คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ลดรอยสิว รอยดำ ให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทำได้อย่างไรบ้าง

ลดรอยสิว รอยดำ ให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทำได้อย่างไรบ้าง

สิว เป็นปัญหาผิวที่พบได้ทั่วไป สิวชนิดที่พบได้บ่อย เช่น สิวอักเสบ สิวหัวดำ สิวหัวขาว สามารถพบได้ในคนแทบทุกเพศทุกวัยและทุกสภาพผิว การรักษาสิวอาจทำได้โดยการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ทายาตามที่คุณหมอหรือเภสัชกรแนะนำ อย่างไรก็ตาม หลังสิวหาย อาจทิ้งรอยสิวไว้ได้ จึงอาจต้องหาวิธี ลดรอยสิว รอยดำ ที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะสมกับปัญหาสิว และสุขภาพผิวที่สุด

วิธีการ ลดรอยสิว

ลดเลือนรอยสิว ด้วยตัวเองทำได้ง่าย ๆ

ก่อนจะตัดสินใจ ลดเลือนรอยสิว ด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยปัญหาสิวและรอยสิว รอยดำที่มี หากสะดวกรักษาที่คลีนิกหรือโรงพยาบาล ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้เลย แต่หากไม่สะดวก ก็สามารถลดเลือนรอยสิวด้วยตัวเองได้ ด้วยกรดที่นิยมใช้ในการลดรอยสิว ดังนี้

กรดอัลฟาไฮดรอกซี

กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอเอชเอ (AHA)” เป็นกรดผลไม้ พบได้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิวแบบเวชสำอางทั้งที่สามารถหาซื้อใช้ได้เอง และที่ใช้ในคลีนิกหรือโรงพยาบาล เอเอชเอจะช่วยขจัดเซลล์ผิวและสิ่งอุดตันในรูขุมขน แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดเลือนรอยขุระขระบนผิว ลดเลือนรอยสิว รอยแผลเป็นให้จางลง แต่การใช้เอเอชเอ ต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าใช้บ่อยหรือใช้มากเกินไป เพราะจะทำให้เซลล์ผิวเสื่อมเร็วขึ้น ผิวชั้นนอกบางลง และไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้น ระหว่างใช้เอเอชเอ ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันปัญหาผิวที่อาจเกิดขึ้นจากแสงแดด

เรตินอล

เรตินอล คือวิตามินเอรูปแบบหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมาย ผลิตภัณฑ์เรตินอลมีทั้งแบบครีม เซรั่ม เจล เป็นต้น นอกจากจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดีแล้ว เรตินอลยังช่วยทำให้รอยสิว รอยดำ รอยแผลเป็นต่าง ๆ ดูจางและเรียบเนียนขึ้นได้ด้วย แต่เรตินอลมักจะทำให้เกิดผลข้างเคียง คือจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดเป็นพิเศษ ฉะนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกวันเวลาที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล

กรดซาลิไซลิก

กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) หรือบีเอชเอ (BHA) เป็นสารที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิว ผลัดเซลล์ผิว รักษารอยสิว สามารถช่วยแก้ปัญหารูขุมขนอุดตัน ลดรอยบวม รอยแดง รอยดำ ผลัดเซลล์ผิวในบริเวณที่มีปัญหาได้เป็นอย่างดี จึงช่วยให้ผิวใสและเรียบเนียนขึ้น แต่อาจก่อให้เกิดผิวแห้งหรืออาการระคายเคืองได้ ฉะนั้นไม่ควรใช้บ่อย และควรใช้ในบริเวณที่มีปัญหาเท่านั้น

ลดเลือนรอยสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าการเยียวยาปัญหา ลดเลือนรอยสิว ด้วยตัวเองไม่ได้ผล คุณควรไปพบแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ใช้วิธีการรักษาดังต่อไปนี้

การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Dermabrasion)

นี่เป็นวิธี ลดเลือนรอยสิว ที่ได้ผลวิธีหนึ่ง โดยใช้การพ่นเกล็ดอัญมณีที่มีขนาดเล็กละเอียดคล้ายเม็ดทรายลงไปบนผิวหน้า เพื่อขัดลอกผิวที่เป็นปัญหาออกไป ซึ่งการกรอผิววิธีนี้จะส่งผลลึกลงไปถึงผิวหนังชั้นหนังแท้ ข้อดีของการกรอผิวด้วยวิธีนี้คือ หลังจากรักษารอยสิวด้วยวิธีนี้ ไม่จำเป็นต้องดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ แต่ต้องอาศัยการทำอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน การกรอผิวแบบนี้เหมาะกับการรักษารอยสิวแบบหลุมตื้นและหลุมกว้าง แต่ก็ช่วยให้รอยสิวแบบหลุมลึกดูตื้นขึ้นได้เช่นกัน

การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peels)

การลอกผิวด้วยสารเคมีเป็นการใช้กรดที่มีความเข้มข้นสูงลอกผิวหนังชั้นบนสุดออกไป เพื่อทำให้แผลเป็นที่เป็นหลุมลึกดูตื้นขึ้น ซึ่งมีอยู่หลากหลายแบบและหลากหลายความเข้มข้น จึงควรปรึกษากับแพทย์ผิวหนังว่าแบบไหนเหมาะจะใช้รักษารอยสิวได้ดีที่สุด ซึ่งการลอกผิวด้วยสารเคมีนี้มักจะเหมาะกับรอยสิวที่เป็นหลุมลึก

การใช้เลเซอร์ลอกผิว (Laser Resufacing)

การใช้เลเซอร์ก็มีหลักการเดียวกับการลอกหน้าด้วยสารเคมี และการกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี จุดประสงค์คือการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออกไป แต่วิธีนี้จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากทำเลเซอร์ลอกผิว ต้องใช้ผ้าปิดแผลไว้จนกว่าแผลจะหายดี การรักษาด้วยเลเซอร์เหมาะกับรอยสิวทุกชนิด และคนผิวขาวมักจะเห็นผลดีกว่าคนผิวคล้ำ

การฉีดสารเติมเต็ม (Fillers)

แพทย์จะใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่อาจทำขึ้นจากคอลลาเจน ไขมันของตัวเอง หรือสารเติมเต็มชนิดอื่น ๆ โดยฉีดเข้าไปใต้ผิว เพื่อทำให้รอยบุ๋มจากสิวดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น ซึ่งสารเติมเต็มส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือนเท่านั้น จึงต้องมีการฉีดเติมอยู่เรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เห็นรอยบุ๋ม

ฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเข็ม (Microneedling)

การ ลดเลือนรอยสิว ด้วยวิธีนี้จะใช้ลูกกลิ้งที่มีเข็มขนาดเล็กจิ๋ว กลิ้งลงไปบนผิวในบริเวณที่เป็นรอยแผลเป็น เพื่อทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเยียวยา มีหลักฐานยืนยันว่า การฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเข็มแบบนี้ ช่วยทำให้รอยสิวดูตื้นขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง

การฉีดยา

เป็นการใช้ยา เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ยาเคมีบำบัดสูตร 5-FU อินเตอร์เฟอรอน (Interferon) ฉีดเข้าไป เพื่อทำให้รอยสิวที่มีความนูน ๆ ดูนิ่มและแบนลง โดยต้องทำทุก 2-3 สามสัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Acne scars: What’s the best treatment?. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/expert-answers/acne-scars/faq-20058101. Accessed March 31, 2022

Top 3 Ways to Get Rid of Acne Scars. https://health.clevelandclinic.org/3-ways-to-get-rid-of-your-acne-scars/. Accessed March 31, 2022

ACNE SCARS: DIAGNOSIS AND TREATMENT. https://www.aad.org/public/diseases/acne/derm-treat/scars/treatment. Accessed March 31, 2022

How to Remove Pimple Scars. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/how-to-remove-pimple-scars. Accessed March 31, 2022

Acne. https://www.nhs.uk/conditions/acne/complications/. Accessed March 31, 2022

Can Acne Scars Be Removed?. https://kidshealth.org/en/teens/acne-scars.html. Accessed March 31, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง