ควรไปพบหมอเมื่อไหร่
- เมื่อพยายามรักษาด้วยตัวเองเกิน 3 เดือน แต่ยังไม่มีอาการดีขึ้น
- เมื่อสิวไม่ยอมหายไป และอาจมีอาการรุนแรงมากขึ้น
- เมื่อสิวยังคงอยู่แม้จะใช้ยาตามที่คุณหมอสั่งแล้วก็ตาม
- เมื่อมีอาการแพ้ หรือแสดงอาการอื่น ๆ เช่น หายใจลำบาก หายใจเป็นช่วง ๆ ตาบวม หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หลังจากใช้ยา
สาเหตุ
สาเหตุของสิว
สำหรับสาเหตุของการเกิดสิว อาจมีดังนี้
โดยทั่วไปแล้ว ต่อมผลิตน้ำมันจะหลั่งน้ำมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่เมื่อการผลิตน้ำมันมีมากเกินไปหรือรูขุมขนถูกปกคลุมไปด้วยเซลล์ผิวตายและน้ำมันจะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน ซึ่งเมื่อรูที่เกิดการอุดตันติดเชื้อแบคทีเรีย จะเกิดอาการอักเสบ ตามมาด้วยการเกิดสิว ฉะนั้นการทราบสาเหตุการเกิดสิวอาจช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องยิ่งขึ้น
ปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดสิว
- ฮอร์โมน การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือวัยหนุ่มสาวอาจก่อให้เกิดการผลิตน้ำมันมากจนเกินไป นอกจากนี้ แอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิดบางชนิดอาจทำให้ฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
- ยาบางประเภท เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ แอนโดรเจน ลิเธียม
- ประวัติครอบครัว พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดสิว หากมีคนในครอบคัวเป็นสิว ก็อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงสนการเป็นสิวได้
- ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เช่น โลชั่น ครีมบำรุงผิว
- แรงเสียดทานหรือแรงดันบนผิว การสัมผัสหรือถูผิวหนังอย่างรุนแรงด้วยวัตถุต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ มือถือ หมวกกันน็อค กระเป๋าสะพายหลัง
- ความเครียด อาจทำให้สิวที่เป็นอยู่มีอาการแย่ลง
การวินิจฉัยและการรักษาโรค
ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
การวินิจฉัยสิว
คุณหมออาจวินิจฉัยการเป็นสิวได้จากการตรวจร่างกายและการซักประวัติ นอกจากนั้น คุณหมออาจทำการตรวจผิวและเซลล์ผิวโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ในบางครั้งอาจต้องมีการตรวจเลือดร่วมด้วย
การรักษาสิว
การรักษาสิวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว บางครั้งคุณหมออาจใช้วิธีในการรักษาหลายวิธีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อดื้อยา สำหรับผิวที่มีความรุนแรงเล็กน้อย อาจใช้วิธีรักษาดังต่อไปนี้
- ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว
- ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide)
- ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซคลิก (Salicylic Acid)
หากอาการไม่ดีขึ้น คุณหมออาจให้ยาที่ออกฤทธิ์แรงขึ้นและอาจใช้ยาทาภายนอกร่วมด้วย เช่น
- ใช้เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์
- ใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาเรตินอยส์
- ใช้กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)
สิวอักเสบอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ดังนั้น คุณหมอจึงอาจจะต้องสั่งให้ใช้ทั้งยาสำหรับรับประทาน และยาสำหรับทาภายนอก เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นจากรอยสิว
การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองที่ช่วยจัดการกับสิว
การปรับพฤติกรรมหรือการดูแลตัวเองที่อาจช่วยรับมือสิวด้วยตัวเอง มีดังนี้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้มาก
- ล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ใช้ยาตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและสิ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง
- อย่าบีบสิว
ความคิดเห็นทั้งหมด
แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ
ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณกับ Hello คุณหมอ
สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมการพูดคุย