home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
ตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

ตุ่มน้ำพอง (Pemphigus) หรือโรคเพมพิกอยด์ เป็นโรคทางผิวหนังที่พบได้น้อยมาก เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ผิวหนังมีอาการเจ็บปวด เกิดแผลพุพอง หรือตุ่มหนอง หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดการติดเชื้อได้

คำจำกัดความ

ตุ่มน้ำพอง (Pemphigus) คืออะไร

ตุ่มน้ำพอง (Pemphigus) หรือโรคเพมพิกอยด์ เป็นโรคทางผิวหนังที่พบได้น้อยมาก เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ผิวหนังมีอาการเจ็บปวด เกิดแผลพุพอง หรือตุ่มหนอง หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดการติดเชื้อได้

พบได้บ่อยเพียงใด

โรคตุ่มน้ำพอง สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่วัยกลางคนขึ้นไป

อาการ

อาการของตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

ทำให้ผิวหนังเกิดแผลพุพอง และมีผลต่อเยื่อเมือก เช่น บริเวณปาก ลำคอ จมูก ตา อวัยวะเพศ ปอด เป็นต้น โดยมีลักษณะอาการอื่น ๆ โดยแผลพุพองมักขึ้นภายในบริเวณช่องปาก บริเวณผิวหนังต่าง ๆ หรือบริเวณเยื่อเมือกที่อวัยวะเพศ

พบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถามโปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสเหตุที่แท้จริงของโรคตุ่มน้ำพอง แต่ได้มีข้อสันนิษฐานว่าโรคตุ่มน้ำพองเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยปกติระบบภูมิกันจะผลิตโปรตีนที่เรียกว่าแอนติบอดี (Antibody)” ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันผิดพลาดในการสร้างแอนติบอดี้ต่อโปรตีนในผิวหนังและเยื่อเมือก จึงเข้าไปทำลายเนื้อเยื้อระหว่างชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดแผลพุพองและเกิดการสึกกร่อนบนผิวหนัง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

  • กลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
  • ประชากรเชื้อสายเมดิเตอร์เรเนียน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

ในเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามประวัติอาการและตรวจสอบดูความผิดปกติของผิวหนัง แพทย์อาจนำชื้นเนื้อเยื่อของตุ่มไปตรวจวิเคราะห์เพื่อวินิจฉัยยืนยันโรค

การรักษาโรคตุ่มน้ำพอง

วิธีการรักษาโรคตุ่มน้ำพองเน้นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและป้องกันภาวะแทรกซ้อน รวมถึงวิธีอื่น ๆ ดังนี้

  • การรับประทานยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) แต่ยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ต้อกระจก ต้อหิน น้ำตาลในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้น แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น
  • การให้อาหารทางหลอดเลือดดำ หากคุณมีแผลในปากรุนแรง ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ แพทย์อาจต้องให้อาหารทางสายเลือด
  • การกรองพลาสมา หากคุณมีอาการที่รุนแรงมากแพทย์อาจต้องทำการกรองพลาสมา เพื่อกำจัดแอนติบอดี้ที่ทำล้ายผิวหนังออกจากเลือด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อบรรเทาอาการตุ่มน้ำพอง (Pemphigus)

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อบรรเทาอาการตุ่มน้ำพอง มีดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด ที่อาจเกิดการระคายเคืองจนทำให้เกิดแผลพุพอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 22/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x