home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาเหล่

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
ตาเหล่

ตาเหล่ ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกัน อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวัย 6 เดือนแรกหลังคลอด และจะมีอาการที่ชัดเจนเรื่อย ๆ ตามการเจริญเติบโต โดยสังเกตได้จากลูกตาที่ไม่สามารถมองตรงไปข้างหน้าพร้อมกันได้

คำจำกัดความ

ตาเหล่ คืออะไร

ตาเหล่ คือ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น เนื่องจากลูกตาทั้งสองข้างไม่สามารถมองไปที่จุดใดจุดหนึ่งในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งปกติดวงตาจะมีกล้ามเนื้อยึดติดเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวให้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่หากกล้ามเนื้อนั้นทำงานผิดปกติ ก็จะเกิดเป็นอาการตาเหล่ขึ้น

ตาเหล่สามารถแบ่งประเภทตามตำแหน่งของลูกตา ดังนี้

  • ตาเหล่ขึ้นไปด้านบน (Hypertropia)
  • ตาเหล่ลงด้านล่าง (Hypotropia)
  • ตาเหล่เข้าด้านใน (Esotropia)
  • ตาเหล่ออกด้านนอก (Exotropia)

อาการ

อาการของตาเหล่

อาการตาเหล่ที่พบบ่อย อาจสังเกตได้จาก

  • ลักษณะของดวงตาที่ไม่สมส่วน และมีการเคลื่อนไหวดวงตาที่ไม่พร้อมเพรียงกัน
  • กระพริบตา หรือหรี่ตาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเจอแสงจ้า
  • เอียงศีรษะขณะดูสิ่งของรอบตัว
  • มองเห็นไม่ชัด เดินชนสิ่งของ

สาเหตุ

สาเหตุที่ส่งผลให้ตาเหล่

ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัดที่ส่งผลให้เกิดอาการตาเหล่ แต่อาจมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อตา หรือผลข้างเคียงจากปัญหาทางสายตา เช่น สายตายาว สายตาสั้น สายตาเอียง รวมถึงโรคตาเรื้อรัง และการติดเชื้อไวรัสบางชนิด ที่เข้าไปสร้างความเสียหายแก่หลอดเลือด เส้นประสาท

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะตาเหล่

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ตาเหล่ ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ได้แก่

  • ประวัติของบุคคลในครอบครัวที่เคยมีหรือกำลังมีอาการตาเหล่
  • สายตาผิดปกติ อาจทำให้เกิดอาการตาเหล่ได้ เนื่องจากต้องเพ่งสายตาเพื่อมองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดเจนขึ้น
  • โรคอื่น ๆ เช่น ดาวน์ซินโดรม สมองพิการ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคต้อหิน โรคต้อกระจก โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะตาเหล่

คุณหมออาจวินิจฉัยหาสาเหตุของ ภาวะตาเหล่ และความผิดปกติของลูกตาด้วยการทดสอบต่าง ๆ ดังนี้

  • สอบถามประวัติผู้ป่วยถึงอาการ ยาที่ใช้ และปัญหาสุขภาพทั่วไปที่ผู้ป่วยเป็น
  • ทดสอบความสามารถในการมองเห็น ด้วยการให้อ่านตัวเลข หรือตัวอักษรที่มีขนาด และระยะการอ่านที่แตกต่างกัน
  • วัดการหักเหของแสงจากการส่องไฟ และอุปกรณ์เฉพาะทาง
  • ตรวจการโฟกัส และการเคลื่อนไหวของดวงตาขณะที่มองสิ่งของ
  • ตรวจโครงสร้างดวงตาทั้งภายใน และภายใน เพื่อหาสาเหตุที่ส่งผลให้ตาเหล่

การรักษาภาวะตาเหล่

ควรเร่งรักษาอาการตาเหล่ทันที เมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกตาเคลื่อนที่อย่างผิดปกติด้วยวิธี ดังต่อไปนี้

  • การใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ ซึ่งอาจใช้ในกรณีที่ตาเหล่เพียงเล็กน้อย
  • การบำบัดการมองเห็นเพื่อปรับปรุงการทำงานของดวงตาให้มีการโฟกัสวัตถุรอบข้าง และฝึกให้สมองกับดวงตาทำงานอย่างสอดคล้องกัน
  • ผ่าตัดกล้ามเนื้อตา เพื่อประสานการทำงานของดวงตาไม่ให้ดวงตาหักเหผิดทิศทาง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกัน ภาวะตาเหล่

ภาวะตาเหล่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยทารก ดังนั้นจึงควรตรวจสุขภาพตาตั้งแต่ช่วงก่อนอายุ 6 เดือน และ 3-5 ปี หรือเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพราะหากตรวจพบความผิดปกติของดวงตาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็อาจสามารถเข้ารับการรักษาภาวะตาเหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงด้านการมองเห็นให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังอาจต้องบำบัดการทำงานของดวงตา โดยฝึกการเคลื่อนไหวดวงตาด้วยตัวเอง ตามคำแนะนำของคุณหมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Strabismus (crossed eyes). https://www.aoa.org/healthy-eyes/eye-and-vision-conditions/strabismus?sso=y . Accessed September 08, 2021

Strabismus. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/strabismus. Accessed September 08, 2021

Strabismus. https://www.uofmhealth.org/health-library/hw166670. Accessed September 08, 2021

What Is Strabismus?. https://www.webmd.com/eye-health/strabismus. Accessed September 08, 2021

What’s to know about squint, or strabismus?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/220429. Accessed September 08, 2021

What you need to know about esotropia. https://www.medicalnewstoday.com/articles/319948. Accessed September 08, 2021

Hypertropia. https://www.webmd.com/eye-health/hypertropia-overview. Accessed September 08, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล
x