home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วงจรการตอบสนองทางเพศ อาจแก้ปัญหาเรื่องทางเพศของคุณได้

วงจรการตอบสนองทางเพศ อาจแก้ปัญหาเรื่องทางเพศของคุณได้

วงจรการตอบสนองทางเพศ (Sexual Response Cycle) หมายถึง ลำดับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ หรือเมื่อทำกิจกรรมทางเพศ เช่น การมีเพศสัมพันธ์และการช่วยตัวเอง ซึ่งการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวงจรการตอบสนองทางเพศในแต่ละช่วง สามารถช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักดีขึ้นได้

วงจรการตอบสนองทางเพศ คืออะไร

วงจรการตอบสนองทางเพศ (Sexual Response Cycle) มี 4 ระยะ ได้แก่ มีอารมณ์ (Excitement) ความตื่นตัว (Plateau) การถึงจุดสุดยอด (Orgasm) และกลับสู่ภาวะปกติ (Resolution)

ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะมี 4 ระยะนี้เกิดขึ้นในวงจรการตอบสนองทางเพศ แต่ระยะเวลาจะต่างกัน ตัวอย่างเช่น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คู่รักจะถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน นอกจากนี้ความรุนแรงของการตอบสนอง และเวลาที่ใช้ในแต่ละระยะ จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งการเข้าใจความแตกต่างนี้อาจช่วยให้คู่รักเข้าใจร่างกาย และการตอบสนองของอีกฝ่ายมากขึ้น

ระยะที่ 1 เกิดอารมณ์

โดยทั่วไประยะที่ 1 จะสามารถคงอยู่ตั้งแต่เวลาเพียงไม่กี่นาที จนถึงเวลาหลายชั่วโมง โดยมีลักษณะดังนี้

  • ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นและหายใจเร็วขึ้น
  • ผิวอาจมีสีเลือดฝาด (ผิวที่หน้าอกหรือหลังแดงขึ้น)
  • หัวนมตั้งขึ้นหรือแข็งขึ้น
  • เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศมากขึ้น ส่งผลให้คลิตอริส (Clitoris) และแคมเล็ก (Labia Minora) ในอวัยวะเพศหญิงจะบวมขึ้น และในเพศชายจะเกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย
  • เกิดสารหล่อลื่นตามธรรมชาติในช่องคลอด
  • หน้าอกของผู้หญิงจะเต่งตึงขึ้น และผนังช่องคลอดเริ่มบวม
  • อัณฑะของผู้ชายจะบวม และจะเริ่มหลั่งสารหล่อลื่น

ระยะที่ 2 ความตื่นตัว

ระยะที่ 2 จะเป็นระยะก่อนไปถึงการถึงจุดสุดยอด ซึ่งมีลักษณะดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มในระยะที่ 1 จะทวีความรุนแรงมากขึ้น
  • ช่องคลอดยังคงบวม เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น และผนังช่องคลอดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม
  • คลิตอริสของผู้หญิงจะอ่อนไหวมากขึ้น (อาจรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส) และจะหดตัวเข้าไปในกลีบคลุมคลิตอริส (Clitoral hood) เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นจากอวัยวะเพศชายโดยตรง
  • อัณฑะของผู้ชายจะกระชับขึ้น
  • การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตยังคงเพิ่มขึ้น
  • กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกอาจเริ่มขึ้นที่เท้า ใบหน้า และมือ
  • ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

ระยะที่ 3 การถึงจุดสุดยอด

การถึงจุดสุดยอดเป็นจุดสิ้นสุดของวงจรตอบสนองทางเพศ ที่จะมีระยะเวลาสั้นที่สุด และโดยทั่วไปจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งจะมีลักษณะดังนี้

  • การหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจ จะอยู่ในอัตราสูงสุด ร่วมกันกับการได้รับออกซิเจนอย่างรวดเร็ว
  • กล้ามเนื้อเท้ากระตุกเกร็ง
  • การปลดปล่อยความตึงเครียดทางเพศเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง
  • สำหรับผู้หญิง กล้ามเนื้อช่องคลอดจะหดตัว และมดลูกยังมีการหดตัวเป็นจังหวะ
  • สำหรับผู้ชาย การหดตัวเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อที่ฐานของอวัยวะเพศชาย ทำให้เกิดการหลั่งอสุจิ
  • ผื่นแดง หรือรอยเลือดฝาดบนผิวที่เรียกว่า (Sex flush) จะปรากฏทั่วร่างกาย

ระยะที่ 4 กลับสู่ภาวะปกติ

ระยะนี้เป็นระยะที่ร่างกายค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ และส่วนที่บวมหรือแข็งตัวจะกลับไปสู่สภาพเดิม คือมีขนาดและสีเหมือนในสภาวะปกติ นอกจากนี้ระยะดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มความใกล้ชิดและมีความเหนื่อยล้า

หลังการถึงจุดสุดยอด ผู้หญิงบางคนที่ได้รับการกระตุ้นทางเพศต่อไป อาจถึงจุดสุดยอดได้หลายครั้ง ส่วนผู้ชายต้องการเวลาในการฟื้นฟูหลังจากการถึงจุดสุดยอด หรือที่เรียกว่าระยะดื้อ (Refractory period) ซึ่งในระยะนี้ผู้ชายจะไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้อีกครั้ง และระยะดื้อของผู้ชายจะแตกต่างกันไป รวมถึงจะมีระยะเวลานานขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

วงจรการตอบสนองทางเพศ เกี่ยวกับเรื่องทางเพศของคุณอย่างไร

ในเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ สมองจะเพิ่มระดับของฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและรู้สึกปลอดภัย ซึ่งมีงานวิจัยที่แนะนำว่า ธรรมชาติของการมีเพศสัมพันธ์ที่เป็นจังหวะและการกระตุ้นทางเพศ สร้างวงจรแห่งความพึงพอใจในทางร่างกายและทางจิตวิทยา

เนื่องจากเมื่อความสุขทางร่างกายเพิ่มขึ้น ในช่วงที่อยู่ในระยะถึงจุดสุดยอด ความสุขในทางจิตวิทยาก็เพิ่มขึ้นด้วย ในทำนองเดียวกัน ยิ่งความสุขในทางจิตวิทยาเพิ่มขึ้น ความสุขทางร่างกายก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า จังหวะของการมีเพศสัมพันธ์สามารถช่วยผู้หญิงและผู้ชายเลือกคู่นอนที่เหมาะสมกับตนเอง

มากไปกว่านั้นคุณอาจทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักดีขึ้น ด้วยเทคนิคเหล่านี้

  • คุยกับคนรักว่าคุณต้องการอะไร และคนรักต้องการอะไร
  • ลองทำสิ่งที่คุณและคนที่คุณรักชอบ เพื่อเติมเต็มความสุขของทั้งสองฝ่าย
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ด้วยการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และถ้าคุณไม่ได้วางแผนจะมีบุตร ควรคุมกำเนิด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Your Guide to the Sexual Response Cycle. https://www.webmd.com/sex-relationships/guide/sexual-health-your-guide-to-sexual-response-cycle#1. Accessed on December 12 2018.

What We Can Learn From Sexual Response Cycles. https://www.psychologytoday.com/intl/blog/the-power-pleasure/201211/what-we-can-learn-sexual-response-cycles. Accessed on December 12 2018.

Sexual Response Cycle. https://my.clevelandclinic.org/health/articles/9119-sexual-response-cycle. Accessed on December 12 2018.

Why Does Sex Feel Good?. https://www.healthline.com/health/why-does-sex-feel-good#7. Accessed on December 12 2018.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Sopista Kongchon เมื่อ 07/12/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x