home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

กิน โพรไบโอติก รักษาสิว อะไรที่ควรรู้ อะไรควรระวัง

กิน โพรไบโอติก รักษาสิว อะไรที่ควรรู้ อะไรควรระวัง

โพรไบโอติก (Probiotic) คือ แบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในร่างกาย ชื่อที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดีของโพรไบโอติก ก็คือ “แล็กโทบาซิลลัส” ที่อยู่ในนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตนั่นเอง แล็กโตบาซิลัสก็คือโพรไบโอติกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการย่อยอาหาร ประโยชน์ของโพรไบโอติกนอกจากเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารแล้ว ยังช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย แล้วรู้หรือไม่ว่า โพรไบโอติก รักษาสิว ได้ด้วยนะ

โพรไบโอติกคืออะไร

ร่างกายของเราจะมีแบคทีเรียชนิดดีและแบคทีเรียที่ไม่ดีอาศัยอยู่ โพรไบโอติก คือ แบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในระบบย่อยอาหาร โพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรง ช่วยลดแบคทีเรียที่ไม่ดี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ปรับสมดุลให้ระบบย่อยอาหาร รวมถึงช่วยทำให้ผิวดีขึ้นด้วย

หากจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายมีน้อย จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ค่อยดีจนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องอืด โพรไบโอติดยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน หากรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยง่าย เป็นหวัดบ่อย หรือแม้กระทั่งมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณว่า คุณจะต้องเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีอย่างโพรไบโอติกให้แก่ร่างกายแล้ว

โพรไบโอติก รักษาสิว คืออะไร

งานวิจัยของ Robert H. Siver นายแพทย์จากโรงพยาบาล Union Memorial ในเมืองบอลทิมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้คนไข้ที่มีปัญหาสิวจำนวน 300 คนกินโพรไบโอติก 2 ชนิด คือแล็กโทบาซิลลัส แอซิโตฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) กับแล็กโทบาซิลลัส บัลกาลิคัส (Lactobacillus bulgaricus)

ผลการทดลองพบว่า 80% ของผู้ที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้น อีกงานวิจัยหนึ่งที่สอดคล้องกันคืองานวิจัยจากประเทศอิตาลี ที่ให้ผู้ที่เป็นสิวกินโพรไบโอติก ชนิดแอล. แอซิโตฟิลัส (L. acidophilus) และบี. บิฟิตัม (B. bifidum) ปริมาณ 250 มิลลิกรัม ผลการวิจัยพบว่าคนที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากโพรไบโอติกนั้นช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลต่ออาการอักเสบที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว

เมื่อร่างกายได้รับโพรไบโอติก ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น อาการอักเสบลดลง ส่งผลทำให้คนที่เป็นสิวมีผิวหน้าดีขึ้น นอกจากนี้ด้วยความที่โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่ดี ส่วนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวนั้นเป็นแบคทีเรียที่ไม่ดี การเพิ่มจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายจึงทำให้ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ไม่ดี ซึ่งทำให้สิวลดลงด้วย

วิธีใช้โพรไบโอติกรักษาสิว

หากใครที่ลองมาทุกวิธีแล้วแต่ก็ยังมีสิวอยู่ อยากให้ลองดูวิธีการรักษาจากระบบภายในร่างกาย บางทีสาเหตุที่ทำให้สิวไม่หายอาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ ระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดี สิวเลยไม่หายซักที วิธีใช้โพรไบโอติกช่วยในการรักษาสิวจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

การเพิ่มโพรไบโอติกในร่างกายสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการกินอาหารที่มีโพรไบโอติก ได้แก่ โยเกิร์ต ซุปมิโซะ น้ำเต้าหู้ กิมจิ หรือในพวกของดองเช่น แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง แต่การกินอาหารเหล่านี้อาจไม่ได้เพิ่มแค่โพรไบโอติก แต่อาจเพิ่มสารอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกายมาด้วย เช่น อาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป ดังนั้นจึงควรกินในปริมาณที่พอดี ไม่กินเยอะเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ส่วนโพรไบโอติกจากอาหารเสริมในปัจจุบัน องค์กรอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) จัดให้โพรไบโอติกเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบโอติกก็ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ปลอดภัยหรือได้ผลดีกับร่างกาย และถึงแม้ว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ที่กินอาหารเสริมโพรไบโอติกจะไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าโพรไบโอติกจะปลอดภัยกับทุกคน

บางคนเกิดอาการแพ้โพรไบโอติกจนสิวขึ้นหนักกว่าเดิมก็มี ดังนั้นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกมากิน คือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าควรกินหรือไม่ และควรกินในปริมาณเท่าใด และศึกษาข้อมูลรวมถึงผลข้างเคียงเพื่อความปลอดภัยก่อนรับประทาน

ข้อควรระวังในการกินโพรไบโอติก

ผู้ที่ต้องระมัดระวังในการกินโพรไบโอติก คือ ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายแรง ไม่ควรกินโพรไบโอติกเช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง ที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอยิ่งขึ้น หรือเกิดอาการระคายเคือง อาการแพ้ ส่งผลกระทบต่อการรักษาได้

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Probiotics. https://www.webmd.com/diet/probiotics#1. Accessed on June 13, 2018.

What Are Probiotics?. https://www.webmd.com/digestive-disorders/what-are-probiotics#1. Accessed on June 13, 2018.

The effect of probiotics on immune regulation, acne, and photoaging. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5418745/. Accessed on June 13, 2018.

Oral probiotic control skin inflammation by acting on both effector and regulatory T cells. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19300508. Accessed on June 13, 2018.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Sopista Kongchon
แก้ไขล่าสุด 25/06/2018
x