คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

สิว อาการ สาเหตุ และการรักษา

สิว อาการ สาเหตุ และการรักษา

สิว อาจเกิดจากการอุดตันของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายหลั่งไขมันมากผิดปกติ และไปกระตุ้นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังจนก่อให้เกิดสิวได้ โดยบริเวณที่มักพบสิว ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หลัง

คำจำกัดความ

สิว คืออะไร

สิว อาจเกิดจากการอุดตันของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายหลั่งไขมันมากผิดปกติ และไปกระตุ้นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังจนก่อให้เกิดสิวได้ โดยบริเวณที่มักพบสิว ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หลัง

สิวอาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ผิวหนังได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิวนั้น ๆ ดังนั้น หากทำการรักษาสิวได้เร็วเท่าไหร่ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นได้มากขึ้น

สิวพบได้บ่อยแค่ไหน

สิวเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย โดยสิวอาจพบได้มากในช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ แต่ก็สามารถพบได้ทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ โปรดปรึกษาคุณหมอเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของสิว

อาการของสิวอาจขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรง โดยประเภทของสิวและอาการที่เกิดขึ้น อาจมีดังนี้

  • สิวหัวขาว อาจเกิดจากรูขุมขนอุดตัน โดยอาจไม่มีอาการใด ๆ ที่รุนแรง หากสิวไม่พัฒนากลายเป็นฝี หรือสิวอักเสบที่ทำให้เกิดหนอง
  • สิวหัวดำ เกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงแบคทีเรียสะสม รวมถึงการทำปฏิกิริยากับเมลานินหรือเม็ดสีที่เซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการเปลี่ยนเป็นสีดำบนผิวหนัง และเป็นสิวหัวเปิด โดยอาการมักไม่ค่อยรุนแรงเหมือนสิวหัวหนอง หรือสิวประเภทอื่น
  • สิวหัวหนอง (Pustule) เป็นสิวขนาดใหญ่ มีตุ่มหนองสีขาวหรือสีเหลือง ซึ่งบริเวณผิวหนังโดยรอบสิวอาจปรากฏเป็นสีแดง อาจทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม เจ็บ คัน มีหนอง
  • สิวหัวช้าง เป็นสิวที่มีอาการอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด ซึ่งก็คล้ายกับสิวซีสต์ที่เกิดอยู่ใต้ผิว มีหนองอยู่เต็ม มีขนาดใหญ่ และจะรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส

อาจมีอาการอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญาณต่างๆของสิวควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร

ควรไปพบหมอเมื่อไหร่

  • เมื่อพยายามรักษาด้วยตัวเองเกิน 3 เดือน แต่ยังไม่มีอาการดีขึ้น
  • เมื่อสิวไม่ยอมหายไป และอาจมีอาการรุนแรงมากขึ้น
  • เมื่อสิวยังคงอยู่แม้จะใช้ยาตามที่คุณหมอสั่งแล้วก็ตาม
  • เมื่อมีอาการแพ้ หรือแสดงอาการอื่น ๆ เช่น หายใจลำบาก หายใจเป็นช่วง ๆ ตาบวม หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หลังจากใช้ยา

สาเหตุ

สาเหตุของสิว

สำหรับสาเหตุของการเกิดสิว อาจมีดังนี้

โดยทั่วไปแล้ว ต่อมผลิตน้ำมันจะหลั่งน้ำมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่เมื่อการผลิตน้ำมันมีมากเกินไปหรือรูขุมขนถูกปกคลุมไปด้วยเซลล์ผิวตายและน้ำมันจะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน ซึ่งเมื่อรูที่เกิดการอุดตันติดเชื้อแบคทีเรีย จะเกิดอาการอักเสบ ตามมาด้วยการเกิดสิว ฉะนั้นการทราบสาเหตุการเกิดสิวอาจช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องยิ่งขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดสิว

  • ฮอร์โมน การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือวัยหนุ่มสาวอาจก่อให้เกิดการผลิตน้ำมันมากจนเกินไป นอกจากนี้ แอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิดบางชนิดอาจทำให้ฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
  • ยาบางประเภท เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ แอนโดรเจน ลิเธียม
  • ประวัติครอบครัว พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดสิว หากมีคนในครอบคัวเป็นสิว ก็อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงสนการเป็นสิวได้
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เช่น โลชั่น ครีมบำรุงผิว
  • แรงเสียดทานหรือแรงดันบนผิว การสัมผัสหรือถูผิวหนังอย่างรุนแรงด้วยวัตถุต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ มือถือ หมวกกันน็อค กระเป๋าสะพายหลัง
  • ความเครียด อาจทำให้สิวที่เป็นอยู่มีอาการแย่ลง

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยสิว

คุณหมออาจวินิจฉัยการเป็นสิวได้จากการตรวจร่างกายและการซักประวัติ นอกจากนั้น คุณหมออาจทำการตรวจผิวและเซลล์ผิวโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ในบางครั้งอาจต้องมีการตรวจเลือดร่วมด้วย

การรักษาสิว

การรักษาสิวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว บางครั้งคุณหมออาจใช้วิธีในการรักษาหลายวิธีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อดื้อยา สำหรับผิวที่มีความรุนแรงเล็กน้อย อาจใช้วิธีรักษาดังต่อไปนี้

  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว
  • ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide)
  • ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซคลิก (Salicylic Acid)

หากอาการไม่ดีขึ้น คุณหมออาจให้ยาที่ออกฤทธิ์แรงขึ้นและอาจใช้ยาทาภายนอกร่วมด้วย เช่น

  • ใช้เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์
  • ใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาเรตินอยส์
  • ใช้กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

สิวอักเสบอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ดังนั้น คุณหมอจึงอาจจะต้องสั่งให้ใช้ทั้งยาสำหรับรับประทาน และยาสำหรับทาภายนอก เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นจากรอยสิว

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองที่ช่วยจัดการกับสิว

การปรับพฤติกรรมหรือการดูแลตัวเองที่อาจช่วยรับมือสิวด้วยตัวเอง มีดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้มาก
  • ล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ใช้ยาตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและสิ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง
  • อย่าบีบสิว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Acne. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/symptoms-causes/syc-20368047. Accessed 20 January 2020

Acne. https://www.nhs.uk/conditions/acne/. Accessed 20 January 2020

Slideshow: Acne Visual Dictionary. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/ss/slideshow-acne-dictionary. Accessed May 16, 2022

HOW TO TREAT DIFFERENT TYPES OF ACNE. https://www.aad.org/public/diseases/acne/diy/types-breakouts. Accessed May 16, 2022

Acne. https://dermnetnz.org/topics/acne. Accessed May 16, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย วรภพ ไกยเดช แก้ไขล่าสุด 16/05/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Next article: