คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาปลาเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร

ตาปลาเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร

ตาปลา คือ ผิวหนังที่มีลักษณะเป็นตุ่มหนา และแข็งกว่าผิวหนังส่วนอื่น ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย แต่อาจพบได้มากตามนิ้วมือ มือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน วิ่ง หยิบจับสิ่งของ ดังนั้น เมื่อเป็นตาปลาจึงควรเข้ารับการรักษาโดยคุณหมอผิวหนัง

ตาปลาเกิดจากอะไร

ตาปลาเกิดจากการเสียดสีและการกดทับผิวหนังบริเวณหนึ่งเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ เป็นประจำทุกวัน ดังนี้

  • การสวมรองเท้าที่คับหรือหลวมจนเกินไป และการสวมรองเท้าโดยไม่ใส่ถุงเท้า เพราะอาจทำให้ผิวหนังเสียดสีกับผิวของรองเท้าที่เป็นหนัง ยาง พลาสติก และตะเข็บของรองเท้าขณะเดินหรือวิ่ง
  • การยกของหนัก อาจทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือได้รับแรงกดทับรวมถึงอาจมีการเสียดสีกับวัตถุ ส่งผลให้ผิวหนังหนาขึ้นจนอาจเป็นตาปลาบริเวณที่มือได้
  • การเล่นเครื่องดนตรีเป็นประจำ เช่น กีตาร์ ไวโอลินอาจส่งผลให้เกิดแรงเสียดสีและการกด จนทำให้เกิดตาปลาได้
  • เครื่องมือช่าง สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือช่างต่าง ๆ ที่ได้รับแรงกดทับซ้ำ ๆ เป็นประจำทุกวัน ก็อาจเสี่ยงทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือหน้าขึ้นและพัฒนาไปสู่ตาปลา
  • การเล่นกีฬา เนื่องจากการฝึกซ้อมกีฬาหรือเล่นกีฬาอาจต้องสวมรองเท้าเป็นเวลานาน หรือการยกน้ำหนักโดยไม่สวมถุงมือ ทำให้เกิดการเสียดสีที่อาจนำไปสู่ตาปลา
  • ภาวะนิ้วเท้าหงิกงอผิดปกติ (Hammer toe) เป็นภาวะที่นิ้วเท้าโค้งงอเข้าหานิ้วอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้มีการเสียดสีและการกดทับ และอาจส่งผลให้เป็นตาปลาได้

อาการของตาปลา

อาการของตาปลา อาจสังเกตได้ดังนี้

  • ผิวหนังเป็นตุ่มหนาและแข็ง
  • ผิวหนังบริเวณตุ่มตาปลามีความหยาบกร้าน ผิวแห้งเป็นขุย หรืออาจมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง
  • รู้สึกเจ็บเมื่อกดหรือสัมผัสที่ตุ่ม
  • ผิวหนังบริเวณรอบตาปลาจะมีสีเหลืองหรือสีแดงตามอาการจากการถูกเสียดสีและกดทับ

สำหรับผู้ที่มีผิวหนังหนาโดยเฉพาะบริเวณฝ่าเท้า ใต้ส้นเท้า ฝ่ามือ หัวเข่า และไม่มีอาการเจ็บปวด อาจเป็นเพียงปัญหาผิวหนังด้าน นอกจากนี้ หากมีอาการเจ็บปวดอย่างมากบริเวณตุ่มหรือผิวหนังที่หนาขึ้นมา ควรเข้าพบคุณหมอทันที ไม่ควรรักษาด้วยตัวเองเพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

การรักษาตาปลา

การรักษาตาปลา มีดังนี้

  • ยากำจัดตาปลา คุณหมออาจแนะนำให้ใช้แผ่นแปะที่มีกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) 40% แปะบริเวณตาปลาเพื่อช่วยให้ตาปลาหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น ควรใช้ร่วมกับการขัดผิวด้วยหินภูเขาไฟเพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกก่อนเปลี่ยนแผ่นแปะ สำหรับผู้ที่มีตาปลาขนาดใหญ่คุณหมออาจให้ใช้กรดซาลิไซลิกในรูปแบบเจลแทน
  • ตัดหนังส่วนเกินออก คุณหมออาจค่อย ๆ ตัดผิวหนังที่หนาออกหรือตัดตาปลาที่มีขนาดใหญ่ออกด้วยมีดผ่าตัด ไม่ควรทำวิธีนี้ด้วยตัวเองเพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • การผ่าตัด เพื่อแก้ไขการเรียงตัวของกระดูกใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียงตัวของกระดูกที่ก่อให้เกิดการเสียดสี

วิธีป้องกันตาปลา

วิธีป้องกันตาปลา อาจทำได้ดังนี้

  • สวมรองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป เพื่อลดปัญหาการเสียดสี
  • หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่มีหัวรองเท้าแหลม เพื่อป้องกันนิ้วเท้าถูกบีบรัด กดทับ หรือเสียดสีกัน
  • สวมถุงเท้าก่อนใส่รองเท้า และควรเลือกถุงเท้าที่มีขนาดพอดี ครอบคลุมเท้า ส้นเท้า และตาตุ่ม
  • ใช้แผ่นเสริมรองเท้าที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดการเสียดสีและการกดทับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะเท้าที่ผิดปกติ
  • สวมถุงมือทุกครั้งหากยกน้ำหนัก หรือทำงานเกี่ยวกับการใช้แรง และเครื่องมือช่าง เพื่อป้องกันการเสียดสี
  • บำรุงผิวด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง เช่น ครีมทามือ โลชั่น มอยซ์เจอร์ไรเซอร์
  • ขัดผิวหนังด้วยหินภูเขาไฟ โดยควรแช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ผิวหนังนิ่ม และนำหินภูเขาไฟมาขัดวน ๆ กำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก วิธีนี้อาจช่วยป้องกันการเกิดตาปลาได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Corns and calluses. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/corns-and-calluses/symptoms-causes/syc-20355946. Accessed April 22, 2022  

Corns and calluses. https://www.nhs.uk/conditions/corns-and-calluses/. Accessed April 22, 2022  

Corns and calluses. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/calluses-and-corns. Accessed April 22, 2022  

HOW TO TREAT CORNS AND CALLUSES. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/EVERYDAY-CARE/INJURED-SKIN/BURNS/TREAT-CORNS-CALLUSES. Accessed April 22, 2022  

Understanding Corns and Calluses — the Basics. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/understanding-corns-calluses-basics. Accessed April 22, 2022  

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 24/04/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล