคคอพอกตาโปน โรคตาที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

โรคคอพอกตาโปน โรคตาที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงาน และผลิตฮอร์โมนออกมามากเกินไป โดยส่วนใหญ่ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษมักทำให้เกิด โรคคอพอกตาโปน (Graves’ disease) ซึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองชนิดหนึ่ง และดวงตาเป็นอวัยวะที่อ่อนไหวต่อภาวะนี้เป็นพิเศษ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

โรคคอพอกตาโปน ที่เกี่ยวเนื่องกับอาการทางไทรอยด์

โรคคอพอกตาโปน หรือที่รู้จักกันว่า โรคตาที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ (Graves’ ophthalmopathy) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่ง ที่ต่อมไทรอยด์ได้รับผลกระทบจากเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน โดยแสดงออกผ่านทาง การสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ที่มากเกินไป เมื่อระบบภูมิคุ้มกัน สร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบ ๆ ดวงตา และกล้ามเนื้อตา ทำให้ดวงตาเกิดอาการอักเสบและบวม นำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับตามากมาย

สาเหตุที่ระบบภูมิคุ้มกันตัวเองเจาะจงไปที่ดวงตานั้นเป็นเพราะ ดวงตามีโปรตีนที่เหมือนกับโปรตีนในระบบภูมิคุ้มกันและในต่อมไทรอยด์ ผู้หญิงมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชาย 5 ถึง 6 เท่า และผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบในการเกิดโรค

อาการของโรคคอพอกตาโปน

หากเกิดภาวะโรคตาที่เกี่ยวเนื่องกับอาการทางไทรอยด์ กล้ามเนื้อดวงตาและเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ในเบ้าตาจะบวมขึ้น ลูกตาดันมาด้านหน้า และได้รับผลกระทบในการกลอกตา ส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ซึ่งในกรณีที่รุนแรงผู้ป่วยอาจเกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้

  • ไม่สามารถปิดเปลือกตาได้สนิท เนื่องจากตาโปน ทำให้มีอาการตาแห้ง ระคายเคือง หรือคันตา
  • คุณอาจรู้สึกปวด หรือรู้สึกพองบริเวณรอบดวงตา เนื้อเยื่อรอบดวงตา และเปลือกตาบวมมากเป็นพิเศษตอนเช้า
  • ตาโปน หรือมีลักษณะจ้องเขม็ง
  • เมื่อกล้ามเนื้อรอบดวงตาได้รับผลกระทบ ทำให้การเคลื่อนที่ของดวงตาถูกจำกัด ส่งผลให้เกิดอาการเห็นภาพซ้อน และปวดเวลากลอกตาไปมา

การวินิจฉัยและการรักษา

อาการไม่รุนแรงที่เกิดจากโรคตา เนื่องจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ สามารถหายไปเองได้ภายใน 1 ถึง 4 เดือน อย่างไรก็ตาม อาการตาโปน และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอื่น ๆ ที่เกิดจากการบวม อาจยังคงอยู่ เนื่องจากเนื้อเยื่อได้ถูกขยาย และไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้

จุดประสงค์ของการรักษาก็คือ การป้องกันเบื้องต้น ไม่ให้เกิดการบวมในช่วงเวลาที่เกิดการอักเสบ และบรรเทาอาการระคายเคืองต่าง ๆ ในระยะแรกของโรค การใช้น้ำตาเทียมและสวมแว่นตา เพื่อปกป้องดวงตาเป็นการรักษาที่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจใช้ยาแอสไพริน นาพร็อกเซน หรือไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ

หากอาการแย่ลงหรือมีอาการอักเสบขั้นรุนแรง อาจต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาเพรดนิโซโลน เพื่อกดระบบคุ้มกันที่สร้างแอนตี้บอดี้ที่ผิดปกติ หากคุณมีปัญหาทางการมองเห็น หรือโรคเกี่ยวกับการมองเห็นและแรงกดประสาทตา อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ดังนัั้นหากสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้นและพบว่าเกิดความผิดปกติ ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Thyroid Eye Disease (TED or Graves Eye Disease) http://www.umkelloggeye.org/conditions-treatments/thyroid-eye-disease Accessed February 26, 2017

Hyperthyroidism: Graves’ Ophthalmopathy – Topic Overview http://www.webmd.com/eye-health/tc/hyperthyroidism-graves-ophthalmopathy-topic-overview Accessed February 26, 2017

Thyroid Eye Disease http://patient.info/health/thyroid-eye-disease-leaflet Accessed February 26, 2017

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์ เมื่อ 11/10/2018
x