คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

เป็นสิวที่หลัง สาเหตุ วิธีรักษาและวิธีป้องกัน

    เป็นสิวที่หลัง สาเหตุ วิธีรักษาและวิธีป้องกัน

    เป็นสิวที่หลัง เป็นภาวะสุขภาพผิวที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย สิวที่หลังมักขึ้นที่ผิวหนังบริเวณไหล่และหลังส่วนบน แต่บางครั้งก็อาจลุกลามไปทั่วแผ่นหลัง ลำตัว จนถึงบริเวณเอว สาเหตุอาจเกิดจากพันธุกรรม เหงื่อที่สะสมบนผิวหนัง การเสียดสีกับเสื้อผ้า ระดับฮอร์โมนที่แปรปรวน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ความเครียด เป็นต้น การใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันอาจช่วยรักษาสิวที่หลังได้ ทั้งนี้ ควรดูแลตัวเองให้มีสุขอนามัยที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้กลับเป็นสิวที่หลังซ้ำอีก

    สาเหตุที่ทำให้เป็นสิวที่หลัง

    สาเหตุที่ทำให้เป็นสิวที่หลัง อาจมีดังนี้

    • พันธุกรรม ผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวที่หลัง อาจเสี่ยงเป็นสิวที่หลังได้มากกว่าคนทั่วไป
    • การเสียดสี เมื่อผิวหนังเสียดสีกับเสื้อผ้า กระเป๋าเป้ หรืออุปกรณ์กีฬาเป็นเวลานานอบ่อยครั้ง อาจทำให้เกิดสิวหรือสิวลุกลามมากขึ้น
    • ฮอร์โมน วัยรุ่นชายหญิงและหญิงตั้งครรภ์มักมีระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงบ่อย จนอาจส่งผลให้เกิดสิวที่หลังได้ง่ายขึ้น
    • การใช้ยารักษาโรค ยารักษาโรคบางชนิด เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดสิวหรือทำให้สิวที่หลังแย่ลงได้
    • สุขอนามัย ผู้ที่ไม่ค่อยอาบน้ำหรือสระผม อาจทำให้มีน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกสะสมที่แผ่นหลังจนส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิว นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว หรือสวมใส่เสื้อผ้าซ้ำโดยไม่ซักบ่อย ๆ ก็เสี่ยงเป็นสิวที่หลังได้เช่นกัน
    • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โลชั่นและครีมทาผิวบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้ โดยเฉพาะชนิดที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม
    • ความเครียด เมื่ออยู่ในภาวะเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากขึ้น ฮอร์โมนชนิดนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันหรือซีบัม (Sebum) ที่คอยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง แต่หากมีน้ำมันมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดสิวได้
    • เหงื่อไคล เหงื่อที่สะสมบนผิวหนังหรือติดอยู่บนเสื้อผ้าเป็นเวลานาน อาจทำให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดสิวที่หลังได้

    ประเภทของสิวที่หลัง

    ประเภทของสิวที่หลัง อาจแบ่งได้ดังนี้

    • สิวหัวดำ หรือสิวอุดตันหัวเปิด เกิดจากน้ำมัน เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน และเมื่อสิ่งอุดตันเหล่านั้นสัมผัสอากาศ ก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ
    • สิวหัวขาว หรือสิวอุดตันหัวปิด เป็นสิวตุ่มเล็ก ๆ มองเห็นเป็นสีขาวบนผิว เกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมัน และแบคทีเรียอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน
    • สิวตุ่มแดง เป็นสิวอักเสบที่ยังไม่รุนแรงมาก ลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ ที่อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองเจ็บปวดได้
    • สิวตุ่มหนอง เป็นสิวอักเสบที่คล้ายกับสิวตุ่มแดง แต่ตรงกลางจะมีหนองสีขาวขุ่น และมีการอักเสบรุนแรงกว่าสิวตุ่มแดง และมักทำให้มีอาการเจ็บปวดมากกว่า
    • สิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด ลักษณะเป็นก้อนขนาดใหญ่ เป็นไตและมีหนอง อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและคัน
    • สิวซีสต์ หรือซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง เป็นก้อนที่เกิดจากต่อมไขมันอุดตัน ลักษณะคล้ายฝี ไม่มีหัว และมักมีขนาดใหญ่ กดแล้วอาจรู้สึกเจ็บ

    วิธีรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวที่หลัง

    เป็นสิวที่หลัง อาจรักษาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    • ทาครีม เจล หรือโลชั่นที่มีส่วนประกอบของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เมื่อใช้เป็นประจำทุกวันจะช่วยควบคุมการเกิดสิวและลดความเสี่ยงในการลุกลาม ควรทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นสิวแทนการทาเฉพาะจุด และอาจใช้ในระดับความเข้มข้นไม่เกิน 5.3% เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง แห้งกร้าน หรือลอก
    • ใช้ผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ (อะดาพาลีน 0.1%) ร่วมกับเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์เพื่อช่วยให้รูขุมขนเปิด เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์จะได้ออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    หากเป็นสิวที่หลังในระดับเบาหรือปานกลาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวดังคำแนะนำต่อไปนี้ อาจช่วยลดสิวได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีรักษาทางการแพทย์

    • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน เช่น น้ำมัน แว็กซ์ ซิลิโคน ที่อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน
    • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ระบุบนฉลากว่าเหมาะกับผิวแพ้ง่าย หรือไม่ทำให้เกิดสิว และปราศจากน้ำหอม
    • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ครีมนวดผมและผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีส่วนประกอบของน้ำมันและซิลิโคน เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดสิวอักเสบและสิวหัวขาว ที่หนังศีรษะ หลังคอ และสิวอาจลุกลามไปที่ผิวบริเวณไหล่และแผ่นหลังได้ ขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผม
    • ซักชุดเครื่องนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และไม่ควรสวมเสื้อผ้าซ้ำโดยไม่ได้ซัก เนื่องจากอาจมีเหงื่อ สิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย และเซลล์ผิวที่ตายแล้วติดอยู่บนเสื้อผ้า และอาจทำให้เกิดสิวได้
    • หากเป็นสิวที่หลังเนื่องจากการเสียดสี อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการ เช่น ใช้แผ่นรองหลังเพื่อไม่ให้ผิวบริเวณหลังเสียดสีกับอุปกรณ์กีฬา เลือกสวมชุดหลวม ๆ ไม่รัดแน่นจนเกินไป
    • หากเป็นสิวที่หลังจากการใช้ยาบางชนิด เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ ควรหยุดใช้ยาและปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนยา
    • หลีกเลี่ยงการใช้แปรงถูหลังหรือใช้ฟองน้ำขัดผิวบริเวณที่เป็นสิว เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น และสิวที่หลังแย่ลงได้

    วิธีป้องกันสิวที่หลัง

    การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันสิวที่หลัง อาจทำได้ดังนี้

    • หลังทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกาย ควรอาบน้ำให้สะอาด ซับตัวให้แห้ง และสวมเสื้อผ้าชุดใหม่โดยเร็วที่สุด
    • ซักชุดออกกำลังกายหลังใช้งานทุกครั้ง
    • จัดการกับความเครียด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิว
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุบนฉลากว่าไม่ก่อให้เกิดสิว
    • สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ ซับเหงื่อได้ดี และระบายอากาศได้สะดวก
    • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของที่กระทบและเสียดสีผิวหนังบริเวณแผ่นหลังเป็นเวลานานหรือทำให้แผ่นหลังมีเหงื่อและอับชื้น เช่น กระเป๋าเป้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Back Acne. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22756-back-acne. Accessed June 14, 2022

    BACK ACNE: HOW TO SEE CLEARER SKIN. https://www.aad.org/public/diseases/acne/DIY/back-acne. Accessed June 14, 2022

    Acne. https://www.nhs.uk/conditions/acne/. Accessed June 14, 2022

    Acne treatment. https://dermnetnz.org/topics/acne-treatment. Accessed June 14, 2022

    What to Know About Body Acne. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/body-acne. Accessed June 14, 2022

     

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย แก้ไขล่าสุด 30/06/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง