home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

จูบ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะประโยชน์ของการจูบนั้น อาจทำคุณสั่นไปถึงหัวใจ

จูบ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะประโยชน์ของการจูบนั้น อาจทำคุณสั่นไปถึงหัวใจ

จูบ เป็นการแสดงออกอย่างถึง ซึ่งความหมายก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละวัฒนธรรม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะรับรู้โดยทั่วไปว่า การจูบเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่ง ซึ่งการจูบสามารถส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพร่างกาย เนื่องจากการจูบทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้สึกดี ซึ่งมีงานวิจัยและข้อมูลที่กล่าวถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของการจูบไว้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมมาให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายในตอน จูบ

เมื่อคุณจูบกับคนรัก สมองจะหลั่งสารเคมีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริบท โดย ดร.เฮเลน ฟิชเชอร์ ศาสตราจารย์วิชามานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยรัทเจอร์ส ประเทศสหรัฐอเมริกา (Professor of anthropology at Rutgers University in Newark, N.J.) ให้ข้อมูลว่า การจูบ นั้นขึ้นอยู่กับบริบท โดยจะแบ่งเป็น 3 ขั้นได้แก่

  • ความต้องการทางเพศ (Lust) เป็นความปรารถนาทางเพศกับอีกฝ่าย
  • ความรักโรแมนติก (Romantic Love) ความรู้สึกงงงวย รู้สึกสบายใจ รู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อคุณกำลังมีความรักครั้งใหม่
  • ความผูกพัน (Attachment) ความรู้สึกปลอดภัยที่คุณพบในความสัมพันธ์ระยะยาว

โดย ดร.เฮเลน ฟิชเชอร์ กล่าวว่า ความต้องการทางเพศจะได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ส่วนความรักโรแมนติกจะเกิดขึ้นจากสารโดพามีน และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) และสำหรับความผูกพันจะมีออกซิโทซินเป็นปัจจัยที่ทำให้รู้สึกสงบสุขและปลอดภัย ดังนั้น การจูบ จึงอาจให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าในบริบทนั้นคุณรู้สึกอย่างไร และสารเคมีในสมองชนิดใดหลั่งออกมา

ประโยชน์สุขภาพของ การจูบ

1. เพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข

การจูบ สามารถกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ที่จะทำให้คุณรู้สึกดี โดยฮอร์โมนแห่งความสุข ได้แก่ ฮอร์โมนออกซิโทซิน โดพามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin)ที่จะทำให้รู้สึกร่าเริง และกระตุ้นให้เกิดความรักและความผูกพัน นอกจากนี้ ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนเครียดอีกด้วย

2. ช่วยสร้างความสัมพันธ์

ออกซิโทซิน คือ ฮอร์โมนที่เชื่อมความสัมพันธ์ ซึ่งการปล่อยฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin)อย่างรวดเร็วในตอนจูบนั้น จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกรัก และเกิดความผูกพัน การจูบ กับคนรักจึงสามารถสร้างความพึงพอใจในความสัมพันธ์ และอาจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ในระยะยาว

3. บรรเทาความเครียดและความกังวล

การจูบ อาจช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียด เนื่องจาก ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซินที่ช่วยลดความกังวล และเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย และนอกจาก การจูบ แล้ว การสื่อสารอย่างอื่น เช่น การกอดหรือการบอกรัก ต่างก็ส่งผลต่อการจัดการความเครียดด้วย

4. ขยายหลอดเลือด ซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิต

การจูบ ดีต่อหัวใจ เนื่องจาก สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจด้วยการขยายหลอดเลือด ส่งผลให้เพิ่มการไหลเวียนเลือด และเป็นเหตุให้ลดความดันโลหิตทันที

5. ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

การแลกน้ำลายสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันได้ เนื่องจาก การได้รับเชื้อโรคใหม่จะเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณ มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยในปี 2014 ที่พบว่าคู่รักที่จูบกันบ่อยจะมีไมโครไบโอตาหรือจุลินทรีย์ในร่างกาย ชนิดเดียวกันในน้ำลายและบนลิ้น

6. การจูบกับคู่รักช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศ

การจูบ แบบโรแมนติก นำไปสู่ความต้องการทางเพศ และมักจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้ผู้หญิงตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ในน้ำลายยังมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ มากไปกว่านั้นยิ่งจูบอย่างโรแมนติกนานขึ้นเท่าไหร่ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนก็จะหลั่งออกมามากขึ้นเท่านั้น

7. ลดอาการแพ้

การศึกษาพบว่า การจูบ อาจช่วยบรรเทาอาการลมพิษอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอาการแพ้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับละอองเกสร และไรฝุ่นในครัวเรือน นอกจากนี้ ความเครียดยังเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการแพ้แย่ลง ดังนั้น การจูบ จึงอาจส่งผลในแง่ที่ช่วยลดความเครียด ซึ่งอาจช่วยลดอาการแพ้ด้วย

8. อาจช่วยเรื่องปริมาณคอเลสเตอรอล

งานวิจัยในปี 2009 ได้ให้คู่รักเพิ่มความถี่ใน การจูบ อย่างโรแมนติกในความสัมพันธ์ของพวกเขา ผลการวิจัยพบว่า 6 สัปดาห์ผ่านไป การรับรู้ความเครียด ความพึงพอใจในความสัมพันธ์ และระดับคอเลสเตอรอลในเลือด มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการมีปริมาณคอเลสเตอรอลลดลง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลายโรค เช่น โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

9. ดีต่อสุขภาพฟัน

การจูบ สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งน้ำลายจะช่วยในการกลืนอาหาร ช่วยทำให้ช่องปากชุ่มชื้น และช่วยทำให้เศษอาหารไม่ติดตามซอกฟัน ซึ่งสามารถมีส่วนช่วยในการป้องกันฟันผุได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

16 Reasons to Smooch: How Kissing Benefits Your Health. https://www.healthline.com/health/benefits-of-kissing. Accessed on November 12, 2018.

When a Kiss Is More Than Just a Kiss. https://www.webmd.com/sex-relationships/news/20131011/when-a-kiss-is-more-than-just-a-kiss. Accessed on November 12, 2018.

What’s So Great About Kissing?. https://www.webmd.com/sex-relationships/features/kissing-benefits#1. Accessed on November 12, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 20/07/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
x