คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สิวขึ้นหน้าอก เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

สิวขึ้นหน้าอก เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

สิวขึ้นหน้าอก คือ ปัญหาผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นต่อเมื่อรูขุมขนอุดตันจากน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรก โดยอาจสังเกตได้จากอาการตุ่มนูนแดง สิวมีหนอง อาการเจ็บปวดบริเวณสิว ควรเร่งรักษาสิวที่เกิดขึ้น และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนดังเดิม

สิวขึ้นหน้าอก เกิดจากอะไร

สิวขึ้นหน้าอก เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เนื่องจากน้ำมันส่วนเกินและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว จนอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อของแบคทีเรีย Propionibacterium Acne นำไปสู่การเกิดสิวอักเสบ สิวหัวดำ หรือสิวเสี้ยน ในบริเวณหน้าอก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่อาจกระตุ้นการเกิดสิว หรือทำให้อาการสิวแย่ลง ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ร่างกายผลิตแอนโดรเจน (Androgen) เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ที่มีอยู่ในร่างกายทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยแรกรุ่น ฮอร์โมนนี้อาจส่งผลให้ต่อมไขมันขยายและสร้างไขมันส่วนเกินมากขึ้นที่นำไปสู่การเกิดสิว
  • อาหาร การเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันและ คาร์โบไฮเดรตสูง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังขาว เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้สิวมีอาการแย่ลง เนื่องจากอาหารเหล่านี้ อาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันจนอุดตันในรูขุมขน
  • ความเครียด อาจกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งอาจส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ที่นำไปสู่การอุดตันในรูขุมขน และอาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบ
  • ยาบางชนิด เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ เทสโทสเตอโรน ลิเทียม (Lithium) เพราะอาจส่งผลให้กระตุ้นการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน ผลิตน้ำมันส่วนเกิน
  • พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่เหมาะกับสภาพผิว ทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้เหงื่อออกมาก การรักษาสุขอนามัยไม่ดี สาเหตุเหล่านี้อาจทำให้ผิวระคายเคือง รูขุมขนอุดตัน และอาจนำไปสู่การเกิดสิว

วิธีรักษาสิวขึ้นหน้าอก

วิธีรักษาสิวขึ้นหน้าอก คุณหมออาจแนะนำให้ใช้ยา ดังต่อไปนี้

  • เรตินอยด์ เป็นยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ที่ช่วยป้องกันการอุดตันในรูขุมขน เป็นยาทาเฉพาะที่ในรูปแบบครีม โลชั่น เจล เช่น อะดาพาลีน (Adapalene) ทาซาโรทีน (Tazarotene) ควรใช้ยานี้ในช่วงเวลากลางคืน เพราะเรตินอยด์อาจทำให้ผิวไวต่อแดด ผิวแห้ง ในระยะแรกควรใช้ 3 ครั้ง/สัปดาห์ จนกว่าผิวจะปรับตัวเข้ากับยา จึงจะสามารถใช้ได้ทุกวัน สำหรับยาเรตินอยด์ในรูปแบบรับประทาน เช่น ไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) อาจเหมาะกับผู้ที่เป็นสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในกรณีที่ไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ
  • ยาปฏิชีวนะ ใช้เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดรอยแดง และบรรเทาอาการอักเสบของสิว ในช่วง 2-3 เดือนแรกของการรักษา อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะแบบทาเฉพาะที่ในช่วงเช้า และใช้ยาเรตินอยด์ตอนกลางคืนควบคู่กัน นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะมีในรูปแบบรับประทานเพื่อรักษาสิว ได้แก่ เตตราไซคลีน (Tetracycline) แมคโครไลด์ (Macrolides) สตรีตั้งครรภ์และเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเตตราไซคลีน เพราะอาจทำให้ฟันเปลี่ยนสีถาวร และเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • แดพโซน (Dapsone) คือยาทาเฉพาะที่ในรูปแบบเจล เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวอักเสบ ควรทาวันละ 2 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของคุณหมอ
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) มีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการอุดตันของรูขุมขน สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบทาทิ้งไว้ข้ามคืนหรือทาแล้วล้างออก ควรทาวันละ 1-2 ครั้ง หรือตามดุลพินิจของคุณหมอ
  • ยาคุมกำเนิด ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินและเอสโตรเจน ที่อาจช่วยรักษาสิว ลดฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มีส่วนทำให้ต่อมน้ำมันขยายและผลิตน้ำมันส่วนเกิน ควรใช้ร่วมกับยารักษาสิวอื่น ๆ ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก
  • สารต้านแอนโดรเจน เป็นยาที่ช่วยปิดกั้นการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่กระตุ้นการผลิตต่อมน้ำมัน นำไปสู่การเกิดสิว
  • การกดสิว คุณหมออาจใช้อุปกรณ์สำหรับกดสิวเพื่อกำจัดสิวหัวขาวออก ซึ่งวิธีนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกดสิวเป็นคนรักษาเท่านั้น ไม่ควรกดหรือบีบสิวเอง เพราะอาจก่อให้เกิดการอักเสบและรอยแผลเป็น
  • การฉีดสเตียรอยด์ เป็นการรักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์เข้าสู่สิวโดยตรง ที่อาจช่วยลดอาการบวมแดง และการเจ็บปวดของสิว แต่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ผิวหนังบาง ผิวหนังบริเวณที่รักษาเปลี่ยนสี

การป้องกันสิวขึ้นหน้าอก

การป้องกันสิวขึ้นหน้าอก อาจทำได้ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก เช่น เหงื่อ ฝุ่น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิว หรือเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ช่วยรักษาสิวและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว อีกทั้งยังควรอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงน้ำร้อนหรือน้ำเย็นมากเพราะอาจทำให้สิวมีอาการแย่ลง
  2. ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือ โลชั่นที่มีส่วนประกอบของสารเคมี น้ำหอมและ น้ำมัน เพราะอาจก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และระคายเคืองผิว ทำให้เกิดสิวขึ้น
  3. ไม่บีบสิว หรือแกะสิวเอง เพราะอาจทำให้สิวอักเสบ ควรให้คุณหมอด้านผิวหนังเป็นคนทำเท่านั้น
  4. ปกป้องผิวจากแสงแดด โดยการใช้ครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน เพราะแสงแดดอาจทำให้ผิวแห้ง อักเสบ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดสิวใหม่ซ้ำ ๆ อีกทั้งยารักษาสิวบางชนิดอาจไวต่อแสง ส่งผลให้ผิวไหม้ และอาการสิวแย่ลง
  5. หลีกเลี่ยงการให้ผิวถูกเสียดสี เช่น การขัดผิว การเสียดสีจากเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพราะทำให้ผิวระคายเคืองได้
  6. ใช้ยารักษาสิวที่คุณหมอแนะนำเป็นประจำ เพื่อลดอาการอักเสบของสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวขึ้นบนหน้าอกซ้ำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 24/12/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล