home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง อะไรที่ต้องระวัง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง อะไรที่ต้องระวัง

ปัจจุบันสังคมของเราได้เปิดรับความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจคิดว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างหญิงกับชาย หรือชายกับชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง สำหรับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงในเพศสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง

เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์นั้นมีความหลากหลายมาก เช่น รสนิยมและพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเพียงอย่างเดียว หรือทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งคู่นอนคนก่อนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจมีพฤติกรรมเสี่ยง อย่างการใช้เซ็กส์ทอย (Sex toy) ในกิจกรรมทางเพศร่วมกับผู้อื่น หรือการเคยมีคู่นอนเป็นผู้ชาย มีผลสำรวจหนึ่งกล่าวว่า คู่รักหญิงกับหญิงร้อยละ 53 – 99 เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย และมีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอีก ดังนั้น ควรพูดคุยกันอย่างเปิดเผยกับคู่ของตน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ รู้ทันโรคที่มากับเซ็กส์ จะได้มีเซ็กส์ที่ทั้งมีความสุขและปลอดภัย

โดยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับหญิงนั้น สามารถมีที่มาได้ทั้งจากผู้หญิงด้วยกันเองหรือจากผู้ชาย ดังนี้คือ

  • โรคติดเชื้อระหว่างผู้หญิงกันเอง โรคที่เกิดจากการติดเชื้อระหว่างผู้หญิงกันเอง ได้จากการสัมผัสเป็นหลัก ได้แก่ ไวรัสเอชพีวีที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ เริม และตกขาวกลิ่นเหม็นในช่องคลอด และในปัจจุบัน มีการใช้เซ็กส์ทอยแทนองคชาตจริงๆ หากใช้ร่วมกันหลายคนโดยทำความสะอาดไม่ดี ผลจะเหมือนกับพฤติกรรมสำส่อนทางเพศกับผู้ชายได้
  • โรคที่เกิดจากอดีตคู่นอนคนที่เป็นผู้ชาย ส่วนโรคที่ติดจากอดีตคู่นอนที่เป็นผู้ชาย ก็เป็นได้ทุกโรค ตั้งแต่หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และอื่นๆ

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หญิงรักหญิง

  • โรคเริม

นอกจากเริมจากอวัยวะเพศสู่อวัยวะเพศแล้ว พฤติกรรมทางเพศระหว่างหญิงกับหญิง เช่น การใช้ปากกับอวัยวะเพศ การใช้อวัยวะเพศถูไถกัน ก็อาจทำให้เป็นโรคเริมได้เช่นกัน โดยเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus) ที่ทำให้เกิดโรคเริม สามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นโรค ซึ่งอาจแสดงอาการหรือไม่ก็ได้ โดยหลังจากเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 3 – 7 วันหลังได้รับเชื้อ

ดังนั้น สาวๆ ที่นิยมมีความสัมพันธ์แบบหญิงกับหญิงควรเช็กให้ดีว่าคู่ของคุณมีการติดเชื้อนี้หรือไม่ และทำการรักษา เพื่อเซ็กส์ที่ปลอดโรคและมีความสุขอย่างไร้กังวล

  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็น

ภาวะตกขาวมีกลิ่นเหม็นเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของจำนวนแบคทีเรียในช่องคลอด เนื่องจากความสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป โดยปกติในช่องคลอดจะมีแบคทีเรียหลายกลุ่ม กลุ่มดีคือ กลุ่มแลคโตแบซิลไล ซึ่งสร้างสภาวะกรดในช่องคลอดเพื่อควบคุม ไม่ให้แบคทีเรียกลุ่มไม่ดีคือกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนเพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของภาวะตกขาวมีกลิ่นเหม็น โดยอาการนี้อาจเกิดจากการใช้ปากและลิ้นสัมผัสภายในบริเวณช่องคลอด ทำให้น้ำลายในปากไปทำลายความเป็นกรดในช่องคลอด

  • หูดหงอนไก่

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีสาเหตุหลักมาจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า ฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (HPV) ที่ถ่ายทอดถึงกันได้ง่าย โดยผู้ที่ให้เชื้ออาจจะไม่มีอาการอะไรเลย และผู้รับเชื้ออาจจะไม่มีอาการอะไรเลย กว่าจะเกิดอาการนานเป็นปี และถึงแม้จะไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่เป็นโรคที่ทำลายความมั่นใจ และอาจทำลายชีวิตคู่ได้เลยล่ะ

การป้องกัน

  • ฉีดวัคซีนที่สามารถป้องกันเกิดโรคหูดหงอนไก่ได้ ซึ่งร้อยละ 90 ของหูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิด 6, 11 โดยวัคซีนที่ป้องกันหูดหงอนไก่ได้อยู่ในรูปวัคซีนเอชพีวี (HPV) ชนิดที่มี 4 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18) ซึ่งปัจจุบันได้รับการรับรองให้ใช้ได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยไวรัสเอชพีวี (HVP) สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก เช่น HPV 16 และ 18 ยังสามารถติดต่อได้เช่นกันระหว่างหญิงกับหญิง ถึงจะน้อยกว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงก็ตาม ดังนั้น การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกก็มีประโยชน์
  • ล้างเซ็กส์ทอยทุกครั้งหลังใช้
  • เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปากกับอวัยวะเพศ หรือใช้เครื่องป้องกันการติดเชื้อจากการทำออรัลเซ็กส์
  • การตรวจภายใน ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) หรือการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ยังควรตรวจอย่างสม่ำเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย แพทย์หญิงศิริมาศ อิงคนารถ แก้ไขล่าสุด 20/07/2020