คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน เกิดจากอะไร

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน เกิดจากอะไร

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน ถือเป็นภาวะสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในเพศหญิง โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด เนื้องอก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ เมื่อพบเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัย เพราะอาการดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งอาจรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน เกิดจากอะไร

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน เป็นอาการที่เกิดได้จากสาเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน การรับประทานยาคุมกำเนิด หรือใช้ยาคุมกำเนิดในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการใช้ห่วงคุมกำเนิด อาจทำให้พบเลือดออกทางช่องคลอดได้ในช่วง 3 เดือนแรก ทั้งนี้ การมีเลือดออกในลักษณะนี้ อาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศที่สูงขึ้นเนื่องจากการคุมกำเนิดจนส่งผลให้เยื่อบุผนังมดลูกและหลอดเลือดหนาขึ้นหรือบางลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดได้ นอกจากนี้ การลืมรับประทานยาคุมกำเนิด อาจส่งผลให้พบเลือดออกทางช่องคลอดได้เช่นกัน
  • ระยะก่อนหมดประจำเดือน ในช่วงเวลาดังกล่าว เพศหญิงมักมีระดับฮอร์โมนเพศที่แปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกแม้ไม่มีการตกไข่ จนเป็นเหตุให้มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน หรือมีประจำเดือนที่มาช้าหรือเร็วกว่าปกติได้
  • เนื้องอกบริเวณมดลูก การมีเนื้องอกที่มดลูกอาจทำให้พื้นที่ผิวของมดลูกมีมากกว่าปกติ จากการที่ก้อนเนื้องอกไปเพิ่มพื้นที่ผิวภายในของเยื่อบุโพรงมดลูก ส่งผลให้เลือดอาจออกไม่ตรงกับรอบระดู อาจออกนานติดต่อกัน หรือออก ๆ หยุด ๆ หรือเจือปนกับตกขาว ทำให้ตกขาวกลายเป็นสีออกน้ำตาลหรือสีเข้ม ทั้งนี้ เนื้องอกบริเวณมดลูกมีอัตราการกลายเป็นเนื้อร้ายต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ และทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่สันนิษฐานว่าเกี่ยวกับระดับฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนในร่างกายเพศหญิง
  • การตั้งครรภ์ อาจทำให้พบเลือดออกทางช่องคลอดได้ แต่ในระดับที่ไม่รุนแรง โดยเกิดจากการที่ตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกในระยะแรกของการตั้งครรภ์
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม ทำให้ช่องคลอดและปากมดลูกอักเสบ และนำไปสู่การมีเลือดออกทางช่องคลอดได้ ทั้งในระดับที่ไม่รุนแรงหรือรุนแรงก็ได้ โดยอาจพบอาการมีเลือดออกจากช่องคลอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • มะเร็งเฉพาะในเพศหญิง อาทิ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งมดลูก ซึ่งมักพบในผู้หญิงวัยทอง หรือผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยทางการแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของโรค แต่มีปัจจัยเสี่ยงให้เฝ้าระวัง ทั้งนี้ เมื่อเป็นมะเร็งชนิดดังกล่าว ผู้ป่วยจะมีเลือดออกทางช่องคลอด ร่วมกับอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน

นอกจากนี้ มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือนยังเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ ดังนี้

  • ความเครียด
  • การแท้งบุตร
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง จนช่องคลอดฉีกขาด
  • การติดเชื้อหรือการบาดเจ็บ ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง
  • ภาวะสุขภาพอื่น ๆ เช่น ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ โรคตับ โรคไต รวมถึงความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด อย่าง โรควอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand Disease) ซึ่งผู้ป่วยจะมีเลือดออกง่ายกว่าคนทั่วไป และมีเลือดออกเป็นเวลานานเมื่อได้รับบาดเจ็บ

เมื่อไรควรไปพบคุณหมอ

เมื่อพบเลือดออกบริเวณช่องคลอด ในกรณีต่อไปนี้ ควรรีบไปพบคุณหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยสาเหตุและการรักษาที่ตรงจุด

  • เลือดออกบริเวณช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เลือดออกบริเวณช่องคลอด ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นหรือหลังจากเข้าสู่วัยทองแล้ว
  • เลือดออกบริเวณช่องคลอด หลังเปลี่ยนยารับประทานคุมกำเนิด
  • เลือดออกบริเวณช่องคลอดในทุกไตรมาสการตั้งครรภ์

มีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจําเดือน ป้องกันได้ไหม

การพบเลือดออกจากช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน อาจสามารถป้องกันได้ในบางกรณี ดังนี้

  • รับประทานยาคุมกำเนิดให้ตรงเวลา เนื่องจากการลืมรับประทานยาหรือรับประทานยาไม่ตรงเวลา อาจเป็นสาเหตุของการมีเลือดออกทางช่องคลอดได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิด ควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง หรือไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับยาได้ จนไม่เกิดอาการเลือดออกทางช่องคลอดเนื่องจากการใช้ยา
  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หรือเลือกมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเพียงคนเดียว หรือเฉพาะกับคนที่ปลอดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจเป็นสาเหตุของการมีเลือดออกจากช่องคลอดแต่ไม่ใช่ประจำเดือนได้
  • ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงร่วมของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งมดลูกซึ่งทำให้มีเลือดออกจากช่องคลอด คือภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงโรคมะเร็งดังกล่าว ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนควรออกกำลังกายและควบคุมอาหารสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การรับประทานยาคุมกำเนิดอาจช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งทั้ง 2 ชนิดได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 4 วันก่อน
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงวรัญญา สิริธนาสาร