คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคงูสวัด คืออะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

โรคงูสวัด คืออะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

หากเป็นอีสุกอีใส อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคงูสวัด ได้ เนื่องจากเชื้อก่อโรคทั้งสองโรคนี้คือเชื้อเดียวกัน นั่นคือ เชื้อไวรัส วาริเซลลาซอสเตอร์ อย่างไรก็ตาม การทราบสาเหตุ และวิธีป้องกัน อาจช่วยให้รับมือกับโรคงูสวัดได้ดีขึ้น

โรคงูสวัด เกิดจากอะไร

งูสวัด หรือโรคงูสวัด (Shingles) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus: VZV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไปจนเกิดโรคอีสุกอีใส แม้จะรักษาจนหายจากอาการของโรคอีสุกอีใสแล้ว แต่เชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ก็อาจยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกาย หลบซ่อนอยู่ตามปมประสาท และกลับมาแสดงอาการอีกได้ในภายหลัง จนอาจทำให้เกิดโรคงูสวัดตามมา

อย่างไรก็ตาม งูสวัดถือเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง ดังนั้น แม้จะไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน แต่หากสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นงูสวัด ก็เสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคงูสวัด แต่จะเริ่มจากอาการของอีสุกอีใสก่อน แล้วจึงเป็นงูสวัดตามมา

อาการของโรคงูสวัด

อาการที่พบได้บ่อย อาจมีดังนี้

  • มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนัง
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ดวงตาไวต่อแสง
  • ผิวหนังไวต่อการสัมผัส

หลังมีอาการปวดตามเนื้อตัวไม่นาน มักมีตุ่มแดงขึ้นที่ผิวหนังบางส่วนของร่างกาย บางครั้งอาจเกิดที่คอ ใบหน้า หรือดวงตา แล้วค่อย ๆ ลามเป็นลายพาดไปตามแนวของเส้นประสาท จนกระทั่งพันรอบทั้งลำตัว และอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • มีอาการคันในผิวหนังบริเวณที่มีผื่นแดงและตุ่มน้ำใส
  • ตุ่มแดงจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออก จนเริ่มตกสะเก็ด

วิธีรักษาโรคงูสวัด

โรคงูสวัดเป็นโรคที่สามารถหายได้เอง อาจใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 2-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โรคนี้ไม่มีวิธีการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง คุณหมอจะรักษาโรคงูสวัดตามอาการ โดยอาจสั่งจ่ายยาเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) หรือวาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) และอาจสั่งจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการปวด เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคงูสวัดมักจะมีอาการปวดรุนแรง

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคงูสวัด ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

  • ดูแลทำความสะอาดแผลอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
  • ขณะเป็นโรคงูสวัด ควรสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ ไม่รัดรูป
  • ประคบเย็นที่แผลงูสวัด วันละประมาณ 2-3 ครั้ง

มีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดหรือไม่

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันโรคงูสวัด คือ การฉีดวัคซีนงูสวัด โรคงูสวัดพบได้มากในผู้สูงอายุ อีกทั้งผู้สูงอายุยังมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคงูสวัดมากกว่าคนกลุ่มอื่น ดังนั้น ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะเคยหรือไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมา และอาจมีหรือไม่มีอาการของโรคงูสวัด ก็ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากมีอาการของโรคงูสวัด โดยเฉพาะหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

  • มีอาการปวด และมีผื่นตุ่มแดงขึ้นรอบ ๆ ดวงตา ควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อที่ดวงตา
  • มีอาการของโรคงูสวัด และเป็นผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ควรไปพบคุณหมอ เนื่องจากวัยผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
  • ไปพบคุณหมอทันทีหากเป็นโรคงูสวัด และเป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • หากมีอาการผื่นตุ่มแดงลุกลามไปอย่างรวดเร็วและทั่วทั้งร่างกาย และมีอาการปวดอย่างรุนแรง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 05/04/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง