home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผื่นคัน สาเหตุ อาการ การรักษา

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
ผื่นคัน สาเหตุ อาการ การรักษา

ผื่นคัน เป็นอาการที่เกิดจากโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น โรคกลาก ลมพิษ ผื่นกุหลาบ ที่ส่งผลให้เกิดผดผื่นขึ้นตามผิวหนังในบางบริเวณ หรือทั่วทั้งร่างกาย และมีอาการคัน ระคายเคือง หากสังเกตเห็นว่ามีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง หรือมีอาการเจ็บปวดเมื่อสัมผัส ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุ และคุณหมอจะได้รักษาอย่างทันท่วงที

คำจำกัดความ

ผื่นคัน คืออะไร

ผื่นคัน คืออาการคันผิวหนังที่เกิดจากโรคหรือภาวะสุขภาพ เช่น กลาก ผื่นรูปวงแหวน (Granuloma annulare) ไลเคน พลานัส (Lichen Planus) ผื่นกุหลาบ หรือโรซาเซีย (Pityriasis rosea) รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น สารระคายเคือง สารเคมี เชื้อรา ที่ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ พุพอง มีตุ่มนูน หรืออาจมีหนองด้วย ผื่นคันอาจขึ้นทั่วร่างกาย หรือขึ้นบริเวณใดบริเวณหนึ่งของผิวหนัง

อาการ

อาการผื่นคัน

อาการที่พบอาจเป็นไปตามสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นคัน แต่ส่วนใหญ่สามารถสังเกตได้จากสัญญาณดังนี้

  • ผิวแห้งแตกเป็นขุย
  • อาการคัน
  • ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • ตุ่มนูนเล็ก หรือแผลพุพอง ผื่นบางชนิดอาจมีของเหลวใสอยู่ภายใน หรือมีหนอง

สาเหตุ

สาเหตุของผื่นคัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นคัน อาจมาจากโรคต่าง ๆ ดังนี้

  • กลาก เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย มักพบบริเวณข้อพับ ใบหน้า หลังคอ และหนังศีรษะ ผู้ที่เป็นกลากอาจมีอาการคัน ระคายเคืองผิวหนัง ผิวแห้ง และผื่นคันอาจมีของเหลวใสอยู่ภายใน
  • ไลเคนพลานัส (Lichen Planus) คือโรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง พบได้บ่อยในช่วงอายุ 30-70 ปี โดยสังเกตได้จากผื่นแดงอมม่วง มักปรากฏบนผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย เช่น คอ ในช่องปาก ข้อเท้า ขา หลัง
  • ผื่นรูปวงแหวน เป็นโรคทางผิวหนังเรื้อรัง ลักษณะของผื่นจะเป็นรูปวงแหวนหรือวงกลม พร้อมมีอาการคันเล็กน้อย
  • ผื่นกุหลาบ เป็นผื่นผิวหนังที่อาจเกิดจากเชื้อไวรัส แต่ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง และไม่สามารถแพร่กระจายได้ โดยผื่นกุหลาบสามารถสังเกตได้จากมีอาการคัน และมีผื่นสีชมพูหรือสีแดงขนาดใหญ่บริเวณหน้าอก คอ หลัง หน้าท้อง ต้นแขนและขา
  • ลมพิษ เป็นผื่นผิวหนังที่เกิดจากสารฮีสตามีนในร่างกายตอบสนองต่อสารระคายเคือง เนื่องจากฮีสตามีนเป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส จึงอาจส่งผลให้เกิดลมพิษขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงผื่นคัน

นอกจากโรคผิวหนังแล้ว ยังมีปัจจัยรอบตัวที่อาจก่อให้เกิดผื่นคันได้ ดังนี้

  • สารระคายเคืองในผลิตภัณฑ์ เช่น โลชั่น ครีม น้ำหอม สบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพู
  • สารเคมีจากเครื่องประดับ เช่น โลหะ นิกเกิล
  • สารเคมีอื่น ๆ เช่น กาว ยาทาเล็บ สารเคมีการเกษตร
  • แสงแดด

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยผื่นคัน

การวินิจฉัยผื่นคัน คุณหมออาจทดสอบด้วยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ หรือผิวหนังที่เป็นขุยไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง

การรักษาผื่นคัน

การรักษาผื่นคัน อาจขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัย และสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นคัน ดังนี้

  • กลาก อาจรักษาด้วยการบำบัดด้วยแสงอัลตราไวโอเลตเอ (UVA) และอัลตราไวโอเลตบี (UVB) ร่วมกับการใช้ยาหรือครีม เช่น ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ยูคริซา (Eucrisa) ดูพิเซน (Dupixent)
  • ไลเคนพานัส โรคผิวหนังชนิดนี้อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่อาจบรรเทาอาการระคายเคืองได้ ด้วยยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เพรดนิโซโลน (Prednisolone) เป็นต้น
  • ผื่นรูปวงแหวน คุณหมออาจสั่งจ่ายยาสเตียรอยด์หรือครีม บางกรณีอาจรักษาด้วยความเย็น เช่น การแช่ไนโตรเจนเหลว หรืออาจบำบัดด้วยแสงอัลตราไวโอเลตตามอาการของผื่นที่เกิดขึ้นแต่ละบุคคล
  • ผื่นกุหลาบ อาการของผื่นกุหลาบอาจหายไปได้เองตามการดูแล และคุณหมออาจให้รับประทานยาแก้แพ้ เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) และหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด
  • ลมพิษ หากมีอาการไม่รุนแรง ผื่นที่เกิดขึ้นอาจหายไปได้เองภายใน 6 สัปดาห์ แต่หากมีอาการอื่น ๆ ด้วย เช่น คอบวม หายใจลำบาก ควรเข้ารับการรักษาจากคุณหมอทันที

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันผื่นคัน

วิธีต่อไปนี้ อาจช่วยป้องกัน หรือลดความเสี่ยงในการเกิดผื่นคันได้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารระคายเคือง และสารเคมี เช่น สบู่ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์
  • ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
  • สวมเสื้อผ้าเบาสบาย และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ร้อนจัด เพื่อป้องกันเหงื่อออกมาก
  • ใช้ยารักษาตามที่คุณหมอแนะนำอย่างสม่ำเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What’s that rash?: with pictures. https://www.health.qld.gov.au/news-events/news/whats-that-rash-with-pictures-eczema-dermatitis-hives-heat-rash-rosacea. Accessed October 07, 2021

Skin Allergy. https://acaai.org/allergies/allergic-conditions/skin-allergy/. Accessed October 07, 2021

Skin Rashes: Home Treatment. https://www.uofmhealth.org/health-library/tw6850. Accessed October 07, 2021

Rashes. https://medlineplus.gov/rashes.html. Accessed October 07, 2021

Rashes. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/guide/common-rashes. Accessed October 07, 2021

Heat rash (prickly heat). https://www.nhs.uk/conditions/heat-rash-prickly-heat/. Accessed October 07, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 2 วันก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง