กินขมิ้น ช่วยแก้อาการประจำเดือนได้จริงเหรอ

    กินขมิ้น ช่วยแก้อาการประจำเดือนได้จริงเหรอ

    กินขมิ้น เป็นวิธีหนึ่งในการช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่หลายคนอาจไม่รู้ เนื่องจากขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดขึ้นจากกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome หรือ PMS) รวมถึงอาจช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ ขณะมีประจำเดือน เช่น ท้องอืด ซึมเศร้า ได้อีกด้วย

    กินขมิ้น กับอาการปวดประจำเดือน เกี่ยวข้องกันอย่างไร

    ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการมีประจำเดือน ไม่ใช่การมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด แต่เป็นกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ปวดหลัง ตัวบวม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงทั้งสิ้น

    แม้การมีประจำเดือนทุกเดือนของผู้หญิง จะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย แต่ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หรือทนอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะสามารถบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนได้

    วิธีที่นิยมใช้ในการบรรเทาอาการช่วงมีประจำเดือนก็คือ การใช้ยาต้านการอักเสบชนิดปราศจากสเตียรอยด์ หรือ NSAID (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) หรือการประคบร้อนที่หน้าท้อง แต่อีกหนึ่งวิธีที่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด ก็คือ การใช้ขมิ้น นั่นเอง

    ขมิ้น คือเครื่องเทศสีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ โดยสารเคอร์คูมินอยด์ที่สำคัญที่สุดและนิยมนำไปใช้ในทางเภสัชกรรมอย่างแพร่หลายก็คือ เคอร์คูมิน

    กินขมิ้น ช่วยอะไรได้บ้าง

    ขมิ้น สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนได้ ดังนี้

    • ต้านอาการปวด

    กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน คือ อาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน เช่น อาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า ปวดศีรษะ ตัวบวม ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อาการคล้ายเป็นไข้ ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ให้กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงรับประทานขมิ้นก่อนมีประจำเดือน พบว่า อาการก่อนมีประจำเดือนลดลง มีการอธิบายว่า สารเคอร์คูมินที่ทำหน้าที่ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการปวดอันเกิดจากกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX และเอนไซม์ LOX ซึ่งเป็นเอนไซม์ 2 ชนิดที่สัมพันธ์กับการรับรู้อาการเจ็บปวด และสารจำพวกพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวด สารเคอร์คูมินยังป้องกันไม่ให้เซลล์ในภูมิคุ้มกันเคลื่อนตัวไปสู่อวัยวะสืบพันธุ์ จึงช่วยลดอาการอักเสบได้

    • กินขมิ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว

    อาการตะคริวหรืออาการปวดท้อง ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในช่วงมีประจำเดือน สารเคอร์คูมินในขมิ้นนอกจากจะช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวดได้แล้ว ยังป้องกันอาการเกร็งและหดตัวของกล้ามเนื้อในมดลูกและลำไส้ที่เป็นสาเหตุให้เกิดตะคริวและปวดท้องได้อีกด้วย

    • บรรเทาอาการซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวนเพราะประจำเดือน

    สารเคอร์คูมินมีสรรพคุณช่วยต้านอาการซึมเศร้า และช่วยควบคุมสารเคมีในสมองบรรเทาอาการอารมณ์แปรปรวนได้ ในสมองมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “Brain-Derived Neurotrophic Factor (BDNF)” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ก่อให้เกิดการสร้างและพัฒนาเซลล์ประสาท จากการศึกษาพบว่า เมื่อผู้หญิงที่เกิดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนได้รับสารเคอร์คูมิน ระดับสาร BDNF นี้จะเพิ่มขึ้น และอาการทางอารมณ์ที่สืบเนื่องจากการมีประจำเดือน เช่น อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า วิตกกังวลลดลง

    • ช่วยลดอาการท้องอืด และอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหารอื่นๆ

    ในช่วงก่อนมีประจำเดือนและช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงมักประสบปัญหาท้องอืด เรอบ่อย ท้องเฟ้อ มีกรดเกินในกระเพาะอาหาร และอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหารอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งหากการกินยาในกลุ่ม NSAID เพื่อบรรเทาปวด ก็อาจทำให้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้แย่ลงได้

    การศึกษาเผยว่า สารเคอร์คูมินที่อยู่ในขมิ้นมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลินทรีย์ จึงช่วยลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหารอื่นๆ ได้ โดยการศึกษาชิ้นหนึ่งในกลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยและท้องอืด พบว่า สารสกัดจากขมิ้นช่วยให้สุขภาพของพวกเขาดีขึ้นได้ภายใน 7 วัน

    • กินขมิ้น ช่วยต้านการติดเชื้อและต้านพิษ

    ประจำเดือนทำให้ร่างกายไวต่อการติดเชื้อมากขึ้น อีกทั้งผู้หญิงยังเสี่ยงติดเชื้อราชนิด Candida ทั้งในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน ขมิ้นชันมีสรรพคุณต้านจุลินทรีย์ อีกทั้งยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถป้องกันเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ในช่วงมีประจำเดือน หากไม่เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอด อาจเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome) ซึ่งเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จากการศึกษาวิจัยในสัตว์พบว่า ขมิ้นช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท็อกซิกช็อกได้

    ขนาดในการใช้

    สามารถกินขมิ้นสด โดยนำไปประกอบอาหาร หรือกินขมิ้นที่อยู่ในรูปแบบของสารสกัดได้ โดยขนาดในการใช้ที่แนะนำมีดังนี้

    • ผงมาตรฐาน 400-600 มก. 3 ครั้งต่อวัน
    • สารสกัดในรูปของเหลวความเข้มข้น 1:1 ใช้ 30-90 หยดต่อวัน
    • สารละลายในอัตรา 1:2 โดยใช้ 15-30 หยด 4 ครั้งต่อวัน

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Curcumin attenuates severity of premenstrual syndrome symptoms: A randomized, double-blind, placebo-controlled trial. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26051565. Accessed May 5, 2017

    Effects of curcumin on menstrual pattern, premenstrual syndrome, and dysmenorrhea: A triple-blind, placebo-controlled clinical trial. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34708460/. Accessed September 14, 2022.

    Turmeric – Uses, Side Effects, and More. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-662/turmeric. Accessed September 14, 2022.

    Turmeric. https://www.nccih.nih.gov/health/turmeric. Accessed September 14, 2022.

    Effects of curcumin supplementation on vitamin D levels in women with premenstrual syndrome and dysmenorrhea: a randomized controlled study. https://bmccomplementmedtherapies.biomedcentral.com/articles/10.1186/s12906-022-03515-2. Accessed September 14, 2022.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี แก้ไขล่าสุด 14/09/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล