home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

การรักษาโรคซิฟิลิส ทำได้อย่างไรบ้าง มาดูกัน!

การรักษาโรคซิฟิลิส ทำได้อย่างไรบ้าง มาดูกัน!

โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาโรคซิฟิลิส จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรรู้ เพราะโรคชนิดนี้อาจสร้างปัญหาร้ายแรงให้กับคุณในอนาคต อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน ทั้งโรคหลอดเลือดสมอง เยื้อหุ้มสมองอักเสบ อาการสมองเสื่อม และอื่น ๆ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักการรักษาโรคซิฟิลิสเพื่อที่คุณจะได้มีแนวทางในการป้องกันตัวเองต่อไป

การรักษาโรคซิฟิลิส

ซิฟิลิสต้องได้รับการรักษาจึงจะหายขาดได้ และมักใช้ยาปฏิชีวนะใน การรักษาโรคซิฟิลิส โดยประเภทของการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ดังนี้

  • หากเป็นโรคซิฟิลิสน้อยกว่า 2 ปี มักได้รับการรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) ที่ก้น หรือรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแบบเม็ด 10-14 วัน
  • หากเป็นโรคซิฟิลิสที่กินเวลานานเกิน 2 ปี มักรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) 3 ครั้ง ที่ก้น เป็นระยะทุกสัปดาห์ หรือกินยาปฏิชีวนะแบบเม็ด 28 วัน
  • กรณีถึงขั้นร้ายแรงที่ส่งผลต่อสมองมักได้รับการรักาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) ทุกวันโดยฉีดเข้าทางก้นหรือหลอดเลือดดำ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือให้ยาปฏิชีวนะ 28 วัน

ผลข้างเคียงของการรักษา

ในบางคนอาจมีผลข้างเคียงหลังการรักษา โดยอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ แต่อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นไม่นานและสามารถรักษาได้ด้วยยาพาราเซตามอล

ในบางคนอาจเกิดอาการแพ้หลังจากฉีดเพนิซิลลิน แพทย์จะทำการเฝ้าติดตามอาการของคุณอย่างใกล้ชิด

หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา

หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่ยังรักษาอาจเพิ่มโอกาสการเกิดโรคซ้ำ และสามารถแพร่กระจายโรคไปสู่ผู้อื่นได้

การรักษาซิฟิลิสระหว่างตั้งครรภ์

การรักษาโรคซิฟิลิส ในหญิงตั้งครรภ์สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและอายุครรภ์ด้วย ดังนี้

  • หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคซิฟิลิสน้อยกว่า 2 ปี และอยู่ในช่วยไตรมาสที่ 1 หรือ 2 มักได้รับการรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) ที่ก้น แต่ถ้าอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 จะฉีด 2 ครั้งเว้นระยะห่างกัน 1 สัปดาห์
  • หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคซิฟิลิสมานานกว่า 2 ปี มักได้รับการรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) 3 ครั้ง ทุกสัปดาห์

การป้องกันโรคซิฟิลิส

ซิฟิลิสเป็นโรคที่แพร่กระจายจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางทวารหนัก ช่องคลอด หรือทางปาก ดังนั้นวิธีที่จะช่วยป้องกันให้คุณห่างไกลจากโรคซิฟิลิสได้ คือ

  • การไม่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก
  • รู้จักป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ โดยการใช้ถุงยางอนามัย จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงติดโรคซิฟิลิสและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง

แต่ถ้าหากคุณกำลังเป็นโรคซิฟิลิสจะมีวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้โรคแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น

  • บอกคู่นอนของคุณว่าคุณเคยมีประวัติโรคซิฟิลิส เพื่อที่จะได้เข้ารับการตรวจและรักษาได้
  • อย่ามีเพศสัมพันธ์กับใครจนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น
  • เมื่อคุณเสร็จสิ้นจากการรักษา ให้ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง
x